ข่าว

รายงาน-"อาถรรพณ์เดือนตุลา"

รายงาน-"อาถรรพณ์เดือนตุลา"

07 ต.ค. 2552

“เดือนตุลา” เป็นห้วงเวลาถูกบันทึกใน “ประวัติศาสตร์การเมืองไทย” หลายครั้งว่าเป็นช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น

 ซึ่งในอดีตเดือนนี้เป็นห้วงเวลาที่คนไทยที่มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกันเข้าห้ำหั่นกันถึงขั้น “ละเลงเลือด” กันมาหลายหน นับตั้งแต่ 14 ตุลา 2516, 6 ตุลา 2519 กระทั่งที่ผ่านมาสดๆ ร้อนๆ เหตุการณ์ 7 ตุลา 2551

 ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้อุณหภูมิการเมืองช่วงนี้ “ร้อนผิดปกติ” ก็เพราะเป็นช่วงที่ข้าราชการทั่วประเทศต้องเกษียณอายุราชการ

 เป็นโอกาสให้ “ฝ่ายการเมือง” ที่หวังครองอำนาจเบ็ดเสร็จ แทรกตัวเข้าไป “บี้” สั่งการ โยกย้าย เอาคนของตัวเองเข้าไป “เสียบ” จนกลายเป็นประเพณี ถ้าทำดีก็ดีไป

 แต่ถ้า “เคาะผิดจังหวะ” ขึ้นมาเมื่อไหร่ การโยกย้ายบิ๊กข้าราชการจะกลายเป็น “แรงกระเพื่อม” ที่ส่งผลสะเทือน “รัฐบาล” ได้แบบไม่คาดคิดเช่นกัน

 อย่างกรณี “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” แค่ตำแหน่งเดียวเล่นเอา “สั่น” ไปทั้งรัฐบาล ทำให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หาทางลงกันไม่ได้อยู่จนเดี๋ยวนี้

 ย้อนมาสำรวจสมรรถนะของ “รัฐบาล” ในห้วงเดือนที่ได้ชื่อว่า “อ่อนไหว” ที่สุดในรอบปี ก็พบว่ามีอาการ “น่าเป็นห่วง” อยู่ไม่น้อยทั้ง “ศึกใน” และ “ศึกนอก” พร้อมใจกันถาโถมเข้ากระหน่ำ ชนิดที่ว่าเปิดตำรารับแทบไม่ทัน

 “อภิสิทธิ์” ถูกท้าทาย ทดสอบภาวะผู้นำครั้งแล้วครั้งเล่า ขณะที่เจ้าตัวก็เลือกเต้นฟุตเวิร์ก เด้งเชือกไปมา ไม่ยอมถูกต้อนเข้ามุมง่ายๆ

 เกมทดสอบใจ “มาร์ค” เริ่มก่อตัวตั้งแต่ในมุ้ง ด้วยเกมเก้าอี้ดนตรี ตำแหน่ง “เลขาธิการนายกฯ” หลังจากที่ “นิพนธ์ พร้อมพันธุ์” ชิงสละรัฐนาวา ด้วยความกล้ำกลืน

 เก้าอี้ “นายกฯ น้อย” ตัวนี้เองได้กะเทาะให้ “พรรคประชาธิปัตย์” เกิดสภาพร้าวลึกๆ

 แม้ว่าด้านหนึ่ง “อภิสิทธิ์” จะเอาเก้าอี้เดิมของนิพนธ์ พลิก “วิกฤต” ให้เป็น “โอกาส” โยก “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” มานั่งแทน เพื่อ “ฟอก” ข้อหาอันฉาวโฉ่กับโครงการชุมชนพอเพียง

 แต่ปัญหาคือชื่อ “ไตรรงค์ สุวรรณคีรี” ที่ถูกเสนอให้เข้าไปเสียบก้น “กอร์ปศักดิ์” หวังจะให้เป็น “โควตา” สายทศวรรษใหม่ สยบ “คลื่นใต้น้ำ” ของเหล่า “ส.ส.อกหัก” ในพรรคประชาธิปัตย์

 กลับ “แสลงหู” ผู้จัดการรัฐบาล อย่าง “สุเทพ เทือกสุบรรณ” ซะเหลือเกิน งานนี้ “เทือก” อาจจะต้อง “กลืนเลือด” อีกรอบ

 พอแหงนมองออกไปนอกพรรค ก็เจอกับเกมปีนเกลียวของ “พรรคร่วม" ที่ยังยึด “ข้อมูลเก่า” ยืนกรานจะชู “พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย” ชนกับ “พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ” ไม่เกรงใจนายกฯเอาเสียเลย

 อย่างล่าสุด "ชวรัตน์ ชาญวีรกูล" รมว.มหาดไทย ซึ่งเป็นคนหนึ่งใน "กรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)"  ก็ยังออกมา "ตอกหน้า" นายกฯ "อภิสิทธิ์" อยู่เหมือนเดิม

 "ผมยังไม่เคยเปลี่ยนท่าทีเกี่ยวกับรายชื่อ ผบ.ตร. ดังนั้นถ้านายกฯ เสนอ พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ ต่อ ก.ต.ช.อีก ก็จะไม่เห็นด้วย และต้องการคนที่นายกฯ ยังไม่ได้เสนอ"

 และรอยร้าวในพรรคร่วมรัฐบาล กำลังเจาะทะลุเข้ามาถึงในพรรคประชาธิปัตย์ ทำให้เสถียรภาพของรัฐบาลสั่นคลอนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 ขณะที่ “ศึกนอก” ก็รุมเร้า เขย่าไม่หยุด

 “เสื้อแดง” อ่านทาง “อภิสิทธิ์” ได้อย่างแม่นยำ รู้ดีว่าช่วงนี้ “นายกฯ” ต้องเผชิญกับภาวะระเบิดเวลาหลายลูก ทั้งแรงบีบจาก “เงื่อนไขพิเศษ” ทั้งกดใน ปชป. ทั้งแรงดันจาก “พรรคร่วมรัฐบาล”  จึงได้ทีนัดปลุกม็อบภายใต้ สโลแกน “แดงทั้งเดือน” หวังเขย่ารัฐบาลให้ “ร่วง” ก่อนสิ้นปี

 ขณะที่ “มิตรร่วมรัฐบาล” อย่าง “พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” นับวันก็ยิ่งหมางเมิน เดินเกมตีสองหน้า

 ด้านหนึ่งหวังขยับเข้ามา “แชร์อำนาจ” ในศูนย์อำนาจรัฐด้วยการเข็น “สนธิ ลิ้มทองกุล” นั่งในตำแหน่ง "หัวหน้าพรรคพรรคการเมืองใหม่" ถือธงนำมวลชนสีเหลืองเข้าสู้ศึกเลือกตั้ง

 อีกด้านหนึ่งก็ยัง “ยึดพื้นที่” บนท้องถนน ปักหลักค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แบบ “หัวชนฝา”

 วันก่อนส่ง “พลพรรคสีเหลือง” นับร้อยคนไปแสดงพลังขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รัฐสภา เป็นการเรียกน้ำย่อย

 ดังนั้นแนวทาง “ประชามติ” ที่ “รัฐบาล” หวังจะใช้เป็นทางออก เพื่อ “ยื้อเวลา” ต่อลมหายใจของรัฐบาล ก็อาจจะแท้งได้ ถ้า “พันธมิตรฯ” ปลุกกระแสต่อต้านขึ้นมาอีกรอบ

 ตลอดทั้งเดือนนี้ อุณหภูมิร้อนผ่าว รัฐบาลเต็มไปด้วย “ขวากหนาม” ที่ทดสอบความแข็งแกร่ง จะกัดฟันฝ่าทะลุ “อาถรรพณ์” เดือนตุลา ไปได้หรือจะจอดป้ายไว้แค่นี้ อยู่ที่หัวใจ “ผู้นำ” คนเดียวเท่านั้น


 ** เสถียร วิริยะพรรณพงศา**