ข่าว

การเมือง-ศก.ที่อภิสิทธิ์ต้องเลือก

การเมือง-ศก.ที่อภิสิทธิ์ต้องเลือก

07 ต.ค. 2552

ตำแหน่ง "เลขาธิการนายกรัฐมนตรี" ถือเป็นเก้าอี้ตัวที่สองที่บ่งบอกถึง "ภาวะผู้นำ" ของ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในฐานะ "นายกรัฐมนตรี" หลังจากเก้าอี้ "ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่" ที่จนถึงขณะนี้ยังแต่งตั้งไม่ได้

 ทั้งที่หากจะใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีก็ไม่น่าจะยากเย็นอะไรนัก แต่ดูเหมือนจะพยายามสร้างความชอบธรรม ทำให้ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ทอดเวลาการแต่งตั้ง "ผบ.ตร.คนใหม่" ออกไป

 แต่การแต่งตั้ง "เลขาธิการนายกรัฐมนตรี" ในขณะนี้น่าจะเป็นปัญหาที่ใหญ่กว่าการแต่งตั้ง "ผบ.ตร.คนใหม่" เพราะอาจส่งผลให้ "พรรคประชาธิปัตย์" แบ่งก๊กแบ่งเหล่ากันชัดเจนมากยิ่งขึ้น จนยากที่ใครจะมาประสาน

 เพราะการลาออกของ "นิพนธ์ พร้อมพันธุ์" จากเก้าอี้ "เลขาธิการนายกรัฐมนตรี" ถูกมองว่ามาจากความไม่พอใจ "นายกฯ อภิสิทธิ์" ที่สนับสนุน "พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ" รักษาการ ผบ.ตร. เป็น "ผบ.ตร.คนใหม่"

 ถึงแม้จะไม่เคยเอ่ยจากปาก แต่ใครก็รู้ว่า ทั้ง "นิพนธ์" และ "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกรัฐมนตรี และเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ หนุน "พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย" รอง ผบ.ตร.แบบสุดลิ่มทิ่มประตู

 ตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ เพราะบางครั้งต้องไปทำหน้าที่บางอย่างแทนนายกฯ นั่นก็เท่ากับบีบให้นายกฯ อภิสิทธิ์ ต้องเลือกให้ละเอียด อย่างน้อยๆ ก็ต้องไม่เลือกคนที่มีแนวโน้มว่า มองคนละมุม ไปคนละทาง

 การตัดสินใจเดินทางไปพบ "กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ" รองนายกรัฐมนตรี ของนายกฯ อภิสิทธิ์ ทำให้กระแสว่าจะโยกกอร์ปศักดิ์ ไปเป็นเลขาธิการนายกฯ กระหึ่มขึ้นมาทันที

 พร้อมๆ กับข่าวว่า จะให้ "ไตรรงค์ สุวรรณคีรี" ประธานที่ปรึกษานายกฯ ด้านเศรษฐกิจ มานั่ง "รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ" แทน กอร์ปศักดิ์

 ดูเผินๆ มันก็พอจะรับกันได้ หากว่า ไม่มีเรื่องราวแต่หนหลังย้อนกลับมาหลอนคนในประชาธิปัตย์

 นั่นคือ กระแสข่าว "สุเทพ" ไม่เห็นด้วยที่จะให้ "ไตรรงค์" ซึ่งเป็น "แกนนำกลุ่มทศวรรษใหม่" กลุ่มของ "บัญญัติ บรรทัดฐาน" ขึ้นรับตำแหน่ง เพราะเกรงว่า จะไม่สามารถควบคุมการทำงานได้

 ชื่อ "เกียรติ สิทธีอมร" ประธานผู้แทนการค้าไทย ซึ่งเป็นคณะทำงานด้านเศรษฐกิจของพรรค และ "โพธิพงษ์ ล่ำซำ" กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ จึงโผล่ขึ้นมาเป็นตัวเลือก

 เทียบฟอร์มของทั้งสาม ไม่ว่าจะเป็น "ไตรรงค์-โพธิพงษ์-เกียรติ" ถือเป็นผู้ที่มีจุดเด่นคนละด้าน !

 "ไตรรงค์" นั้นเป็นผู้คร่ำหวอดการเมืองมากว่า 20 ปี เป็นโฆษกรัฐบาลสมัย "ป๋าเปรม" เป็นขุนพลภาคใต้ของพรรค เรียกได้ว่าครบเครื่อง ทั้งยังได้รับการยอมรับนับถือจาก ส.ส.ในพรรค ในฐานะ "ผู้ใหญ่" โดยไม่คิดแบ่งกลุ่มแบ่งพวก

 แต่ใช่ว่า "ไตรรงค์" จะขึ้นนั่งเก้าอี้ "รองนายกรัฐมนตรี" ได้โดยง่าย เพราะมี "ส.ส.รุ่นใหญ่" ในพรรคอีกหลายคน อาทิ ชำนิ ศักดิเศรษฐ, พิเชษฐ พันธุ์วิชาติกุล ก็เตรียมต่อแถวเป็นรัฐมนตรีอยู่เหมือนกัน 

 ขณะที่ "โพธิพงษ์" ถือว่าเป็นผู้ที่มีบารมีในพรรค มีความสามารถด้านการเงิน แต่ด้วยวัยวุฒิและล้างมือมานานอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเข้ามานั่งในเก้าอี้ตัวนี้

 ส่วน "เกียรติ" นั้นลำพังตำแหน่ง "ประธานผู้แทนการค้าไทย" ก็เทียบเท่าตำแหน่ง "รองนายกรัฐมนตรี" อยู่แล้ว ถือเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นที่ยอมรับของกลุ่มนักธุรกิจ ช่วงหลัง "นายกฯ อภิสิทธิ์" เรียกใช้บ่อย ที่ผ่านมาในอดีตแม้ผิดหวังการเมือง แต่ยังช่วยงานพรรค

 สำหรับ "โพธิพงษ์" อดีตรองหัวหน้าพรรค ดูแลพื้นที่ภาคกลาง สนิทกับ "ชวน หลีกภัย" เป็นผู้ใหญ่ใจดี ทุกวันนี้แม้ว่าจะวางมือทางการเมืองไปแล้วแต่ก็ยังสนับสนุนพรรคอยู่ มีทายาทคือ "แป้ง" นวลพรรณ ล่ำซำ ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีวัฒนธรรม

 ถ้าให้เทียบความสามารถเป็น "รองนายกรัฐมนตรี" ได้ทั้งคู่ แต่ "เกียรติ" ได้เปรียบที่ใกล้ชิด "นายกฯ อภิสิทธิ์" ที่ผ่านมาเหมือนอยู่ "กลุ่มผลัดใบ" มาตลอด ใกล้ชิด "ชวน หลีกภัย" และ "กอร์ปศักดิ์"

 ถึงตรงนี้ ไม่ว่าใครมาเป็น หากมองในแง่ความรู้ความสามารถด้านเศรษฐกิจ ก็ล้วนแล้วแต่ดีต่อรัฐบาล แต่หากมองถึงการเมืองภายในพรรคประชาธิปัตย์ หากเลือกผิดร่องรอยที่เคยบาดลึก ก็อาจต้องหาทางผนึกผสานกันอีกครั้ง

ยศวดี หงษ์ทอง