
ชวรัตน์ไม่หวั่นบิ๊กจิ๋วซบพท.เปรียบการเมืองเช่นธุรกิจ
"ชวรัตน์" ไม่หวั่น "บิ๊กจิ๋ว" ซบเพื่อไทย โวเป็นพรรคเพื่อประชาชนไม่แข่งกับใคร ไม่สน ส.ส.ปชป.เรียงหน้าด่า เรื่องขัดแย้งนายกฯโหวตผบ.ตร. ภูมิใจไทย"แจงเนวินไม่เคยปรามาสบิ๊กจิ๋ว ศุภชัยชี้พรรคการเมืองใหม่แย่งฐานเสียงปชป.
(7ต.ค.)นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เข้าสังกัดพรรคเพื่อไทย ว่า การเมืองก็เหมือนธุรกิจการค้าที่ต้องการมีแข่งขัน ถ้ารู้ว่าข้าศึกมีกำลังสำคัญ เราต้องเสริมสร้างกำลังของเราเพื่อสู้ศึกให้ได้
เมื่อถามว่าในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะตั้งรับเรื่องนี้อย่างไร นายชวรัตน์ กล่าวว่า เราไม่ได้ตั้งรับเรื่องนี้ เพราะวัตถุประสงค์ของพรรค คือบำบัดทุกข์ บำรงสุข ปกป้องสถาบัน ซึ่งชัดเจนอยู่แล้ว และไม่ต้องแว้งกัดใคร หรือสู้กับใคร
เมื่อถามว่าการที่แสดงความเห็นขัดแย้งกับนายกรัฐมนตรี เรื่อง ผบ.ตร.ทำให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาตอบโต้รุนแรงเรื่องนี้ทำให้หนักใจหรือไม่ นายชวรัตน์ กล่าวพร้อมหัวเราะว่า “ไม่เป็นไร ผมอโหสิ เราต้องภูเขาทองสูงกว่าที่เขาจะไปเยี่ยวรด”
“ภูมิใจไทย"แจงเนวินไม่เคยปรามาสบิ๊กจิ๋ว
นางศุภมาส อิศรภักดี รองโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวกรณีที่มีข่าวระบุนายเนวิน ชิดชอบ พูดปลอบสมาชิกพรรคในที่ประชุมพรรคเมื่อวันที่ 6 ต.ค.ไม่ต้องเป็นห่วง พล.ต.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่ไปนั่งเป็นประธานพรรคเพื่อไทยเพราะมักทำอะไรไม่สำเร็จ ว่า ตนในฐานะรองโฆษกพรรค ซึ่งได้ร่วมประชุมพรรคด้วย ยืนยันว่านายเนวิน ไม่ได้กล่าวถึง พล.อ.ชวลิต ตามที่ข่าว เพียงแต่การประชุม มีกลุ่มส.ส.อีสาน กล่าววิเคราะห์สถานการณ์การเมืองทั่วไป ซึ่งการที่ พล.อ.ชวลิต ถูกเชิญไปเป็นประธานพรรคเพื่อไทยก็เป็นเหตุการณ์หนึ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น
โดยแสดงความเป็นห่วงว่า พล.อ.ชวลิต จะนำพาพรรคเพื่อไทยไปถึงการเลือกตั้งใหม่หรือไม่ หรือจะได้เป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาในการดำรงตำแหน่งการเมืองสำคัญ พล.อ.ชวลิต ได้ลาออกกลางคันหลายครั้ง โดยประชาชนทั่วไปในอีสานเมื่อนึกถึง พล.อ.ชวลิต ก็จะเรียกว่าพ่อใหญ่ลา แต่ทั้งนี้การวิเคราะห์นั้นไม่ใช่การกล่าวถึง พล.อ.ชวลิต ว่าใจเซาะ หรือพูดก้าวล่วง พล.อ.ชวลิต ที่เคยเป็นนายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี แต่อย่างใด ขณะที่การวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองยังพูดถึงเรื่องอื่น ๆ อีก เช่นกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช วางมือการเมือง แต่เรื่องดังกล่าวก็ไม่ได้เป็นข่าวออกมา โดยข่าวที่ออกมากลับเป็นเรื่องบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง เป็นผลลบกับพรรค ขณะที่การการนำเสนอข่าวก็เป็นเพียงแหล่งข่าวที่สื่อมวลชนอ้างถึง ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ จึงเชื่อว่ามีการปล่อยข่าวทำลายพรรค
นางศุภมาส รองโฆษกพรรค กล่าวว่า จากการนำเสนอที่ทำให้พรรคเสียหายซึ่งครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะก่อนหน้านี้เคยมีการอ้างถึงแหล่งข่าวที่ให้ข่าวด้านลบกับพรรคมาหลายครั้งแล้ว ผู้ใหญ่ในพรรคได้แสดงความเป็นห่วง จึงได้สั่งการสืบหาตัวผู้ที่ให้ข่าว ซึ่งหากพบว่าเป็นคนในพรรค ก็จะเชิญออกจากการเป็นสมาชิกพรรคทันที ขณะที่ในการนำเสนอข่าวพรรคก็ไม่ต้องการกล่าวโทษถึงสื่อมวลชน เพราะเข้าใจว่าเป็นการทำหน้าที่ของสื่อ แต่หวังว่าสื่อมวลชนจะกลั่นกรองข้อเท็จจริงให้ได้ความจริงที่สุดเพื่อนำเสนอข่าว ซึ่งหากจะมีการสอบถามข้อมูลใด ๆ ที่เกี่ยวกับพรรค ตนในฐานะรองโฆษกพรรค และนายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกพรรค พร้อมเสมอ
ข่าวที่ออกมาไม่เป็นความจริงเลย พรรคภูมิใจไทยก็เป็นพรรคใหม่ มีหลายกลุ่มที่มาอยู่ร่วมกัน จึงไม่รู้ว่าแหล่งข่าวที่ให้ข่าวนั้นจะเป็นพวกหนอนบ่อนไส้เข้ามาทำลายพรรค โดยเอาดีเข้าตัวเองแล้วปล่อยข่าวด้านลบทำให้พรรคเสียหายหรือไม่ ซึ่งข่าวที่ออกมาไม่ใช่แค่ว่านายเนวิน เสียหายแต่ทำให้พรรคภูมิใจไทยเสื่อมเสียด้วย
ดังนั้นถ้าสืบหาตัวได้ผู้ใหญ่ในพรรคให้ขับออกจากพรรคแน่นอน” รองโฆษกพรรคกล่าวย้ำ และว่า ที่ผ่านมาผู้ใหญ่ในพรรคให้สมาชิกพรรคยึดถือหลักปฏิบัติอย่างเสมอว่า ให้เคารพผู้ใหญ่ อดีตผู้นำ และจะไม่ก้าวล่วงผู้นำพรรคใด ๆ โดยตัวอย่างที่ผ่านมา แม้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และ รมว.มหาดไทย จะเคยถูกสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวโจมตี แต่สมาชิกพรรคภูมิใจไทยก็ไม่เคยก้าวล่วงกลับผู้ใหญ่ หรือผู้นำพรรคประชาธิปัตย์เลย ดังนั้นข่าวที่ออกมาเกี่ยวกับ พล.อ.ชวลิต จึงไม่ใช่ความจริง
“ศุภชัย”ชี้พรรคการเมืองใหม่แย่งฐานเสียงปชป.
นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล นั่งตำแหน่งหัวหน้าพรรคการเมืองใหม่และอาจจะเป็นคู่แข่งของพรรคภูมิใจไทย ว่า “ เด็กๆ ” เขาเป็นคู่แข่งพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า แต่ต้องถือว่ามีตัวเล่นตัวใหม่เข้ามาเล่น เราก็ยินดี ความจริงวันนี้ต้องบอกว่ารู้สึกยินดีกับผู้ที่ทำงานทางการเมืองข้างถนนที่จะได้รู้ว่าในที่สุดแล้วเมื่อบ้านเมืองปกครองด้วยระบบรัฐสภา ต่อให้จะมีความเห็นอย่างไรก็ไม่สามารถที่จะเข้าสู่กระบวนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภาได้ การที่เขาตัดสินใจตั้งพรรคการเมืองและเข้าสู่วิถีทางก็นับเป็นเรื่องที่น่ายินดีและต่อไปนี้ก็จะเป็นการชูนโยบาย ว่ามีนโยบายอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้รู้ว่ามีนโยบายอย่างไรที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนและตัดสินใจเลือกเข้าสู่สภาฯ
“สิ่งที่อยากจะฝากคือเวลานี้ถ้าคุณเข้าสู่ระบอบ เข้าสู่วงจรในระบอบนี้ นั่นหมายถึงอย่าเล่นสองบท ไม่ใช่ถึงบางกรณีเล่นข้างถนน บางทีก็เล่นระบอบพรรค เพราะจะทำให้ประชาชนสับสนและขาดความศรัทธาในพรรคการเมืองของคุณ วันนี้กลุ่มพันธมิตรฯเมื่อมีพรรคการเมืองเป็นของตัวเองก็ขอให้ก็ทะนุถนอมให้เข้าอยู่ในระบอบให้ดีก็แล้วกัน ส่วนหัวหน้าพรรคจะมีคุณสมบัติอย่างไร หรือถูกดำเนินคดีอย่างไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของคุณ ” นายศุภชัย กล่าว
สำหรับฐานเสียงของพรรคการเมืองใหม่นั้นต้องยอมรับว่ากลุ่มพันธมิตรฯที่ผ่านมามีพลังอยู่ในเขตเมือง เขตพื้นที่ซึ่งประชาชนรับข้อมูลข่าวสารโดยผ่านเอเอสทีวี ในเขตเมืองมีการสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรฯ หลายคนชอบเพราะกลุ่มพันธมิตรฯไม่ได้เป็นพรรคการเมือง แต่วันนี้พอมาเป็นพรรคการเมืองแล้ว หลายคนอาจมองว่าความจริงลึกๆคุณเองก็มีเป้าหมายเพื่อแสวงหาความเป็นใหญ่ ในการบริหารประเทศ และวันนี้ถ้าถามว่าเป็นคู่แข่งของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ คำตอบคือก็เป็นเรื่องที่ต้องพิสูจน์กัน ซึ่งเราพร้อมแข่งกับคุณในกติกาอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยจะเหนื่อยมากขึ้นหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า คำถามวันนี้คือกลุ่มพันธมิตรฯ ต้องตรวจสอบว่าหลังจากคุณทำการเมืองข้างถนนมา วันนี้คุณมีคนชื่นชอบ ศรัธา พวกคุณมากขึ้นหรือน้อยลง บางคนอาจเหมาะทำการเมืองนอกรูปแบบแบบนั้น แต่เมื่อเข้ามาทำการเมืองในรูปแบบอาจจะทำได้ไม่ดี เพราะเผลอไผลชอบทำข้างถนนอยู่ก็ได้ แต่พรรคที่มีผลกระทบน่าเป็นพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า เพราะผู้ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ก็คือกลุ่มพันธมิตรฯ คือคนเขตเมือง ซึ่งรับเอเอสทีวี แต่วันนี้คนเหล่านั้นต้องตัดสินใจว่าจะเลือกตัวแทนพรรคการเมืองใหม่ หรือเลือกพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตามในอนาคตจะสามารถร่วมงานกับพรรคการเมืองใหม่ได้หรือไม่นั้น ยังตอบไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของอนาคตเพราะยังไม่รู้ว่าพรรคการเมืองใหม่หากเลือกตั้งเข้ามาจะได้กี่เสียง



