ข่าว

พบแล้วเจ้าของรถคาร์บอมสุไหงโก-ลก

พบแล้วเจ้าของรถคาร์บอมสุไหงโก-ลก

07 ต.ค. 2552

ตำรวจพบแล้วเจ้ารถคาร์บอมบ์อยู่ปัตตานี ส่งจนท.ควานหาตัวขยายผล ผู้บาดเจ็บเสียชีวิต 1 ขณะส่งตัวรักษายะลา ผบ.พตท.สั่งสอบคาร์บอมสไหงโก-ลก หลังชาวบ้านแจ้งให้ตรวจสอบแล้ว เชื่อเกิดจากความผิดพลาดเจ้าหน้าที่และเครื่อง จีที 200

(7ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าเหตุคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์หน้าร้านขายเครื่องสำอาง ตรงข้ามโรงแรมเมอลิน เขตเทศ บาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ห่างจากสภ.สุไหงโก-ลก ราว 100 เมตร ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 ราย ร้านค้าเสียหาย 6 ร้าน รถยนต์และจยย.รวม 8 คันนั้น ล่าสุดพ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ตรวจสอบพบรถที่คนร้ายใช้เป็นพาหนะบรรทุกระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบไว้ในถังแก๊ส หนัก 50 ก.ก.และจุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารแบบมือถือนั้น เป็นรถฮอนด้าซิตี้ สีบรอนส์ เลขทะเบียน กค-1204 ยะลา เลขเครื่องยนต์ 3 A 26612-07972 เลขตัวรถ MRH3A 2660 T -A 07972 ผู้ถือกรรมสิทธิ์ คือบ.จี.อี.แคปปิตอล ออโต้ลีส

 ส่วนผู้ครอบครองคือนายอับดุลการิม เจะมะ อายุ 30 ปี อยู่เลขที่ 50/2 ม.4 ต.ละหาร อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ขณะนี้ พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบข้อมูลที่บริษัทดังกล่าว รวมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปติดตามตัว นายอับดุลการิม ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนขยายผลแล้ว

 นอกจากนี้พ.ต.ท.มงคล บัวจันทร์ เจ้าของคดี เตรียมเรียกพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์กว่า 10 คน ที่จำหน้ารูปพรรณคนร้ายที่ขับรถเก๋งบรรทุกระเบิดแสวงเครื่องมาจอด เพื่อก่อวินาศกรรมครั้งนี้มาให้ปากคำ เบื้องต้นทราบว่าส่วนใหญ่จำใบหน้าคนร้ายได้แม่นยำ ซึ่งมีด้วยกันไม่ต่ำกว่า 6 คน ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่างดี และคนร้ายที่ร่วมก่อเหตุครั้งนี้ พยานบางคนยังเห็นเดินปะปนกับชาวบ้านมาสังเกตการณ์แถมใช้โทรศัพท์มือถือบันทึกภาพผลงานเอาไว้ด้วย

 ส่วนพยานหลักฐานสำคัญที่อีกชิ้นหนึ่ง คือ ภาพโทรทัศน์วงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตามเสาไฟฟ้าจุดเกิดเหตุ 5-6 ตัว เบื้องต้นชุดสืบสวน สภ.สุไหงโก-ลก เข้าตรวจสอบแล้ว พบว่าส่วนใหญ่ใช้การไม่ได้ เนื่องจากถูกฟ้าผ่าช่วงฝนตกหนักเมื่อเมือ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่พยายามหาวงจรปิดที่ใกล้จุดเกิดเหตุที่สุด เพื่อใช้ประกอบหลักฐานทางคดี
 
 ด้านผู้ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดครั้งนี้ 26 คน และเสียชีวิต 1 คน ขณะส่งตัวรักษาต่อโรงพยาบาลศูนย์ จ.ยะลา คือ น.ส. โนรุงซันนะห์ แวนาแว อายุ 36 ปี นอกจากนี้มีนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก 5 คน สาหัส 1 คน คือ น.ส. โนรีซา มะรี อายุ 30 ปี ส่วนที่เหลือหลังแพทย์ปฐมพยาบาลแล้วเสร็จได้อนุญาตให้ไปรักษาตัวที่บ้านพัก

 พล.ท.กสิกร คีรีศรี ผู้บัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (ผบ.พตท.) เปิดเผยว่า เหตุที่เกิดในพื้นที่อำเภอสุไหง โกลกนั้น แรกเริ่มได้รับการแจ้งจากชาวบ้านแล้วว่ามีรถต้องสงสัยได้เข้ามาจอดอยู่ เจ้าหน้าที่ทหารได้เข้าไปทำการตรวจสอบชั้นต้น โดยใช้เครื่องจีที 200 ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ใช้อยู่ เครื่องไม่ชี้ ว่าเป็นสารระเบิด

 แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานไปยังชุดทำลายวัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่ชุดตรวจสอบวัตถุระเบิดไม่ได้เข้าไป จึงได้เกิดระเบิดขึ้นก่อน ซึ่งขณะนี้กองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ตรวจสอบอยู่ว่า เครื่องตรวจจีที 200 ทำไมไม่ทำงาน
โดยเบื้องต้นตั้งข้อสันนิษฐานว่า อาจเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่ผู้ใช้ หรือ ของเครื่องมือ ซึ่งขณะนี้กำลังทำการตรวจสอบอยู่
 
 “เครื่องจีที 200 ที่นำมาใช้ในพื้นที่เป็นเครื่องที่ทำงานขึ้นอยู่กับไฟฟ้าในตัวคน ฉะนั้นมีโอกาสที่ว่าบางครั้งคนที่ใช้ร่างกายอ่อนแอ ฉะ นั้นไฟฟ้าในร่างกายน้อยลงทำให้ประสิทธิภาพในการใช้เครื่องน้อยลง ซึ่งได้มีการสั่งการให้ทุกหน่วยจัดเจ้าหน้าที่อย่างน้อย 2 คนประจำเครื่อง"
 
 พล.ท.กสิกร  กล่าวว่า หลังเกิดเหตุในพื้นที่บ่อยครั้งมากขึ้น ได้มีการกำชับและสับเปลี่ยนกำลังพลบางส่วน และเปลี่ยนผู้บังคับหน่วย ทางกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ได้กำชับและเข้มงวดในการตั้งด่านตรวจ จุดตรวจ ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด่านตรวจถาวร และด่านตรวจชั่วคราว ก็ตาม ให้เพิ่มความเข้มงวด และใช้เครื่องมือทุกชนิด เข้าปฏิบัติการอย่างเข้มงวด

 ด้านนายสมเกียรติ สุวรรณนิมิตร นายอำเภอสุไหงโก-ลก เปิดเผยว่า เหตุคาร์บอมสี่แยกใกล้โรงแรมเมอลิน เป็นกรณีศึกษาที่จนท.รัฐ หน่วยงานทุกภาคส่วน ต้องทบทวนแผนมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆของอุปกรณ์เครื่องมือ ที่ถูกนำมาในพื้นที่ เนื่องจากด้วยระบบการเฝ้าระวังของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งเปรียบเป็นหัวใจสำคัญของมาตรการรักษาความปลอดภัยของตัวบุคคลนั้น ถือว่าได้รับความร่วมมือที่ดีเยี่ยม เนื่องจากก่อนเกิดเหตุชาวบ้านแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับรถต้องสงสัยดังกล่าว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในการแจ้งขอความร่วมมือในฐานะมวลชน

 ในช่วงระหว่างการเข้าตรวจสอบนั้น ชาวบ้าน ร้านค้า โรงแรม ตลอดจนนักท่องเที่ยว ต่างตื่นตัว และป้องกันตัวด้วยการเข้าไปอยู่ในจุดที่ปลอดภัยทั้งหมดแล้ว แต่ไม่มีใครคาดคิดว่า เครื่องมือที่นำมาตรวจสอบนั้น จะมีปัญหาทางเทคนิคขึ้น จึงตรวจไม่พบสิ่งปกติ จึงยกเลิกการกันพื้นที่ทำให้ชาวบ้านทยอยออกมาใช้ชีวิตตามปกติ จึงเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บ ขณะเกิดระเบิดขึ้น แต่เชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ไม่เข้ามาตรวจสอบ อาจเกิดความสูญเสียรุนแรงกว่าที่เป็นอยู่ เนื่องจากหลังเกิดเหตุชาวบ้านขยาดที่จะเดินเข้าไปใกล้รถต้องสงสัย เพราะหวั่นใจที่ไม่มีเจ้าของมาแสดงตัวเป็นเจ้าของรถ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดปกติ

 "ประชาชนเป็นหัวใจของทรัพยากรคน ที่มีส่วนสำคัญในการเฝ้าระวังเหตุไม่สงบ ขณะเครื่องจีที 200 เป็นหัวใจด้านเทคนิคของเครื่องมือในการตรวจตรา และเฝ้าระวังเหตุความไม่สงบ ดังนั้นการทำงานทั้งสองสิ่งนี้ต้องสอดรับกันอย่างมีระบบ เพื่อให้มีประสิทธิภาพขึ้น หากสิ่งใดสิ่งหนึ่งติดขัด อาจทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงไปด้วย เหมือนกรณีเหตุคาร์บอมบ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ จึงขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้ความสำคัญเรื่องประสิทธิของเครื่องมือด้วย " นายสมเกียรติ กล่าว

 อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้ประสานขอความร่วมมือชาวบ้าน ที่เห็นคนร้ายและจดจำใบหน้าคนร้ายได้ ให้เข้าให้การเจ้าหน้าที่ เพื่อแกะรอยหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป ส่วนเรื่องการฟื้นบรรยากาศเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้คึกคักอีกครั้งนั้นอยู่ระหว่างการประสานขอความร่วมมือทุกฝ่าย โดยเฉพาะภาคเอกชนในการชี้แจงเหตุการณืที่เกิดขึ้น โดยเชื่อว่าอีก 1-2 สัปดาห์สถานการณ์จะดีขึ้นและสู่ภาวะปกติ