
ถึงยุคทำชั่วรอดคุกจริงหรือ
ครบรอบวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งได้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดปนโหด เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังและอาวุธด้วยความอาฆาตมาดร้าย ปราบปรามประชาชนผู้ชุมนุมหน้ารัฐสภาและบริเวณหน้ากองบัญชาการตำรวจนครบาล มีคนบาดเจ็บล้มตาย ผลกระทบด้านความคิดจิตใจ ต้องได้รับการบำบัดเยียวยา
ทุกวันนี้ยังไม่มีใครถูกดำเนินคดี หลังจาก 1 ปีผ่านไป เมื่อกระบวนการยุติธรรมเดินด้วยความเร็วระดับทาก ยากที่จะเชื่อว่าผู้กระทำความผิดจะได้รับโทษ ส่งผลให้สูญเสียความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมโดยรวม
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งใช้อาวุธยิงประชาชนจนแขนขาขาด เสียชีวิต รอดพ้นจากโทษอาญาภายใต้ข้ออ้างว่าเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชา แม้จะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม ผู้ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดยังห่างไกลจากกระบวนการทางศาล
ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีการสั่งฟ้องหรือไม่ หรือสำนวนอาจไม่แข็งแร็งพอที่จะเอาผิดผู้ถูกกล่าวหาหรือชี้มูลได้ เพราะถูกมองว่าเป็นบุคคลสำคัญ มีตำแหน่งใหญ่โต เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีถึง 2 คน และโอกาสที่คนระดับนี้ติดคุกยิ่งยากนัก
ถ้าพิจารณาคดีกล้ายางและหวยบนดิน ยิ่งทำให้ความหวังเลือนรางหนักข้อ เพราะมีหลักฐานเอาผิด ลงโทษจำคุกได้ ผลสุดท้ายไม่มีใครรับโทษแท้จริง
โทษจำคุกเป็นเพียงรอการลงอาญา ความเสียหายเป็นพันๆ หมื่นๆ ล้านบาท ไม่นับถึงระบบ โครงสร้าง กลไกกฎหมายขื่อแปบ้านเมือง ซึ่งถูกทำให้ขาดความน่าเชื่อถือและศรัทธาของประชาชน จนทำให้มีคนเริ่มสิ้นหวัง
ตั้งคำถามอย่างง่ายๆ ว่า “หรือจะเป็นยุคทำชั่วได้ดี รอดคุก” บางพวกย้ำซ้ำซากว่า “คุกเอาไว้ขังคนจนกับคนไร้เส้นสายเท่านั้น”
จะจริงหรือไม่ ทุกคนในสังคมรู้อยู่แก่ใจ! เมื่อเปรียบเทียบกับคนจนไปเก็บขนุนริมคลองหลอด ขโมยซาลาเปา หรือนมผงเอาไว้ชงให้ลูกกิน หรือพนักงานธนาคารยักยอกเงินไปใช้หนี้พนันบอล พวกนี้ได้รับโทษ ถ้าหนีไม่รอด
แต่พวกตัวเบ้งๆ สร้างความเสียหายมากมาย ไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ทำให้คลางแคลงใจว่ามีเหตุผลอันใด หรือการทำสำนวนอ่อนแอดังที่ว่าหรือไม่
ดังนั้นกระบวนการยุติธรรมขั้นต้นแทบไม่เหลือความน่าเชื่อถือ มีตำรวจบางพวกก้มหน้าก้มตารับใช้ประชาชน ทำคดีด้วยความเต็มใจ แต่ไม่ก้าวหน้าเร็ว
ด้านอัยการก็แทบไร้ความน่าเชื่อถือเพราะพฤติกรรมของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง นอกจากไม่ทำตัวเป็นทนายแผ่นดิน ยังเป็นพยานให้จำเลยในกรณีที่รัฐเป็นผู้เสียหาย และความเสียหายก็เกิดต่อเงินภาษีของประชาชนและอัยการด้วย
เพียงแค่กรณีการแปลคำพูดของนายจักรภพ เพ็ญแข ก็ใช้เวลานานกว่า 1 ปี เป็นความมหัศจรรย์พันลึก เหมือนกับว่าประเทศไทยไม่มีใครเข้าใจภาษาอังกฤษ เป็นประเทศหลังเขา ไม่เคยติดต่อโลกภายนอกงั้นแหละ
ย้ำอีกครั้ง “ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม” และการบิดเบือนความยุติธรรมจะนำไปสู่ความคับแค้นใจ และหายนะต่อชาติบ้านเมืองนิ! อิอิอิ!!!



