
จับสึกเจ้าคณะอำเภอมุกดาหารเมาเหล้าทุกวัน
ชาวบ้านสุดทนเจ้าคณะอำเภอเมืองมุกดาหาร เมาเหล้าทุกวัน แจ้งตำรวจรุดตรวจสอบคากุฎิพบขวดเหล้า-เบียร์เพียบ เจ้าตัวกินกระเทียมหวังดับกลิ่นพร้อมยืนยันเสียงแข็งไม่ได้ดื่มสุรา ตำรวจเรียกเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์แต่ไม่ยอม สุดท้ายต้องนำไปตรวจเลือดพบสูงถึง 110 มิลลิ
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 ต.ค. 2552 พระราชมุกดาหารคณี เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร พร้อมด้วย พ.ต.อ.สามารถ แก้วเนตร ผกก.สภ.เมืองมุกดาหาร นายพงศ์ธนธรณ์ ศรีขาว ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.มุกดาหาร และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเดินทางไปตรวจสอบที่วัดศรีมุกดาหาร ภายในเขตเทศบาลเมืองมุกดาหาร หลังจากมีพลเมืองดีโทรศัพท์แจ้งว่ามีพระในวัดเมาสุราเอะอะโวยวาย สร้างความเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง
โดยภายในวัด พบชาวบ้านหลายคนกำลังจับกลุ่มเฝ้าดูพฤติกรรมของ พระครูมุกดาหารบุรารักษ์ เจ้าอาวาสวัดศรีมุกดาหาร และเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองมุกดาหาร ที่กำลังส่งเสียงเอะอะโวยวายต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่เฝ้าดูเหตุการณ์คล้ายกับเมาสุราอย่างหนัก เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปพูดคุยซักถามก็ต้องถึงกับผงะกับกลิ่นกระเทียมที่พระครูมุกดาหารเคี้ยวเต็มปากเพื่อดับกลิ่นสุรา แล้วยืนยันว่าตัวเองไม่ได้ดื่มสุรา ตามที่มีคนกล่าวหา
เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหาร และตำรวจจึงตกลงกันที่จะให้ พระครูมุกดาหารบุรารักษ์ เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ เพื่อตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ แต่พระครูมุกดาหารบุรารักษ์ บ่ายเบี่ยงไม่ยอมที่จะเป่าเครื่องตรวจแอลกอฮอล์ ในที่สุดเจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัว พระครูมุกดาหารบุรารักษ์ ไปทำการตรวจเลือดที่โรงพยาบาลมุกดาหาร จึงพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกว่า 110 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งแสดงว่าได้ดื่มสุราจริง ขณะที่เจ้าหน้าที่เดินดูรอบกุฎิ และตรวจค้นภายในกุฏิได้พบขวดเหล้า ขวดเบียร์จำนวนหนึ่ง ซึ่งมีการดื่มไปแล้ว แต่พระครูมุกดาหารบุรารักษ์ยังยืนยันเสียงแข็งว่าตนเองไม่ได้ดื่มเหล้า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยืนยันเอาความผิดกับพระขี้เมารูปนี้ให้ได้ เพราะมีหลักฐานชัดเจน
จนกระทั่งเมื่อเวลา 17.00 น.จึงยอมศึกด้วยตนเองยู่บน สภ.เมืองมุกดาหาร โดยในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อหาว่าดื่มสุราในวัด และขัดขืนการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ พร้อมกับนำตัวไปให้เจ้าคณะจังหวัดมุกดาหารดำเนินการตามวินัยของสงฆ์ต่อไป
สำหรับพระครูมุกดาหารบุรารักษ์ ที่ผ่านมามีชาวบ้านร้องเรียนไปยังฝ่ายบ้านเมืองเรื่องชู้สาวและการดื่มสุรามึนเมา อยู่เป็นประจำ แต่ก็ยังอยู่ในผ้าเหลืองต่อมาได้จนถึงปัจจุบัน จนชาวบ้านไม่รู้จะทำอย่างไร จึงทำได้เพียงแค่ไม่ใส่บาตรให้ ไม่ไปทำบุญที่วัดแห่งนี้ จนวัดศรีมุกดาหารแทบจะกลายเป็นวัดร้างแล้ว



