
ศธ. ชง ป.ป.ช.สอบทุจริตกล้อง CCTV ระบุมีขรก.เอี่ยว
"สุรเชษฐ์" เผยปมร้องทุจริต ติดกล้องซีซีทีวี 12 เขตพื้นที่การศึกษา "สพฐ." ชายแดนใต้ ตั้งสอบตั้งแต่ เม.ย.60 แล้ว พบ ขรก. เข้าข่ายความผิด "ศธ." ชง ป.ป.ช. สอบแล้ว
20 มี.ค. 61 - พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากกรณีมีการเผยแพร่ข้อมูลผ่านโซเชี่ยลเรื่องโครงการติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ใน 12 เขตพื้นที่การศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และระบุว่า มีกลุ่มทหารที่ได้รับผลประโยชน์ ข่มขู่แทรกแซง ให้กรรมการจัดซื้อจัดจ้างและกรรมการตรวจรับงาน ซึ่งเป็นข้าราชการครู ให้ตรวจรับงานที่ไม่เป็นไปตามสัญญา และอ้างด้วยว่า ตนเองอาจอยู่เบื้องหลังการแทรกแซงดังกล่าวนั้น ยอมรับว่า เรื่องดังกล่าวได้มีการร้องเรียนมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่ปี 2558 ในทุกครั้งที่มีการร้องเรียน ตนก็ได้สั่งการ ให้ สพฐ. ดำเนินการตรวจสอบขั้นตอน กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างว่าเป็นไปตามระเบียบและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมทั้งให้ตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย ขณะเดียวกันตนยังได้เสนอ รมว.ศึกษาธิการ ถึงแนวทางในการสืบสวนข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า จากกรณีร้องเรียน ทาง รมว.ศึกษาธิการ ได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเมื่อเดือนเมษายน 2560 และได้ทราบผลการสืบสวนข้อเท็จจริงว่า มีข้าราชการจำนวนหนึ่งเข้าข่ายกระทำความผิด ซึ่งทางกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ส่งเรื่องไปให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการแล้ว
พล.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ล่าสุด ที่กลุ่มธรรมาภิบาลฯ ได้ยื่นหนังสือต่อนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ขอให้ตรวจสอบตน โดยอ้างว่า ละเลยการปฏิบัติหน้าที่นั้น ตนได้ชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่าไม่ได้ละเลยหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่แต่ประการใดพร้อมทั้งได้ย้ำว่า ตลอดระยะเวลาของการปฏิบัติหน้าที่ ได้คำนึงถึงความถูกต้องเป็นธรรม โดยยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล
พล.อ.สุเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนได้มอบหมายให้ทีมงานไป ที่ สน.ทุ่งสองห้อง เพื่อแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษและดำเนินคดีกับบรรณาธิการและหรือผู้เขียนของสื่อออนไลน์ "คมข่าว" ซึ่งเขียนข่าวพาดพิงว่าตนเอง อยู่เบื้องหลังการควบคุมการจัดซื้อกล้อง CCTV ที่ผิดสเปกดังกล่าว ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นเหตุให้ตนได้รับความเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง.



