ข่าว

อุ้มฆ่า ‘แท็กซี่’ ขัดผลประโยชน์พระเครื่อง

อุ้มฆ่า ‘แท็กซี่’ ขัดผลประโยชน์พระเครื่อง

19 มี.ค. 2561

สลด !! โชเฟอร์แท็กซี่ถูกอริอุ้มฆ่า ตำรวจคาดขัดแย้งผลประโยชน์ซื้อขายพระเครื่อง เร่งล่าตัวดำเนินคดี

 

           เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 19 มีนาคม 2561 ร.ต.อ.ศิริพงษ์ เพ็งมณี รองสว.(สอบสวน) สน.พญาไท รับแจ้งเหตุพบศพชายถูกทำร้ายเสียชีวิต หน้า ห.จ.ก.ภัณฑ์ประเสริฐฮาร์ดแวร์ เลขที่ 110/4 ถนนบรรทัดทอง แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กทม. จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.เสนิตย์ สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิทย์ รอง ผบก.น.1 ,พ.ต.อ.นิติวัฒน์ แสนสิ่ง ผกก.สน.พญาไท ,พ.ต.ท.วิทยากร สุวรรณเรืองศรี สว.(สอบสวน) ฝ่ายสืบสวน กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.รามาธิบดี และอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

           ที่เกิดเหตุอยู่หน้าทางเข้าอาคารสูง 6 ชั้น พบศพนายนายพรรชัย ศรีภสุทวี อายุ 53 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 307/6 ชุมชนตรอกมะขามเทศ ถนนพระราม 1 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. สภาพศพนอนหงายเลือดออกจมูก มีรอยฟกช้ำที่ปลายคาง แผลถลอกที่ข้อศอกขวา สวมเสื้อเชิ้ตคนขับแท็กซี่สีฟ้า กางเกงยีนส์ขายาว มือขวากำพระเครื่อง กำไลข้อมืออยู่ ตรวจสอบภายในตัวพบกัญชาถุงเล็ก 1 ถุง ห่างไปประมาณ 10 เมตร พบรถแท็กซี่สีชมพู ทะเบียน ทล 810 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่

 

อุ้มฆ่า ‘แท็กซี่’ ขัดผลประโยชน์พระเครื่อง

 

           จากการสอบสวน น.ส.ชลฤดี ประเสริฐกรณี อายุ 47 ปี ภรรยาผู้ตายให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.เมื่อวานนี้ ผู้ตายได้เดินทางพร้อมกับเพื่อนรุ่นน้อง มาหาเพื่อนที่หอพักไม่มีชื่อ ภายในชุมชนเภตรารัตน์ ขณะที่ยืนอยู่หน้าหอพักนั้นเองมีคนร้ายเป็นชาย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่ทราบรุ่น ทะเบียน ขับเข้ามาจอดหน้าหอพัก ก่อนคนขับรถเป็นชายอายุประมาณ 40 ปี ได้เดินมาล็อกคอและชกต่อยนายพรรชัย ส่วนคนซ้อนท้ายเป็นวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี ได้ถือมีดขู่เพื่อนรุ่นน้องไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือ ก่อนพานายพรรชัยขึ้นรถจักรยานยนต์หายไป หลังจากที่ตนทราบเรื่องจึงรีบโทรศัพท์หาสามี ซึ่งมีคนรับโทรศัพท์แต่ไม่พูดตอบกลับมาและตัดสายไป เมื่อโทรหาอีกทีก็พบว่าโทรศัพท์ปิดเครื่องไปแล้ว จึงรีบแจ้งความกับตำรวจ สน.พญาไท ก่อนพบเป็นศพในช่วงเช้า

           น.ส.ชลฤดี ให้การต่อว่า ปกตินายพรรชัย สามี มีนิสัยชอบเล่นพระเครื่อง โดยชอบแขวนพระเครื่องเต็มคอ และชอบไปซื้อขายพระเครื่องตามศูนย์พระเครื่องต่างๆ ต่อมาได้รู้จักกับนายพัน (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ที่ชอบเล่นพระเครื่องด้วยกัน มาได้ประมาณ 2 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้ตนทราบว่าสามีมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับนายพันในเรื่องการซื้อขายพระเครื่อง ซึ่งตนก็เคยเตือนสามีว่าอย่าไปยุ่งกับนายพัน เพราะดูเป็นคนไม่ดี จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว

           ด้าน พ.ต.อ.นิติวัฒน์ เผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุครั้งนี้เกิดจากการขัดผลประโยชน์เรื่องการซื้อขายพระเครื่อง อย่างไรก็ตามต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดอีกครั้ง ขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดทั้งในที่เกิดเหตุและบริเวณใกล้เคียงแล้วเพื่อเร่งติดตามจับกุมคนร้าย ก่อนให้นำศพส่งนิติเวช รพ.รามาธิบดี เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป