
นิเทศศาสตร์จวกสื่อขาดจริยธรรมนำเสนอข่าว
นักวิชาการ นิเทศฯ จวกสื่อมวลชน ขาดจริยธรรมในการนำเสนอข่าว ชี้ภาพข่าวอุจาด ไม่เหมาะสม หวั่นเด็กเสพจนเป็นความเคยชิน ก่อให้เกิดการเลียนแบบ ล่ารายชื่อหนุน ส่ง จ.ม.เปิดผนึก ทุกเล่ม ทุกช่อง ปรับเปลี่ยนการนำเสนอข่าว ไม่ละเมิดสิทธิ อยู่ในหลักจริยธรรม
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รศ.ดร.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ ผศ.ดร.พรจิต สมบัติพานิช คณบดีคณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.อรรณพ เธียรถาวร คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และนายอุดมศักดิ์ ยุทธนาระวีศักดิ์ อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ร่วมด้วยนิสิตนักศึกษากว่า 10 คน แถลงข่าว จดหมายเปิดผนึก เรื่องหยุดความรุนแรงและการละเมิดสิทธิในสื่อมวลชน
รศ.ดร.ยุบลกล่าวว่า ตั้งแต่ต้นปี 2552 หนังสือพิมพ์บางฉบับ ได้ตีพิมพ์ภาพข่าวในหน้าหนึ่ง อันแสดงให้เห็นถึงความรุนแรง ความอุจาด น่าหวาดเสียว โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของสาธารณชนและผลกระทบต่อเยาวชน ที่อาจลอกเลียนแบบโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งภาพข่าวที่ไม่เหมาะสมนั้น เป็นการนำเสนอให้เห็นถึงศพที่เสียชีวิตในลักษณะต่างๆ กัน มีคราบเลือดแดงฉานอย่างชัดเจน แม้จะมีการปิดบังสภาพศพบางส่วน แต่ยังคงแสดงให้เห็นถึงความอุจาด และความน่าหวาดเสียว การนำเสนอข่าวดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ตาย ซึ่งขัดกับข้อบังคับจริยธรรมแห่งวิชาชีพหนังสือพิมพ์โดยตรง
ขณะเดียวกัน สื่อทีวี สถานีโทรทัศน์บางช่อง ก็ไม่ได้มีการใช้วิจารณญาณที่ดีพอในการนำเสนอภาพข่าว เช่น ข่าวอาชญากรรมมีการนำเสนอภาพจากกล้องวงจรปิดที่แสดงถึงวิธีการในการฆาตกรรมอย่างโจ่งแจ้ง และผู้รายงานข่าว ผู้ดำเนินรายการบางคนยังมีวิธีสัมภาษณ์เหยื่อผู้เคราะห์ร้าย และผู้เกี่ยวข้องจากอาชญากรรมที่มีความรุนแรงสูง อย่างเช่นการข่มขืน การทำร้ายร่างกายและการฆ่า โดยไม่คำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และผลกระทบทางจิตใจ
รศ.ดร.ยุบลกล่าวต่อว่า ไม่ได้ต้องการกีดกันการทำงานของสื่อมวลชน แต่ต้องการชี้แจงให้เห็นถึงความไม่เหมาะสม และไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรงในการนำเสนอข่าวที่นำไปสู่การลอกเลียนแบบของเยาวชน และการละเมิดสิทธิผู้อื่น จึงอยากเรียกร้องให้องค์กรและสมาคมวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง แสดงบทบาทเพื่อดำเนินการปรับปรุงแก้ไขและสร้างแนวทางปฏิบัติที่ดี อันนำไปสู่การยกระดับมาตรฐานในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนต่อไป
“ขณะนี้อาจารย์ นิสิต นักศึกษา คณะนิเทศศาสตร์ ทั้ง 4 สถาบัน กำลังดำเนินการล่ารายชื่อสนับสนุนเรียกร้องให้สื่อมวลชนปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอข่าวให้เป็นไปตามมาตรฐาน และเป็นที่ยอมรับ ไม่สร้างความหวาดเสียว หดหู่ หรือการกระทำที่อาจนำไปสู่การลอกเลียนแบบได้ เพราะหนังสือพิมพ์ หรือสื่อทีวี เป็นสื่อที่เข้าถึงได้ง่าย การนำเสนอข่าว ภาพข่าวที่ไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่ให้เกิดความรู้สึกเคยชิน และไปปฏิบัติ เมื่อล่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว คณะนิเทศศาสตร์จะนำไปส่งมอบให้แก่สำนักพิมพ์ทุกเล่ม สื่อโทรทัศน์ทุกช่อง เร็วๆ นี้” รศ.ดร.ยุบลกล่าว
ด้าน ผศ.ดร.พรจิตกล่าวว่า การนำเสนอข่าว ภาพข่าว ระหว่างสื่อต่างประเทศ และสื่อไทยนั้น แตกต่างกันมาก ในต่างประเทศ ไม่มีการนำเสนอข่าวที่รุนแรง สยดสยอง หรือเป็นการละเมิดสิทธิผู้อื่น ภายใต้หลักจริยธรรมสื่อมวลชนเป็นที่ตั้ง แม้ว่าจะใช้ภาพเล่าเรื่อง แต่การนำเสนอภาพก็ไม่ได้เจาะจงนำเสนอภาพที่ชัด หรือใกล้เกินไป หวังว่าการเรียกร้องในครั้งนี้ สื่อมวลชนจะกรุณานำเสนอข่าว ภาพข่าว ที่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง หรือเสื่อมเสียต่อผู้อื่น
นายมานพ แย้มอุทัย อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า นอกจากการนำเสนอภาพข่าวที่ไม่เหมาะสมแล้ว หนังสือพิมพ์บางแห่ง สื่อทีวีบางช่องยังใช้คำที่ไม่เหมาะสม เช่น ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่าผู้ที่กระทำผิด กระทำผิดจริงหรือไม่ สื่อมวลชน ก็ไปประณาม ว่าเป็นโจร อาจารย์ถ่อย หรือกรณีนักศึกษามีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน แต่พอหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์นำเสนอ กลับเป็นการชี้ให้พวกเขาเป็นคู่อริกัน ดังนั้น จึงอยากให้สื่อมวลชน คำนึงถึงบทบาทหน้าที่ ให้อยู่ภายใต้กรอบจรรยาบรรณ และจริยธรรมวิชาชีพ
ทั้งนี้ มีผู้สื่อข่าวจากหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ได้ชี้แจงถึงวิธีการนำเสนอข่าว ที่บางครั้งต้องเจาะจง และถ่ายอย่างใกล้ชิด เช่น กรณีของผู้ร้ายข่มขืน หรือขโมยทรัพย์สินของผู้อื่น เพราะถือเป็นการป้องปราม ไม่ให้ผู้ใดกระทำตาม เป็นการทำให้คดีเสร็จสิ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังทำให้ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เสียหายจากการกระทำของผู้ที่เป็นข่าว ได้มาชี้แจง เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหายอีกด้วย รวมไปถึง ยังเสนอให้คณะนิเทศศาสตร์ เชิญเจ้าของสำนักพิมพ์ หรือกองบรรณาธิการ มารับฟังความคิดเห็นอีกด้วย



