
พบซากพะยูนกลางอ่าวพังงา
พบซากพะยูนกลางอ่าวพังงา เรือท่องเที่ยวลากเข้าฝั่งส่งสถาบันวิจัยฯ เตรียมตรวจพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดภูเก็ต ว่าเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.วันที่ 27 ก.พ. 2552
ช่วงค่ำที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน แหลมพันวา ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ได้รับซากพะยูนซึ่งเสียชีวิตบริเวณอ่าวพังงามาเก็บไว้ที่ห้องเย็นเพื่อเตรียมผ่าซากหาสาเหตุการเสียชีวิต หลังจากที่พบซากพะยูนดังกล่าวบริเวณอ่าวพังงา รอยต่อระหว่างจังหวัดภูเก็ตกับจังหวัดพังงา
นายเผ่าเทพ เชิดสุขใจ นักวิชาการประมง สถาบันฯ กล่าวว่า เมื่อประมาณช่วงบ่ายที่ผ่านมา (27กพ.) ได้รับแจ้งจากทางเครือข่ายชาวบ้านบ้านป่าคลอก ต.ป่าคลอก อ.ถลาง ว่า เรือทัวร์ที่วิ่งสัญจรไปมาบริเวณอ่าวพังงา รอยต่อระหว่าง จ.พังงา กับ จ.ภูเก็ต พบเห็นซากพะยูนเสียชีวิต ลอยอยู่กลางทะเลอันดามันบริเวณเกาะละวะ ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ได้ไปรับซากกลับมาถึงสถาบันฯ เพื่อทำการพิสูจน์หาสาเหตุการตาย
สำหรับซากพะยูน ที่พบนั้นเป็นเพศเมีย มีความยาวประมาณ 160 เซนติเมตร น้ำหนัก 86 กิโลกรัม ซึ่งถือว่ายังเป็นอ่อนวัยอายุไม่เกิน 1 ปี ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบบาดแผลตามลำตัวแต่อย่างใด ส่วนสาเหตุการตายที่ชัดเจนคงจะต้องรอการผ่าชันสูตรซากอีกครั้ง แต่เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าเกิดจากอาการเจ็บป่วยเพราะดูจากภาพนอกถือว่าสุขภาพสมบูรณแข็งแรงตัวหนึ่ง นายเผ่าเทพกล่าว
ทางด้าน น.สพ.สนธยา มานะวัฒนา กล่าวว่า นับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 ที่ผ่านมาจนปัจจุบัน พบซากพะยูนเสียชีวิตไปแล้วจำนวน 8 ตัว ซึ่งถือเป็นสถิติการตายที่มากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งจากการผ่าชันสูตรซากเพื่อหาสาเหตุการตายส่วนใหญ่พบว่าไม่ได้เกิดจากอาการเจ็บป่วยของพะยูนเอง เพราะเท่าที่พบจะมีสุขภาพร่างกายโดยรวมสมบูรณ์แข็งแรง และในช่วง24 ชั่วโมงก่อนที่จะมีการเสียชีวิตยังกินอาหารได้ตามปกติ จึงสันนิษฐานว่าน่าจะมีสาเหตุมาจากเครื่องมือการทำประมง เนื่องจากการตายจะมีลักษณะเฉียบพลัน
น.สพ.สนธยา กล่าวว่า การตายของพะยูนในระยะนี้ถือว่ามีปริมาณมากอย่างน่าวิตก ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ก็อาจจะทำให้พะยูนในอ่าวพังงาหรือทะเลอันดามันถึงขั้นที่สูญพันธุ์ได้ จึงจำเป็นที่หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องควรจะต้องมีมาตรการในการป้องกันไม่ให้พะยูนซึ่งเป็นสัตว์ทะเลที่หายากต้องสูญพันธุ์ไป



