ข่าว

ปส.-ตร.ภาค5จับยาบ้า-ไอซ์มูลค่า190ล้าน

ปส.-ตร.ภาค5จับยาบ้า-ไอซ์มูลค่า190ล้าน

07 ต.ค. 2552

ตำรวจปส.ร่วมภาค 5 จับยาบ้า-ยาไอซ์ รายใหญ่ ได้ผู้ต้องหา 4 ราย ของกลางยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด ยาไอซ์ 18 กก. มูลค่ากว่า 190 ล้านบาท

 นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ รักษาราชแทน ผบ.ตร. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร. พล.ต.ท.วุฒิ ลิปตพัลลภ ผบช.ปส. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ. 5 พล.ต.ต.อติเทพ ปัญจมานนท์ รองผบช.ปส. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส. ร่วมกันแถลงข่าว จับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคกลาง มีผู้ต้องหา 4 รายคือ นายบุญศรี บุญสม อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที 5 ม.2 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย นายอุดม อินทร อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6 ม.2 ต.เกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย น.ส.สุวารีย์ ปันวารี อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 85/110 ม.2 ต.สำนักขาม อ.สะเดา จ.สงขลา และนายเสน่ห์ แซ่ลี้ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104/1 ม.8 ต.หนองฝึ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลาง ยาบ้า 430,000 เม็ด และ ยาไอซ์ 18 กก. หากแพร่กระจายไปจะมีมูลค่าถึง 190 ล้านบาท

 พล.ต.ต.อติเทพ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ปส.จับกุม เครือขายยาบ้ารายใหญ่ในภาคกลาง ที่มีนายมานะ หรือ นะ อภิเรืองฤทธิ์ ชาวเกาะช้าง อ.แม่สาย จ.เชียงราย เป็นหัวหน้า จำนวน 1.7 ล้านเม็ด เมื่อเดือนส.ค. 2551 ที่ผ่านมา เมื่อขยายผลไปพบว่า มีกลุ่มของนายบุญศรี แบ่งหน้าที่กันทำงานโดยนายบุญศรี และนายอุดม จะเป็นคนติดต่อยาเสพติดมาจากชาวไทยใหญ่ทางชายแดน จ.เชียงราย ซึ่งมีแม่น้ำขนาดเล็กกั้นพรมแดน จำนวน 4 แสนเม็ด ก่อนลำเลียงยามาทางรถยนต์มาพักยาไว้ที่โรงแรมสุภาพ ย่านสะพานควาย โดยมีน.ส.สุวารีย์ เป็นผู้ดำเนินการ จากนั้นจะนัดให้นายเสน่ห์ ผู้ต้องหาที่ 4 ที่ห้างฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยอย่างใกล้ชิด พบว่านายเสน่ห์ เตรียมขนยาซึ่งเป็นของกลางทั้งหมดไปให้สายลับที่ห้างโลตัส พระราม 2 เจ้าหน้าที่จึงจับกุมตัวไว้ได้ พร้อมตรวจค้นห้องพักเลขที่ 210 ตึก 10 โครงการพาร์คแลนด์ ถ.บางนาตราด แขวงและเขตบางนา ของนายเสน่ห์ พบยาบ้าอีก 30 ,000 เม็ด

 ส่วนนายบุญศรี เจ้าหน้าที่จับกุมได้หน้าบ้านเลขที่ 118/ 1 ซ.มหาวิทยาลัยหอการค้า แขวงและเขตดินแดง และประสานหน่วยปราบปรามยาเสพติดสุวรรณภูมิ จับกุมนายอุดมและน.ส.สุวารีย์ ขณะกำลังเดินทางกลับภาคเหนือ ได้ที่อาคารผู้โดยสารขาออกภายในประเทศ โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนนายมานะ ขณะนี้ยังหลบหนี หากใครพบเห็นสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ บช.ปส. สายด่วน 1688

 นายสุเทพ กล่าวว่า รู้สึกพอใจกับผลงานของ ตำรวจบช.ปส. และพิสูจน์ได้ว่าแม้ไม่มีผบ.ตร.ตัวจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็สามารถทำงานได้ตามปกติ เพราะเป็นตำรวจต้องรู้หน้าที่ของตนเองดีอยู่แล้ว และขอให้ทราบว่าหากตำรวจเขาไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดย่อมมีโทษหนักกว่าประชาชนทั่วไป ซึ่งทางรัฐบาลเตรียมสร้างขวัญกำลังใจให้ตำรวจในการทำงาน ให้มีรายได้เพียงพอต่อการดำรงชีวิต จะได้ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับอบายมุขต่าง ๆ ทั้งนี้ รัฐบาลยังคงมองว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ ขณะนี้ตำรวจและรัฐบาลจะร่วมกันทำงานป้องกันปราบปรามยาเสพติดตามแผน 5 รั้วป้องกันอย่างเต็มที่