
กอ.รมน.ห่วงก่อการร้ายแฝงม็อบป่วนถกอาเซียน
กอ.รมน.รับห่วง ก่อการร้าย แฝงตัวม็อบป่วนประชุมอาเซียน วอนม็อบมีจิตสำนึกเห็นแก่ชาติงดชุมนุม เผย ทภ.1 คุมเข้มติดสติ๊กเกอร์ออนไลน์รถเข้าออก ป้องเหตุป่วน ด้าน นายกฯ เตรียมเรียกประชุมกอ.รมน.อนุมัติแผนรปภ.อาเซียน ตั้ง ศอ.ร.สนธิกำลังพลเรือน-ตร.-ทหาร 1 หมื่นค
(7ต.ค.) พล.ต.ดิฏฐพร ศศะสมิต โฆษกกอ.รมน. ให้สัมภาษณ์ถึงการรักษาความปลอดภัยในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนระหว่างวันที่ 23 - 25 ตุลาคมนี้ ที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรีว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่กอ.รมน. เตรียมข้อมูลให้คณะกรรมการกอ.รมน.อนุมัติแผนและโครงสร้างการรักษาความปลอดภัย ซึ่งหลังจากนี้จะมีการตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย(ศอ.ร.) คาดว่า คงมอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม เป็นผู้อำนวยการศูนย์
ทั้งนี้การประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคงจากทุกครั้งที่ผ่านมาจะเห็นว่า ไม่ได้กระทบต่อชีวิตประชาชนในพื่นที่ และการก่ออาชญากรรมลดลง ดังนั้นทุกคนต้องร่วมกันเป็นเจ้าภาพช่วยกันต้อนรับแขกเพราะจะทำให้กลายเป็นจุดขายให้ต่างชาติยอมรับจะได้มาท่องเที่ยว อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้งจ.ประจวบคีรีขันธ์ และจ.เพชรบุรี ลงไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่า หากการประชุมผ่านไปได้ด้วยดีจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในพื้นที่
เมื่อถามถึงกระแสข่าว่า มีความเป็นห่วงว่า จะมีกลุ่มการก่อการร้ายเข้ามาสร้างสถานการณ์ในช่วงที่มีการประชุม พล.ต. ดิฏฐพร กล่าว่า เรื่องนี้กอ.รมน.เป็นห่วง เพราะผู้นำบางประเทศในกลุ่มอาเซียนที่มีปัญหาความขัดแย้งระหว่าง รัฐบาลกับกลุ่มบางกลุ่ม ซึ่งเขาอาจจะมาสร้างสถานการณ์ในประเทศเราได้ ดังนั้นต้องมีการป้องกันเพื่อไม่ให้กระทบภาพลักษณ์ของประเทศ และต้องเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้เรากำลังเฝ้าระวังอยู่ และเมื่อเวลาการประชุมใกล้เข้ามาน่าจะมีสิ่งบอกเหตุชัดเจน
“ ส่วนกลุ่มมวลชนที่อาจจะมาชุมนุมในพื้นที่ เราก็จะต้องป้องกันไว้ด้วย เพราะเป็นภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากเกิดการขัดแย้งจะทำให้ความเชื่อมั่นต่างชาติลดลง และทำให้หมดความเชื่อถือ ไม่เดินทางมาลงทุนในประเทศ เราไม่ได้ห้ามไม่ให้มีการชุมนุม แต่คนที่มีจิตสำนึกที่ดีน่าจะคิดถึงประโยชน์ส่วนรวม ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว น่าจะมองเห็นว่า การประชุมครั้งนี้จะทำประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย และสิ่งที่ขัดแย้งภายในประเทศ ควรแก้ไขภายในกันเอง ไม่ควรเชื่อมโยงต่อต่างประเทศที่เข้ามา ” โฆษกกอ.รมน.กล่าว
เมื่อถามว่า ห่วงกลุ่มก่อการร้ายอาจจะแทรกตัวเข้ามาในกลุ่มผู้ชุมุนมเพื่อสร้างสถานการณ์ พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะกลุ่มผู้ก่อการร้ายอาจมองเห็นช่องทางในช่วงที่มีการชุมนุม ซึ่งผู้ชุมนุมอาจไม่มีเจตนาที่จะให้เกิดเหตุการณ์ แต่การชุมนุมเหมือนเป็นการเปิดช่องทาง และทำให้การตรวจสอบดูแลไม่ทั่วถึง ซึ่งหากไม่มีการชุมนุมน่าจะส่งผลดีต่อประเทศชาติ ส่วนงบประมาณที่ใช้ในการักษาความปลอดภัยจำนวน 295 ล้านบาท ต้องถามรัฐบาล แต่รัฐบาลคงมองแล้วว่า ได้ใช้งบประมาณอย่างสมเหตุสมผล
พล.ต.ดิฏฐพร กล่าวว่า กองทัพภาคที่ 1 มีมาตรการรักษาความสงบ โดยให้รถที่จะผ่านเข้าออกพื้นที่ที่มีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง ลงทะเบียน และติดสติ๊กเกอร์ เพื่อเพิ่มความปลอดภัย โดยจะใช้ระบบตรวจสอบสติ๊กเกอร์ออนไลน์ทุกช่องทาง ทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจตราได้สะดวก เพราะเรื่องการรักษาความปลอดภัยเป็นที่ต้องระวัง และปรับปรุงเพื่อให้เกิดความรัดกุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคมนี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นภายในราชอาณาจักร (ผอ.รมน.) จะเชิญคณะกรรมการกอ.รมน. รวม 22 คน อาทิ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และผบ.เหล่าทัพเข้าร่วมประชุม เพื่ออนุมัติแผนการรักษาความปลอดภัยการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นผู้ดำเนินการจัดทำแผน ซึ่งจะมีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัย(ศอ.ร.) เพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยตามพ.ร.บ.มั้นคงมาตรา ที่ 17 โดยนายกรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้พล.อ.ประวิตร ในฐานะประธานอำนวยการรักษาความปลอดภัยของการประชุมอาเซียนและการประชุมต่างๆที่เกี่ยวข้อง ตามคำสั่งที่ 121 /52 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากมีการอนุมัติแผนรักษาความปลอดภัยจะมีการชี้แจงแผนรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนรับทราบเพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยศอ.ร. จะมีการแต่งตั้งโฆษก โดยรมว.กลาโหมจะมอบหมายให้ผู้แทนจากกองบัญชาการกองทัพไทย ที่เขียนแผน เป็นผู้ชี้แจงแผนรักษาความปลอดภัย ส่วนแผนการจราจรในการประชุม จะมอบหมายให้ผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งในวันที่ 12 ตุลาคมนี้ ที่มีผลประกาศบังคับใช้พ.ร.บ.ความมั่นคง ทางศอ.ร.จะมีการเคลื่อนกำลังทั้งหมดลงไปในพื้นที่ที่จัดการประชุม ซึ่ง ศอ.ร.จะใช้กำลังพลจากพลเรือน ตำรวจ ทหาร ลงไปในพื้นที่ประมาณ 1 หมื่นคน แต่จะเน้นใช้กำลังในพื้นที่ให้มากที่สุด เนื่องจากมีความุค้นเคยพื้นที่ และเป็นการประหยัดงบประมาณในการใช้เบี้ยเลี้ยง



