ข่าว

ใครจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

ใครจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน

08 ต.ค. 2552

เผลอแผล็บเดียว ปีนี้ก็ปาเข้าไปเป็นปีที่ 33 แล้ว สำหรับเหตุการณ์ "6 ตุลา" แต่ถึงแม้จะผ่านมาจนเกิน 1 ใน 4 ของศตวรรษแล้ว ใครต่อใครที่พูดถึงเหตุการณ์ 6 ตุลา ก็ยังคงไม่ต่างจากปีแรกๆ ที่มีการรำลึกเหตุการณ์กันเท่าใดนัก

 ยกย่องเชิดชูวีรชน ขณะเดียวกันก็ถามไถ่ถึงความไม่เอาไหนของ "ประชาธิปไตย" ในบ้านเมืองเรา

 สุดท้ายก็มักจะพูดถึงชาวบ้าน กับนักการเมือง ที่ดูเหมือนจะไม่เพียงแค่ย่ำอยู่กับที่ บางช่วงบางจังหวะถึงกับโหยหากลไกที่เรียกว่า "สิ่งตรงกันข้ามกับประชาธิปไตย" เสียด้วยซ้ำไป

 33 ปีที่ผ่านมา เรามักจะได้ยินได้ฟังคำพูดที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเพื่อให้เคลิบเคลิ้มตามวงสัมมนา หรือเวทีปราศรัย ...การเลือกตั้งกลายเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ส่งผ่านอำนาจให้แก่นักการเมือง โดยที่การทวงคืน หรือการเรียกร้องภายหลังจากนั้นอาจกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมาย

 อาจมีบางช่วงจังหวะที่นักการเมืองที่รู้ทัน และเห็นช่องทางการใช้พลังมวลชน จึงพลิกเกมให้การเรียกร้องอยู่ภายใต้การควบคุมจำกัด ภายใต้โครงการที่ว่า "ลงทะเบียนคนจน" หรือ การจัดตั้ง "สมัชชาเกษตรกร"

 ที่ว่าจำกัดนั้นเห็นได้จากเมื่อใดที่การรวมกลุ่มเริ่มส่งสัญญาณว่าจะแข็งแกร่ง หรือมีการต่อรองกับนักการเมืองหนักมากขึ้น สารพัดกรรมวิธีที่จะ "บอนไซ" พลังมวลชนเหล่านั้นก็จะถูกผลิตออกมา

 เนียนหน่อยก็ตรงที่จังหวะหนึ่งมีหนังชีวิตของ ยายใฮ ที่ห้วยละห้า มาคั่นจังหวะ สร้างภาพสร้างเรื่องให้ชวนติดตาม และเอาเยี่ยงอย่างของการต่อสู้อย่างไม่ย่อท้อมาเกือบ 30 ปี

 แต่จนถึงวันนี้ก็มีเพียงแค่ ยายใฮ ผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 แต่เพียงผู้เดียว ...และได้รับการอนุมัติให้ถูกเบิ้ลอีกหนในรัฐบาลชุดนี้

 นี่ใช่ไหมที่เรียกว่า "เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนจะเป็นใหญ่ในแผ่นดิน" 

 เอาเข้าจริงกระบวนการที่บั่นทอนความเข้มแข็งของพลังมวลชนนั้น หาได้เกิดขึ้นเพราะประชาชนไม่ใส่ใจ ไม่จดจำกับบทเรียน

 ความเข้มแข็งของพลังมวลชนจะถูกปลดปล่อยก็ต่อเมื่อฝ่ายการเมืองแน่ใจแล้วว่า สามารถ "ควบคุมได้"

 ตัวอย่างที่เราเพิ่งสัมผัสกันมาจากสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เมื่อ "การเมือง" มั่นใจว่าพลังมวลชนสามารถควบคุมได้ ก็จะเริ่มเหิมเกริมในการใช้อำนาจ กล้ากระทั่งแก้ไขกฎระเบียบ เพื่อตอบสนองความอยากมีอยากได้ของตนและพวก

 แล้วเราจะโทษใครดีล่ะ ที่เมื่อวันหนึ่งอำนาจนอกรัฐธรรมนูญออกมายึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แล้วชาวบ้านยินดีปรีดา แห่ไปมอบดอกไม้ ถ่ายรูปเป็นที่ระลึก