
'เจ๊เกียว'ข้องใจ'หมวดจรูญ' จำแม่ค้าลอตเตอรี่ไม่ได้!
เจ๊เกียว ข้องใจ หมวดจรูญ เดินตลาดเรดซิตี้ อาทิตย์ละ 4 ครั้งแต่จำคนขายลอตเตอรี่ไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น.วันนี้ (15 มี.ค.61) เจ้าของและผู้บริหารตลาดเรดซิตี้ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรีได้ทำพิธีบวงสรวงสักการะบูชาพระพรหม โดยมีของเซ่นไหว้ล้วนเป็นผลไม้มงคล 9 ชนิด ส้ม องุ่น กล้วย มะพร้าวน้ำหอม สับปะรด ขนุน มะม่วง แคนตาลูป และแอบเปิ้ล นอกจากนี้ยังมีของคาวหวานอีกนานาชนิด รวมทั้งไข่ไก่หลายฟองด้วย โดยมีการเชิญพราหมณ์ มาทำพิธี สำหรับพิธีดังกล่าวมีกลุ่มประชาชน และบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่อยู่ตลาดเรดซิตี้มาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก แต่ระหว่างทำพิธีในช่วงเช้ายังไม่พบกลุ่มแม่ค้าลอตเตอรี่ มาร่วมพิธีด้วยแต่อย่างใด
จนกระทั่งเวลาประมาณ 08.00 น.ก็พบนางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว ผู้ค้าสลากรายใหญ่ในตลาดเรดซิตี้ เดินทางมาร่วมพิธีบวงสรวงในครั้งนี้ด้วย โดยเมื่อมาถึงก็ได้ตั้งแผงขายลอตเตอรี่ที่ด้านหน้าศาลพระพรหม ทันที โดยหลังจากพิธีบวงสรวงแล้วเสร็จ ทางด้านเจ้าของและผู้บริหารตลาดเรดซิตี้ รวมทั้งผู้ที่มาร่วมพิธี ต่างรุมล้อมแผงขายลอตเตอรี่ของเจ๊เกียว เพื่ออุดหนุน นอกจากนี้ประชาชนที่ผ่านไปมา ก็มาช่วยซื้อ พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจและอวยพรขอให้ฝ่ายเจ๊เกียว เป็นผู้ชนะคดีอีกด้วย
ส่วนนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี คู่กรณีของ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ อายุ 62 ปี ที่กำลังฟ้องแย่งเป็นผู้ถือครองสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ ได้เดินทางไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ในข้อหาสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่พนักงานประพฤติมิชอบ ตามมาตรา 157 โดยมีนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือ เจ๊บ้าบิ่น และ นางสาวพัชริดา พรมตา หรือ เจ๊พัช พยานของครูปรีชา ไปรับทราบข้อกล่าวหาเดียวกันด้วย โดย พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป.จะทำการสอบปากคำด้วยตนเอง
ทั้งนี้นางปณัญชยา สุขผล หรือ เจ๊เกียว ได้ขายลอตเตอรี่ให้กับลูกค้าไปด้วย พร้อมกับให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไปด้วย ซึ่งเจ๊เกียว กล่าวว่า เจ้าของตลาด รวมทั้งพ่อค้าแม่ค้า และผู้ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มีความรักใคร่กัน และทุกคนต่างก็เชื่อมั่นว่าเจ๊เกียวและคนขายลอตเตอรี่ให้กับครูปรีชานั้นพูดเรื่องจริง ทางเจ้าของตลาดก็ได้ให้มาร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์เพื่อจะได้ให้เราชนะคดีโดยเร็ว และให้พยานทุกคนปลอดภัย
ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องของพยานโดยเฉพาะนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือนายแผน ที่กำลังต่อสู้เดินหน้าสู้คดีอยู่ในขณะนี้ เจ๊เกียวมีส่วนช่วยเหลืออย่างไร และนายแผนมาหาเจ๊เกียวได้อย่างไร และมีการจับมือกันได้อย่างไร เจ๊เกียวตอบว่า วันนั้นที่จับมือก็คือ วันนั้นเจ๊เกียวไปกรุงเทพฯ พอดีรายการโหนกระแส เขาอยากได้ตัว เจ๊เกียวคิดว่าไหนๆ ก็ใช้สื่อโต้ตอบ ก็เลยพานายแผนไป และที่วันนั้นมีการจับมือก็เพราะว่ามีนักข่าวมาเยอะ จะสัมภาษณ์เจ๊เกียวก็ไม่อยากให้นายแผนสัมภาษณ์ เพราะคิดว่าอยู่เฉพาะภายในห้องสอบก็พอแล้ว เจ๊เกียวก็เลยจูงมือ ขณะเดียวกันรถยนต์กำลังมารับ จึงจูงมือเขาไป เพราะสงสารเขา ซึ่งก็เพิ่งรู้จักนายแผนได้แค่สองวันเท่านั้นเอง
ถามว่ารู้จักนายแผนได้อย่างไร เจ๊เกียวตอบว่า คือพี่แผนพยายามที่จะตามหาเจ๊เกียว ซึ่งพี่แผนก็ไปบอกกับแม่ค้าว่า ผมชื่อแผน ต้องการมาหาเจ๊เกียว ซึ่งเราเองก็ไม่รู้จักเขา ซึ่งพี่แผนบอกว่าจะเข้ามาหาทีไรก็พบว่ามีสื่อมวลชนเต็มไปหมด จากนั้นก็มีแม่ค้าอีกคนหนึ่งเอาเบอร์โทรพี่แผนมาให้ ซึ่งเจ๊คิดว่าการที่มีคนต้องการมาหาเรา คนอาจจะมีความทุกข์ หรืออาจจะมีธุระอะไร เจ๊เกียวก็เลยลองโทรไปจนทราบเรื่อง เจ๊เกียวก็เลยให้คำแนะนำไปพร้อมกับให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่ว่าเราช่วยได้
ถามว่านายแผนได้เล่าอะไรให้ฟังว่าเขาเจออะไรมาบ้าง ถึงกับต้องมาหาเจ๊เกียว เจ๊เกียวตอบว่าเขาเคยไปให้ปากคำที่ ภาค 7 แล้วเรื่องสำนวนอะไรต่ออะไร แล้วมาเปลี่ยนเจ้าหน้าที่สอบสวนอีก ซึ่งเขาก็โดนไปสอบสวนที่สถานีตำรวจทางหลวง 6 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (กาญจนบุรี) ต.บ้านทวน อ.พนมทวน คือเจ้าหน้าที่เขาได้แนะนำ ซึ่งนายแผนก็คิดว่าทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เรื่องมันจะได้จบ แต่เมื่อมีการออกข่าวทางทีวี ว่าจะมาจับเขา เขาก็เลยมีความกลัวและความกังวล เพราะถูกกดดันจากหลายๆ ด้าน เพราะเขาก็เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ลูกก็ยังเรียนหนังสืออยู่ แต่ว่าตอนนี้พยานทุกคนโดนเหมือนกันหมด ส่วนนายแผนถึงขั้นต้องลาออกจากงาน อยากจะพูดว่าที่จริงแล้วนายแผนเขาเป็นคนดี เขาตัดสินใจลาออกเพราะกลัวว่าคนที่ทำงาน และหน่วยงานที่เขาทำอยู่จะมาเดือดร้อนเพราะเขา เขาเลยลาออกเองเพื่อแสดงความรับผิดชอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แสดงว่าการเดินหน้าต่อสู้คดี เจ๊เกียวเป็นผู้ช่วยเหลือมาโดยตลอด เจ๊เกียวตอบว่าใช่ คะใช่ อะไรที่เจ๊เกียวช่วย ซึ่งเป็นคนบริสุทธิ์อะไรที่ช่วยได้เจ๊เกียวก็จะช่วย ยิ่งถูกกลั่นแกล้ง เจ๊เกียวก็ยินดีที่จะช่วย ถามว่า มีคนเขาบอกว่าเจ๊เกียวไม่ใช่เจ้าของเรื่อง ทำไมเจ๊เกียวถึงไปช่วยอย่างนั้น เจ๊เกียวตอบว่า เรื่องนี้ครูปรีชาเองเขาก็ช่วยมาในบางส่วน ซึ่งช่วงนี้ครูปรีชาเองก็แย่พออยู่แล้ว คือหมายถึงสภาพการของทุกวันนี้ ถามว่าเขาช่วยไหม เดี๋ยวเขาก็คงเข้ามาช่วย แต่สิ่งไหนที่เจ้เกียวสามารถช่วยได้ ก็จะช่วยเลยโดยไม่ต้องไปถามใคร เพราะเจ๊เกียวเห็นความเป็นจริงอยู่แล้ว ซึ่งทางด้านครูปรีชาก็คงจะตามมาช่วยเหลือในภายหลัง ซึ่งขณะนี้เจ้บ้าบิ่นเจ๊พัชก็ได้ร่วมเดินทางไปกับครูปรีชา สำหรับที่มีข่าวออกมาว่าพยานทุกคนเริ่มเกิดความแตกแยก เรื่องนี้ไม่จริง ทุกคนยังคงให้การและเป็นพยานเหมือนเดิมเจ๊เกียวยืนยันได้ เจ๊เกียวบอกกับทุกคนว่า ใครเห็นอะไร ได้ยินอะไรก็ให้พูดไปตามความจริง
ถามว่าทาง ร.ต.ท.จรูญ ไปแจ้งควมที่กองปราบกับนายแผน ข้อหาให้การเท็จ ซึ่งทางกองปราบเดินทางมาถึงกาญจนบุรี เจ๊เกียวตอบว่า เรื่องนี้แล้วแต่เขาจะทำ เรารู้แล้ว รู้และรู้ทุกเรื่องเรารู้แล้ว ส่วนเราก็ทำตามขั้นตอนของเราไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า พอมีข่าวนายแผนออกมา เมื่อลุงจรูญ เห็นหน้าก็จำได้เลยว่านายแผนเคยไปที่บ้านลุงจรูญ จริงหรือไม่ เจ๊เกียวตอบว่า นายแผนเขาเคยเล่าเหตุการณ์นี้ ตั้งแต่เขาเห็นคนถือลอตเตอรี่ แต่เขาไม่รู้ว่าเป็นของใคร ไม่รู้ว่าใครเป็นคนขายใครเป็นคนซื้อ ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้เขาให้การกับภาค 7 ไปแล้ว และเขาได้ให้การเขาเคยไปบ้านลุงจรูญหลังจากที่เมื่อไปถึงก็เห็นลุงจรูญ เขาก็จำหน้าได้ว่าคือคนนี้แหละที่ถือลอตเตอรี่ยืนอยู่กับผู้หญิง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร เพราะเขาคิดว่าไม่ใช่เรื่องของเขา และเขาก็ไม่รู้เรื่องอะไร แต่ว่าพอเป็นเรื่องขึ้นมาเขาถึงรู้
ถามว่ารู้สึกยังไงที่ลุงจรูญที่ไม่รู้จักนายแผน แต่เมื่อเห็นหน้าแล้วจึงจำแม่น เจ๊เกียวตอบว่า เจ๊เกียวข้องใจตั้งแต่แรกแล้วว่า เป็นถึงตำรวจ แต่จำแม่ค้าไม่ได้ แล้วบอกว่าเดินตลาดนัดถึงอาทิตย์ละสามสี่ครั้ง เจ๊เกียวอยู่ที่นี่มา 6-7 ปี ก็มีแม่ค้าขายลอตเตอรี่อยู่กันแค่นี้ แต่ถามว่าจำไม่ได้ ก็เข้าใจนะคะก็ให้เขาตอบเอง แต่ทำไมบอกว่ามาเดินตลาดนัดอาทิตย์ละสามถึงสี่ครั้งแต่จำแม่ค้าไม่ได้ แต่เห็นนายแผนแค่ครั้งเดียวและผ่านมาหลายเดือนแล้วทำไมจำได้ จึงอยากฝากถามคนที่ติดตามข่าวหวย 30 ล้านบาทสักนิดหนึ่ง
ถามว่าล่าสุดที่เจ๊เกียวเดินทางไปที่กองปราบกับเจ๊พัช เพื่อต้องการพบ ผบช.ก.และจะคุยเรื่องอะไร เจ๊เกียวตอบว่า วันนั้นไปเป็นเพื่อนเจ๊พัชเพื่อให้เจ้าหน้าที่สอบปากคำ ส่วนตัวของเจ๊เกียวที่จริงต้องการเข้าไปพบทุกคนที่ทำคดีความเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายทุกด้าน แต่จะต้องเป็นคนที่ใหญ่จริงๆ เพราะเจ๊เกียวอยากจะเข้าไปให้ความจริง ซึ่งเจ๊เกียวพร้อมมากที่จะชน ซึ่งเจ๊เกียวไม่ได้ต้องการอะไร ต้องการแค่แสดงความบรินสุทธิ์ให้เรื่องนี้จบ แล้วกระแสสังคมจะได้รู้ว่า เรื่องจริงนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งความต้องการของเจ๊เกียวมีเท่านั้น
ถามว่าทำไมพยานฝ่ายครูปรีชาทุกคนจึงตกเป็นผู้ต้องหา อันนี้แหละที่เจ๊เกียว ดำเนินการทุกส่วน ซึ่งเจ๊เกียวก็ฝากถึงเจ้าหน้าที่ทุกหน่วย เจ้าหน้าที่ทุกท่าน แล้วก็คนใหญ่ทุกคนที่ดูเรื่องนี้ โดยเฉพาะท่านนายกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เจ๊เกียวขอฝากให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย เพราเจ๊เกียวเป็นแม่ค้า เป็นประชาชนหาเช้ากินค่ำ และพยานในที่เกิดเหตุพูดตามความความจริงที่ปรากฏ และสิ่งที่เจ๊เกียวอยากจะบอก ยังมีผู้คนอีกเยอะที่เห็นแต่ไม่กล้าพูด เพราะถ้าพูดก็ต้องมาเดือดร้อนเหมือนบรรดาเจ๊ๆ ทั้งหลาย
เจ๊เกียว เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแม่ค้าลอตเตอรี่จากทั่วทั้งจังหวัดกาญจนบุรี และจังหวัดใกล้เคียงได้ช่วยกันระดมทุนเป็นค่าใช้จ่ายเข้ามา โดยมีน้องๆ แม่ค้าช่วยกันทำบัญชี และนอกจากนี้ยังได้รับกำลังใจจากแม่ค้าลอตเตอรี่ทั่วประเทศ ซึ่งเจ๊เกียวก็ต้องขอขอบคุณ และฝากเรื่องนี้ไปถึงผู้หลักผู้ใหญ่ด้วย"เจ๊เกียว กล่าว



