ข่าว

นครราชสีมาแล้งจัดมันสำปะหลังยืนต้นตายนับพันไร่

นครราชสีมาแล้งจัดมันสำปะหลังยืนต้นตายนับพันไร่

28 ก.พ. 2552

โคราชแล้งจัด มันสำปะหลังยืนต้นตายนับพันไร่ ด้าน ปภ.เขต 5 ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้งแล้ว 3 จังหวัด คาดพื้นที่การเกษตรเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นไร่

(28ก.พ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาพอากาศร้อนจัดและแห้งแล้งช่วงนี้ทำให้พืชผลทางการเกษตรของเกษตรกรใน จ.นครราชสีมา ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่มันสำปะหลังที่เป็นพืชที่อดทนต่อความแห้งแล้งได้สูง และสามารถเติบโตได้โดยอาศัยน้ำฝนที่ตกมาให้ความชุ่มชื่นในแต่ละปีเท่านั้น โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องดูแลรดน้ำเหมือนพืชผลผลิตอื่นๆ

แต่ปีนี้มันสำปะหลังของเกษตรกรในพื้นที่บ้านโนนตาลใหญ่ ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา กำลังได้รับความเสียหายอย่างหนัก ยืนต้นตายไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เนื่องจากสภาพความแห้งแล้ง และฝนทิ้งช่วงมาเป็นเวลานานกว่าปกติ กว่า 4 เดือนแล้ว ทำให้มันสำปะหลังในพื้นที่นี้หยุดการเติบโตและล้มตาย สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรเป็นจำนวนนับพันไร่

นายจิรวัฒน์ ศรอินทร์ อายุ 43 ปี เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังบ้านโนนตาลใหญ่ หมู่ 8 ต.บึงอ้อ อ.ขามทะเลสอ จ.นครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากที่เกิดความแห้งแล้งติดต่อกันในพื้นที่และฝนทิ้งช่วงมากว่า 4 เดือน ประกอบกับช่วงนี้เป็นช่วงฤดูแล้งและมีอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลใหญ่มันสำปะหลังของตนเองที่ปลูกไว้บนพื้นที่กว่า 40 ไร่ และมีอายุที่ใกล้จะครบกำหนดเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วในช่วงนี้ ต้องหยุดการเจริญเติบโตและยืนต้นตายทั้งหมด ไม่สามารถเก็บหัวมันไปขายได้ เนื่องจากว่าหัวมันมีขนาดเล็กและโตไม่เต็มที่ มีปริมาณเชื้อแป้งน้อยมาก

นายจิรวัฒน์ เล่าต่อว่า แม้ว่าจะพยายามเก็บเกี่ยวเอาผลผลิตที่พอจะขายได้ แต่ก็ต้องขายในราคาที่ต่ำ ตกราคาไม่ถึง 1 บาท/กก. เพราะผลผลิตไม่เป็นที่ต้องการของโรงแป้ง รวมถึงลานรับซื้อมันสำปะหลังต่างๆ สร้างความเดือดร้อนแก่ตนเองเป็นอย่างมาก เพราะเงินลงทุนที่ลงไปในการปลูกมันสำปะหลังในปีนี้สูงมาก ตกประมาณไร่ละ 2,500

 

- 3,000 บาท คิดรวมทั้ง 40 ไร่ ก็อยู่ที่ประมาณ 1-1.2

แสนบาท เนื่องจากค่าปุ๋ย ค่าแรง และค่าน้ำมัน ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วงฤดูกาลเพาะปลูก แต่มาถึงช่วงนี้กลับต้องมาเผชิญกับปัญหาเรื่องสภาพอากาศจนทำให้ต้องขาดทุนย่อยยับ เช่นเดียวกับเพื่อนเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังทั้งหมู่บ้านอีกกว่า 100 ราย ที่ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ อ.ขามทะเลสอ อีกนับพันไร่ ก็ต้องประสบปัญหาเช่นเดียวกัน ส่งผลให้ในขณะนี้ ทั้งตนเองและเพื่อนเกษตรกรในหมู่บ้านต้องพากันออกไปขายแรงงานเป็นคนงานตัดอ้อยที่จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดใกล้เคียงเพื่อหาเงินมาเลี้ยงครอบครัว และใช้หนี้ที่ได้กู้ยืมมาจากทาง ธกส. ซึ่งใกล้ครบกำหนดชำระแล้ว