ข่าว

ผู้ว่าการรฟท.ชี้พขร.วูบเจ้าตัวปฏิเสธ

ผู้ว่าการรฟท.ชี้พขร.วูบเจ้าตัวปฏิเสธ

07 ต.ค. 2552

รฟท.ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุรถไฟตกรางที่เขาเต่าประจวบฯ ผู้ว่าการรฟท.รับพขร.วูบยันกก.ต้องเรียกสอบ ขณะที่เจ้าตัวปฏิเสธ อ้างฝนตก-สัญญาณไฟไม่ชัด-อุปกรณ์ไม่ครบ ขณะที่ตร.ยันสามารถสรุปสำเนาและออกหมายจับได้ภายในวันเสาร์นี้

วันนี้ (7 ต.ค. 2552) เจ้าหน้าที่การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 9 รูป มาสวดมนต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถไฟตกรางที่สถานีเขาเต่าอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยมีนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ,นายอธิคุณ บุตรยิ่ง,รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน,นายสุวิทย์ เหรียญรุ่งเรือง รองนายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน ได้เดินทางมาร่วมพิธีทำบุญ ในวันนี้มีเจ้าหน้าที่การรถไฟ ตลอดจนชาวบ้านนำภัตตาหารคาวหวานมาร่วมทำบุญ เพื่อขอให้ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิตทั้ง 7 รายไปสู่คติด้วย โดยหลังจากเสร็จสิ้นพิธีแล้ว เจ้าหน้าที่ได้นิมนต์พระสงฆ์ไปเจริญน้ำพระพุทธมนต์ที่โบกี้รถไฟที่มีผู้เสียชีวิตด้วย

 ทั้งนี้ในส่วนของการกู้ซากโบกี้รถไฟนั้น เจ้าหน้าที่สามารถเคลื่อนย้ายโบกี้ออกจากที่เกิดเหตุไปไว้ที่สถานีวังก์พงได้จำนวน 3 โบกี้แล้ว ส่วนหัวรถจักร ซึ่งมีน้ำหนักมาก คาดว่าจะต้องเคลียร์ราง และเคลื่อนย้ายได้ในวันนี้ จากนั้นจะนำโบกี้ทั้งหมดย้ายไปซ่อมแซมที่โรงซ่อมรถไฟบางซื่อ

 ส่วนโบกี่ที่เสียหายมากไม่สามารถซ่อมแซมได้ จะตัดชิ้นส่วนและขนย้ายไปเก็บที่โรงเก็บมักกะสันต่อไป และในส่วนของการซ่อมแซมรางสับหลีกนั้น ขณะนี้ซ่อมแซมเสร็จแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากต้องใช้ในการให้รถพิเศษช่วยอันตรายรถไฟทุ่งสง และธนบุรี ใช้ในการยกโบกี้รถไฟ ซึ่งคาดกว่าน่าจะใช้ระยะเวลาอีกไม่เกิน 2 วัน ก็จะสามารถใช้การได้ตามปกติ

 ด้านนายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หลังจากที่มีรายงานว่าพบนางเริงศักดิ์ พันธ์เทพ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถไฟที่เกิดเหตุแล้ว และนายเริงศักดิ์ได้ออกมาระบุว่าขณะเกิดเหตุมีอาการวูบ และไม่ได้ยินเสียงวิทยุนั้น ในส่วนนี้คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงจะต้องเชิญตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเร็วที่สุด ซึ่งในขั้นตอนนี้ต้องดูข้อเท็จจริงหลายอย่างประกอบกัน ส่วนผู้บาดเจ็บขณะนั้เหลือเพียง 8 รายเท่านั้น อาการปลอดภัยหมดแล้ว โรงพยาบาลหัวหิน 6 ราย,โรงพยาบาลซานเปาโล 1 ราย และโรงพยาบาลค่ายธนะรัชต์ 1 ราย

 พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ประจวบฯ เรียกประชุมพนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ซึ่งประกอบไปด้วย พ.ต.อ.กษณะ แจ่มสว่าง ผกก.สภ.หัวหิน.พ.ต.ท.สมศักดิ์ เนื่องอ้น รอง.ผกก.สส. ,พ.ต.ท.อุดม ใจนุ่ม พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน ถึงความคืบหน้าในการสอบสวนกรณีรถไฟขบวนที่ 84 ตรัง-กรุงเทพ ตกรางที่สถานีรถไฟเขาเต่าหัวหิน จนมีผู้เสียชีวิต 7 รายและบาดเจ็บ 88 ราย ความคืบหน้าในที่ประชุมสรุปถึงการสอบปากคำผู้บาดเจ็บที่โดยสารมากับรถไฟไปถึง 40 ปากและในส่วนของนายสถานีรถไฟเขาเต่า, นายสถานีรถไฟวังก์พง รวมไปถึงฝ่ายเดินรถบางส่วน ซึ่งรวมๆแล้วประมาณ 70 ปาก

 ในวันนี้ได้ให้พนักงานสอบสวน สภ.หัวหิน เดินทางไปสอบปากคำในส่วนของ วิศวกรของการรถไฟ และส่วนควบคุมการปฏิบัติหน้าที่ของการเดินรถ และส่วนต่างๆของการรถไฟแห่งประเทศไทย ทั้งนี้เพื่อให้ได้รายละเอียดมากที่สุดเพื่อประกอบคำวินิจฉัยเพื่อหาตัวกระทำความผิด ซึ่งอย่างช้าที่สุดการสอบสวนในวันเสาร์นี้คงสรุปและสามารถออกหมายจับผู้กระทำความผิดเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ อย่างแน่นอนแต่ก็ต้องดูเรื่องของขั้นตอนกฎหมายของกาสรรถไฟแห่งประเทศไทย ประกอบกันไปด้วย

 ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวอีกว่า คดีนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนเพียงแต้ต้องทำด้วยความละเอียด รอบครอบเนื่องจากต้องการให้ได้ผู้ที่รับผิดชอบอย่างแท้จริง ในส่วนของพนักงานขับรถไฟขบวนดังกล่าว ตอนนี้ยังไม่มีการสอบสวนซึ่งไม่ใช่ปัญหาอย่างน้อยที่สุดก็ถือว่ามีความผิดอยู่แล้ว และหากไม่มามอบตัวหากการสอบสวนแล้วเสร็จก็คงต้องออกหมายจับต่อไป ส่วนผู้ที่เข้าข่ายต้องถูกดำเนินคดีมีกี่รายนั้นตอนนี้ยังไม่สามารถพูดได้ ซึ่งเราต้องสอบหลายส่วนรวมไปถึงช่างเครื่องบนรถไฟที่ปฏิบัติหน้าที่ในคืนดังกล่าวด้วยว่าปกติแล้วเค้าต้องรับผิดชอบอะไรบ้าง และในช่วงนั้นอยู่จุดไหนของรถไฟ ส่วนกล่องดำของรถไฟนั้นเป็นกล่องบันทึกความเร็วเท่านั้น ซึ่งตอนนี้ก็ทราบแล้วว่ารถไฟมาด้วยความเร็ว 105 กม./ชั่วโมง

 ขณะที่นายเริงศักดิ์  กล่าวในรายการเก็บตกจากเนชั่น ทางสถานีโทรทัศน์เนชั่นแชนแนลช่วงเช้าวันนี้(7ต.ค.)  ว่า ตนได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยนำส่งโรงพยาบาลหัวหิน พร้อมกับคนเจ็บอีกหลายคน

 นายเริงศักดิ์เล่าต่อว่า ได้รับบาดเจ็บหูขวาขาดเย็บกว่า 20 เข็ม ส่วนภายในบอบช้ำหลายจุด ซี่โครงด้านซ้ายและด้านขวาโดนกระแทกอย่างรุนแรง จนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกเจ็บปวดลุกนั่งไม่ค่อยถนัด และนอนให้น้ำเกลืออยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ

 "ขอเวลาสัก 2-3 วัน เพื่อพักฟื้นร่างกายจิตใจ และขอปรึกษาหัวหน้างาน แล้วจะเปิดเผยเรื่องเหตุการณ์ในวันนั้นอย่างละเอียด ช่วงนี้เมียและลูกโดนนักข่าวโทรไปสัมภาษณ์ตลอด พวกเขาก็ไม่สบายใจ ผมก็เครียดจนปวดหัว" นายเริงศักดิ์กล่าว

 นายเริงศักดิ์กล่าวยอมรับว่า เสียใจที่มีคนเจ็บและคนตาย วันนั้นมีสาเหตุจากหลายปัจจัย แต่ยังพูดไม่ได้ เนื่องจากเรื่องของรูปคดี

 ส่วนเรื่องการหลับใน หรือ เกิดอาการวูบนั้น นายเริงศักดิ์ยืนยันว่า ไม่ได้หลับใน ไม่ได้เกิดอาการวูบ แต่เป็นเรื่องของทัศนวิสัยไม่ดี

 "มันเป็นช่วงฝนตก สัญญาณไม่ชัดเจน อุปกรณ์ห้ามล้อ มันมีหลายอย่างหลายปัจจัย บังเอิญจังหวะนั้นมันเกินขึ้นกะทันหัน อุปกรณ์ไม่ครบหลายอย่าง ซึ่งผมจะพูดวันหลัง เพราะเดี๋ยวจะมีเจ้าหน้าที่รถไฟมาสอบสวนผมอีก" นายเริงศักดิ์กล่าว

 เมื่อถามว่า มองเห็นสัญญาณไฟหรือไม่ นายเริงศักดิ์อ้างว่า มีสายเรียกซ้อนโทรเข้ามาแล้วตัดสายทันที

 อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายเริงศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ "คม ชัด ลึก" ว่า มีอาการเป็นไข้หวัด ประกอบกับควงกะทั้งเที่ยวไปและเที่ยวกลับ อีกทั้งวิทยุสื่อสารแบตเตอรี่หมด เมื่อมาถึงบริเวณจุดเกิดเหตุได้เกิดอาการวูบ รู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อเห็นสัญญาณไฟเตือน แต่ไม่สามารถควบคุมได้รถไฟจึงตกรางดังกล่าว