ข่าว

ฝ่ายค้านพลิกเกมถอนตัวไม่ร่วมวงแก้รธน.

ฝ่ายค้านพลิกเกมถอนตัวไม่ร่วมวงแก้รธน.

07 ต.ค. 2552

ฝ่ายค้านพลิกเกม ถอนตัวไม่ร่วมวงแก้รธน. “ เฉลิม “ ลั่นเหตุรัฐบาลไม่จริงใจ- ยันจุดยืนพท.ไม่เอาประชามติ – ไม่เอา 6 ประเด็น พร้อมชี้แก้รธน.ส่อล่มเพราะพ.ร.บ.ประชามติไม่ชอบด้วยรธน.หากศาลรับคำร้องยาวตีความอีก 6 เดือน ปูดนายใหญ่ย้ำลูกพรรคพท.ลงพื้นที่ เร่งออกแคมเ

 (7ต.ค.) เมื่อเวลา 12.45 น.ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรค แถลงว่า จากการประชุมและปรึกษาหารือ เพื่อติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา วิปฝ่ายค้านได้ทำการประสานกับฝ่ายรัฐบาล รวมทั้งการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่าย เพื่อเสนอแนะและบอกกล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ต้องมีเนื้อหาสาระสำคัญ ที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนโดยรวม เพื่อสร้างความสมานฉันท์ ขณะที่การทำประชามติ

 "เราก็มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตกต่ำ ประชาชนเดือดร้อน การนำเงิน 2 พันล้านไปทำประชามติ นั้น มันไม่คุ้มค่าและไม่ควรกระทำ นอกจากนี้ยังมีการวิเคราะห์ท่าทีพรรคประชาธิปัตย์ โดยพบว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความจริงใจ เพราะเจตนาจริงๆ เพื่อต้องการซื้อเวลา ต่อการอยู่ในตำแหน่งให้นานขึ้นก็เท่านั้น ฉะนั้นพรรคเพื่อไทยจึงมีมติ ไม่เห็นด้วยและคัดค้านการแก้ไขบทบัญญัติการแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 6 ประเด็น และไม่เห็นด้วยต่อการทำประชามติ และไม่ไว้วางใจพฤติกรรมพรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทยจะพยายามทุกวิถีทาง ที่จะนำรัฐธรรมนูญปี 2540 นำกลับมาใช้ เพื่อนำมาเป็นของขวัญให้กับประชาชนต่อไป"

 ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงฝ่ายค้านจะถอนตัวเลยใช่หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ใช่ ก็คัดค้านด้วยทั้งการแก้ไขรธน.และการทำประชามติ เมื่อถามว่า จะร่วมประชุม 3 ฝ่ายหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ไม่ร่วม เพราะเราไม่สนันสนุนแล้ว ส่วนที่มีคนมาถามตนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ บอกกล่าวเรื่องนี้มาใช่หรือไม่นั้น ก็เรียนว่า เมื่อเราประชุมพรรคแล้วท่านก็ให้คำแนะนำ ว่าอะไรมันเหมาะมันควร ท่านบอกไปคิดเป็นการบ้าน ว่าทำไมต้องเสียเงิน ถึง 2 พันล้าน โดยไม่เห็นประโยชน์ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเราไม่ปิดบัง เมื่อท่านแนะนำเราก็นำมาวิเคราะห์

 เมื่อถามว่า จะส่งตัวแทนวิปฝ่ายค้านเข้าไปประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายด้วยหรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิมกล่าวว่า เดี๋ยวเราจะปรึกษากันอีกที อาจเข้าไปแล้วบอกว่าพรรคเพื่อไทย มีความเห็นอย่างนี้ ทั้งนี้ เราไม่ได้โกรธอะไร แต่เราแสดงความจริงใจ การนำเงิน 2 พันล้านมาใช้อย่างสุรุ่ยสุร่ายอย่างนี้เราไม่เห็นด้วย

 เมื่อถามว่า หากเสียงส่วนใหญ่ในสภายังคงเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ก็เรื่องของเค้า แต่เรายืนยันว่า เราจะจัดแคมเปญการเลือกตั้งครั้งหน้า รับรองว่าเราได้เสียงเกินครึ่ง และเราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเอารัฐธรรมนูญปี 2540 มาใช้

 ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวต่อว่า เราไม่ได้ถอนตัวแต่เราไม่ร่วมมาตั้งแต่ต้นแล้ว และเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ก็ชัดเจน ส.ส.พรรคเพื่อไทยจะไม่รวมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอน จุดยืนเราคือเอารัฐธรรมนูญ 40 กลับมาใช้ โดยในการเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะประกาศเป็นนโยบายให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยให้ได้เสียงเกินครึ่ง แล้วนำรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมา จะแก้กฎหมายนิรโทษกรรม อภัยโทษ เอาพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาทำงานให้ประเทศเจริญขึ้น เศรษฐกิจจะได้ดี

 น.พ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การทำประชามติ ต้องมีกฎหมายรองรับ ขณะนี้ต้องเข้าใจว่า กฎหมายประชามติยังไม่ผ่านสภา จริงอยู่ กฎหมายตัวนี้ถูกส่งไปแล้วที่ศาลรัฐธรรมนูญ ที่จะต้องวินิจฉัยภายใน 30 วัน แต่ตรงนี้ทางพรรคเพื่อไทย ได้ทำหนังสือถึง ประธานสภา เพื่อส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อคัดค้านแล้วเพราะ กระบวนการออกเสียง การให้คำรับรองให้คำเห็นชอบหรือการลงมติ กฎหมายประชามติ อาจไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ เพราะมีการลงมติครั้งแรกไม่ถึงกึ่งหนึ่ง ทำให้ต้องขอในที่ประชุมลงมติอีกครั้ง ในที่สุดแล้ว กฎหมายนี้ก็จะถูกยับยั้ง ตามกฎมายรัฐธรรมนูญมาตรา 147 เพราะการออกเสียงกฏหมายดังกล่าวไม่ถึงกึ่งหนึ่ง

 “ ถึงแม้วุฒิสภา จะยืนยันและเห็นชอบด้วย ถ้าสภาผู้แทนราษฎรจะกลับมายืนยันต้องใช้เวลาอย่างน้อย 180 วันหรือ 6 เดือน เพราะฉะนั้นในช่วง 6 เดือนนี้ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามที่เราร้องไปว่าการลงมติเห็นชอบกฏหมายประชามติไม่ชอบ ใน 6 เดือนนี้ยืนยันได้ว่าไม่มีการทำประชามติ เพราะนั่นคือเจตนาที่แน่ชัดว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องการที่จะถ่วงเวลา ” น.พ.ชลน่านกล่าว

 นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า สำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 6 ประเด็นนั้น พรรคเพื่อไทยเห็นว่าเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้าเราจึงเข้าไปร่วมด้วยกับรัฐบาล ซึ่งเป้าหมายของเราที่แท้จริงคือต้องการรัฐธรรมนูญปี 40 กลับมาใช้ แต่เมื่อพฤติกรรมของรัฐบาลที่พยายามเตะถ่วงเพื่อซื้อเวลาในการอยู่เป็นรัฐบาลต่อไป เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งการทำประชามตินั้นก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ 2 พันล้านบาทที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ควรจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้อย่างอื่นมากว่า

 “ แน่นอนว่าในการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายในวันพรุ่งนี้ วิปฝ่ายค้านจะยังคงเข้าร่วม แต่ก็เป็นเพียงฟังเท่านั้น ไม่แสดงความเห็น และจะไม่ร่วมลงชื่อในญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ ” นายประเกียรติ กล่าว

 นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะเลขานุการวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านไม่ได้ตกลงใดๆ ในการทำประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการเสนอของนายกรัฐมนตรี แน่นอนว่าเป็นการซื้อเวลาเพื่อบริหารประเทศให้นานที่สุด ซึ่งหากรัฐบาลยังบริหารงานอยู่บนความขัดแย้งอยู่อย่างนี้ เราก็ขอให้นายกฯยุบสภาแล้วคืนอำนาจประชาชนในการเลือกตั้งจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

 ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ยอมรับว่าส.ส.หลายๆคนเห็นด้วยกับพ.ต.ท.ทักษิณที่โฟนอินมาที่ประชุมพรรคเมื่อวานนี้ ในประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเป็นที่มาของการถอนตัวไม่เข้าร่วมในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ3 ฝ่าย เนื่องจาก ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยประเมินมานานแล้วว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการแก้รัฐธรรมนูญมาแต่แรก เพียงแต่ต้องการยื้อเวลาต่ออายุรัฐบาล เล่นเกมต่อรองกับพรรคร่วม อย่างไรก็ตาม ในการโฟนอินเมื่อวานนี้ ( 6 ตค.) พ.ต.ท.ทักษิณ ยังประเมินว่า การแก้รัฐธรรมนูญจะล่ม และหลังจากนี้เป็นช่วงเวลานับถอยหลังของรัฐบาลภายใน 2 - 3 เดือนนี้ จากเงื่อนไข ปัญหาทุจริต การแทรกแซงการแต่งตั้งข้าราชการ ปัญหาภายในพรรคประชาธิปัตย์ พ.ต.ท.ทักษิณจึงย้ำให้ส.ส.ในพรรคเพื่อไทยเร่งลงพื้นที่หาเสียง และสั่งให้แกนนำพรรคนำปัญหาของประชาชนมาทำแคมเปญหาเสียงเลือกตั้งต่อยอดนโยบายประชานิยม ของพรรคเพื่อไทย

เลขาวิปวุฒิชี้เป็นเกมการเมืองล้มกระดานแก้รธน.
 
 นายวิทยา  อินาลา  ส.ว.นครพนม เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) ในฐานะตัวแทนวิปวุฒิที่ไปร่วมประชุมวิป 3 ฝ่าย กล่าวกรณีที่พรรคฝ่ายค้านประกาศถอนตัวจากการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นเกมการเมืองระหว่างฝ่ายค้านและรัฐบาลมากกว่า แต่หากฝ่ายค้านถอนตัวออก คงทำให้เรื่องการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 3 ฝ่ายในรัฐสภา ต้องสะดุดลง หรือถ้าจะเดินต่อก็คงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะลำพังอาศัยเพียงเสียงของรัฐบาลและส.ว.ที่จะลงมติเกินกึ่งหนึ่งที่ 311 เสียง ก็คงไม่ถึง อีกทั้ง ส.ว.เป็นอิสระ ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองไหน คงยากที่จะไปบังคับ ซึ่งตนกำลังพยายามติดต่อกับวิปวุฒิและตัวแทนวิปวุฒิ เพื่อหารือถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะกำหนดเดิม วันที่ 8 ตุลาคม เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมร่วมวิป 3 ฝ่ายกับฝ่ายกฎหมายของสองสภา พิจารณาการยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ทำให้ตอนนี้จึงไม่ทราบว่า ต้องเลื่อนประชุมหรือไม่หากวิปฝ่ายค้านถอนตัว

  อย่างไรก็ตามก่อนหน้าที่ฝ่ายค้านจะถอนตัวออกไป ทราบว่ามีส.ส.และส.ว.ส่วนหนึ่ง เตรียมเข้าชื่อกันเพื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น เข้ามาเองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ซึ่งตรงนี้จะเป็นการสอดรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นหรือไม่ นอกจากนี้ สภายังมีร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญทั้งฉบับที่ประชาชน 7 หมื่นกว่าคนชื่อเสนอ ค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุมร่วมกันของรัฐสภาอยู่แล้วซึ่งยังไม่ได้มีการหยิบยกขึ้นมาพิจารณา