
รับอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองระงับผุด76รง.มาบตาพุด
ศาลปกครองสูงสุดจ่ายสำนวนกก.สิ่งแวดล้อม อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับลงทุน 76 โครงการมาบตาพุด ให้องค์คณะ 1 ที่มี ปธ.ศาลปกครองสูงสุด 2 รองปธ.ศาลสูง 4 ตุลาการหัวหน้าคณะศาลสูง พิจารณาแล้ว ขณะที่องค์คณะเตรียมประชุมตรวจสำนวน ก่อนมีคำสั่งต่อไป
(7ต.ค.) ที่ศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ ผู้สื่อข่าวรายงานถึงความคืบหน้า การพิจารณาอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับการลงทุน 76 โครงการ ในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ว่า หลังจากที่ นายประศาสน์ชัย ตัณฑพานิช อธิบดีอัยการฝ่ายคดีปกครอง รับมอบอำนาจคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกฟ้อง ยื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 2 ต.ค. ที่ผ่านมา ขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาลปกครองกลาง ปรากฏว่าล่าสุดศาลปกครองได้มอบให้ตุลาการศาลปกครองสูงสุด คณะที่ 1
ซึ่งมีนายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด , นายอัครวิทย์ สุมาวงศ์ รองประธานศาลปกครองสูงสุด , นายพีระพล เชาวน์ศิริ ว่าที่รองประธานศาลปกครองสูงสุด , นายหัสวุฒิ วิฑิตวิริยกุล ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด , นายเกษม คมสัตย์ธรรม ว่าที่ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด , นายปรีชา ชวลิตธำรง ว่าที่ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด และนายวิชัย ชื่นชมพูนุท ว่าที่ตุลาการหัวหน้าคณะในศาลปกครองสูงสุด เป็นองค์คณะ พิจารณาคำอุทธรณ์ดังกล่าว ซึ่งหลังจากนี้องค์คณะจะได้ประชุมตรวจสำนวน โดยใช้เวลาอีกระยะในการพิจารณาก่อนที่จะมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ต่อไป
ขณะที่รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ( ส.อ.ท.) ระบุว่าจะยื่นคำร้องด้วยตนเอง ขอให้ศาลปกครองสูงสุด มีคำสั่งทุเลาการบังคับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวที่ให้ชะลอการลงทุน 76 โครงการไว้ก่อนนั้น ขณะนี้ยังไม่ปรากฏว่ามีการยื่นคำร้องเข้ามาต่อศาลแต่อย่างใด
อภิสิทธิ์พร้อมดันร่างกม.องค์การอิสระสิ่งแวดล้อม
เมื่อเวลา 09.30 น. ณ ห้องสีเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) พร้อมคณะ จำนวน 17 คน เข้าพบ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการบรรเทาผลกระทบกรณีศาลปกครองมีคำสั่งบรรเทา ทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาคดีให้ระงับ 76 โครงการ เพื่อคุ้มครองชุมชนมาบตาพุด
นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวรายงานว่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการตระหนักถึงความจำเป็นในการดูแล สภาพแวดล้อมและสุขภาพของชุมชนในพื้นที่ และพร้อมจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐอย่างเคร่งครัด หากชุมชนในพื้นที่และภาครัฐมีความเห็นว่ายังมีกฎเกณฑ์หรือมาตรการใดที่ต้อง กำหนดเพิ่มเติม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่
สำหรับ โครงการทั้ง 76 โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่และที่กำลังจะเกิดขึ้นใหม่นั้นสภาอุตสาหกรรมฯ เห็นว่าไม่สามารถชะลอหรือหยุดชะงักได้ เพราะจะเกิดผลกระทบอย่างรุนแรง โดยเฉพาะผลกระทบต่อการจ้างแรงงาน และการชำระหนี้ให้กับสถาบันการเงิน จึงขอให้รัฐบาลได้พิจารณาให้โครงการต่าง ๆ ที่ปฏิบัติตามกฎหมายได้ดำเนินการต่อไป และเมื่อมีการกำหนดกฎเกณฑ์หรือมาตรการใดเพิ่มเติมตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญ 2550 ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้ง 76 โครงการแล้ว ขอให้ภาครัฐได้พิจารณาทบทวนว่าโครงการใดควรมีการปรับปรุงเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้ สภาอุตสาหกรรมฯ ได้ยื่นข้อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อให้รัฐบาลได้พิจารณา ดังนี้ 1) ภาครัฐควรทำความเข้าใจกับประชาชนเกี่ยวกับมาตรา 67 และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ 2) รัฐบาลควรหาข้อสรุปเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับความหมายของมาตรา 67 ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาและศาลปกครองกลางมีความเห็นต่างกัน เพื่อให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ในแนวทางเดียวกัน 3) เร่งดำเนินการให้ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่าง รุนแรง มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายทันที
4) สำหรับโครงการทั้ง 76 โครงการที่ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายของโครงการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชน อย่างรุนแรงและไม่ต้องดำเนินการตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญฯ พ.ศ. 2550 ขอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาออกใบอนุญาตหรืออนุญาตให้ ผู้ประกอบการดำเนินโครงการหรือกิจกรรมได้ต่อไปโดยไม่หยุดชะงัก เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยผู้ประกอบการพร้อมที่จะปฎิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่จะมีการกำหนดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการขององค์กรท้องถิ่นตามประกาศเขตควบคุมมลพิษและกฎหมายที่ เกี่ยวข้อง
5) หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องเร่งออกกฎหมายหรือกำหนดมาตรการต่าง ๆ ที่จำเป็นโดยเร็วที่สุด ได้แก่ กำหนดประเภทโครงการรุนแรง การจัดตั้งองค์กรอิสระ หลักเกณฑ์การดำเนินงาน HIA และ Public Hearing เพื่อ ให้เอกชนสามารถดำเนินการให้สอดคล้องตามมาตรา 67 ได้โดยเร็ว ไม่ต้องรอคำพิพากษาของศาล และให้ผู้ประกอบการที่โครงการอยู่ในบัญชีรายชี่อตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องกำหนดประเภทโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่าง รุนแรง สามารถปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรคสองของรัฐธรรมนูญฯ 2550 ได้อย่างครบถ้วนถูกต้อง ทั้งนี้สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนด้านข้อมูล และปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่จะกำหนดขึ้น
6) การอ้างอิงข้อมูลทางวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมจากหน่วยงานภาครัฐ ควรมีการตรวจสอบและนำเสนอให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและเป็นไปด้วยความระมัด ระวัง เนื่องจากปัญหามลพิษและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ ล้วนมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ที่จำเป็นต้องมีการพิสูจน์ตามหลักวิชาการที่เหมาะสม ทั้งนี้ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้แก่ประชาชนและสื่อมวลชน ที่สำคัญเพื่อไม่ให้เกิดความตระหนักเกินข้อเท็จจริง และ 7) ควรมีการจัดตั้งกองทุนบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ จำนวน 100,000 ล้านบาท เนื่องจากคำสั่งระงับโครงการดังกล่าวด้วย
นายกฯกล่าวว่า รัฐบาลจะพยายามผลักดันร่างพระราชบัญญัติองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรโดยเร็ว รวมถึงอื่น ๆ ที่ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยได้เสนอมา ซึ่งรัฐบาลจะเร่งหารือกับหน่วยงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐและเอกชน และภาคประชาชน เพื่อร่วมกันหาแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ให้เป็นไปในทิศทางที่เหมาะสมและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายต่อไป



