ข่าว

 เผยภาพระทึกแผ่นดินไหวอิเหนา

เผยภาพระทึกแผ่นดินไหวอิเหนา

07 ต.ค. 2552

ปาดัง-เผยภาพนาทีระทึกแผ่นดินไหวก่อนโรงแรมถล่ม ไต้ฝุ่นเมอโลร์ขึ้นฝั่งญี่ปุ่น

 สถานีโทรทัศน์เมโทรทีวีของอินโดนีเซีย ได้แพร่ภาพจากโทรทัศน์วงจรปิดของโรงแรมอัมบากัง ในเมืองปาดัง ช่วงที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว 7.6 ริกเตอร์ บนเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดมาครบ 1 สัปดาห์ โดยภาพที่นำมาออกอากาศแสดงให้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงแรม ซึ่งแขกและพนักงานกำลังวิ่งหนีออกจากอาคารกันอย่างอลหม่าน ท่ามกลางสรรพสิ่งที่ร่วงลงมาจากเพดานในหลายจุดของโรงแรม ก่อนที่อาคารทั้งหลังจะพังราบเป็นหน้ากลองในเวลาต่อมา

 เจ้าหน้าที่กู้ภัยต่างหมดหวังที่จะพบผู้รอดชีวิตภายใต้ซากอาคาร ของโรงแรมขนาด 140 ห้อง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์เนเธอร์แลนด์ อดีตเจ้าอาณานิคม ซึ่งในช่วงเกิดเหตุมีคนอยู่ข้างในราว 200 คน เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบศพแล้ว 29 ศพ และไม่พบผู้รอดชีวิต ขณะที่มีรายงานข่าวว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ประกาศยุติการค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ก็มีคนได้ยินเสียงเรียกให้ช่วยเหลือของผู้หญิงดังออกมาจากโรงแรม จนมีการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้กลับมากู้ภัยอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่พบใครรอดชีวิต และไม่ได้ยินเสียงใดๆ อีก

 ด้านกาชาดสากลได้แถลงยอดความเสียหายว่ามีบ้านเรือนพังเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวราว 170,000-200,000 หลัง ในจำนวนนี้ 90,000 หลังพับราบทั้งหมด มีผู้ประสบภัยกว่า 1 ล้านคน ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ ได้เพิ่มเป็น 704 คน สูญหายอีก 295 คน

 ส่วนที่ไต้หวัน ทางการได้ขู่ว่าจะปรับประชาชนที่ไม่ยอมอพยพหนีพายุป้าหม่าที่อ่อนกำลังลงเป็นโซนร้อน ยังคงพัดอยู่ในทะเลจีนใต้ ทางเหนือของเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ แม้ประชาชนเหล่านี้จะลงนามในข้อตกลงว่าจะรับผิดชอบความปลอดภัยของตัวเองก็ตาม โดยเจ้าหน้าที่เผยว่า ประชาชนที่ขัดขืนคำสั่งอพยพอาจถูกปรับเงิน 200,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (ราว 200,000 บาท) ฐานเพิกเฉยต่อคำสั่งของรัฐบาล ขณะที่ญี่ปุ่นเตรียมตัวรับมือพายุไต้ฝุ่นเมอโลร์ ที่จะพัดขึ้นฝั่งตอนใต้ ล่าสุดแรงพายุทำให้ฝนตกหนัก ลมแรง และคลื่นสูงมากกว่า 9 เมตร

 วันเดียวัน นายริชาร์ด รัมซีย์ ผู้อำนวยการฝ่ายลดความเสี่ยงหายนภัย และการฟื้นฟูชุมชนของหน่วยงานบรรเทาทุกข์ "เวิลด์ วิชั่น" ให้ความเห็นว่า เหตุอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ และพายุไต้ฝุ่นมรณะที่เกิดขึ้นในเอเชียในช่วงสัปดาห์ที่แล้ว เป็นคำเตือนต่อผู้นำโลกให้ผลักดันข้อตกลงโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์กในเดือนธันวาคมนี้ โดยกล่าวว่าทั่วโลกได้เป็นประจักษ์พยานว่าประชาชนในฟิลิปปินส์ เวียดนาม ไทย และอินเดีย อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอันรุนแรงมากเพียงใด