ข่าว

 การเมืองน้ำเน่าข้ามชาติ

การเมืองน้ำเน่าข้ามชาติ

07 ต.ค. 2552

ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองภายในประเทศยังหาทางออกไม่ได้ ซึ่งยังส่อเค้าว่าจะยืดเยื้อต่อไปและอาจยกระดับไปสู่การเผชิญหน้ารอบใหม่ทั้งในและนอกสภา หลังจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ตัดสินใจรับตำแหน่งประธานพรรคเพื่อไทย และยังชักชวนนายทหารเกษียณอายุเข้ามาร่วมงานด้วย ซ

คงเป็นการเสียเวลาที่จะมาพร่ำพูดให้บรรดานายทหารและข้าราชการเกษียณอายุเหล่านี้ให้รู้ว่าอะไรคือกงจักรและอะไรคือดอกบัว เพราะแต่ละคนล้วนเคยมีตำแหน่งใหญ่โต ผ่านประสบการณ์มามากจึงน่าจะรู้จักแยกแยะว่าอะไรดีชั่ว และคนดีกับคนหนีโทษจำคุกนั้นสังคมควรยอมรับฝ่ายไหน นั่นเท่ากับว่าถ้าการเมืองถูกครอบงำโดยกลุ่มบุคคลในลักษณะและทัศนคติเช่นนี้ อนาคตของบ้านเมืองย่อมน่าห่วงใยยิ่งนัก เพราะนอกจากอำนาจของเครือข่ายกลุ่มบุคคลต่างๆ แล้วยังมีเงินก้อนใหญ่ไม่จำกัดเป็นเดิมพันในการช่วงชิงอำนาจการเมืองในครั้งนี้ด้วย

 นอกจากการเมืองภายในประเทศยังไม่สงบยังมีนักการเมืองบางคนทำตัวเสมือนเป็นไส้ศึกด้วยพฤติกรรมเสี้ยมและยุยงส่งเสริมให้การพิพาทข้ามแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาขยายตัว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้ได้สร้างความประหลาดใจแก่คนไทยผู้รักชาติ กรณีเช่นที่ว่านี้คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองพรรคเพื่อไทย ซึ่งได้นำเทปบันทึกคำปราศัยของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งมีถ้อยคำโจมตีผู้นำรัฐบาลกัมพูชา ไปมอบให้เจ้าตัวโดยมองว่าเป็นการกระทำซึ่งมีความดีความชอบสำหรับ ฯพณฯ ฮุน เซน โดยอาจจะลืมไปว่าตัวเองเป็นคนไทยและทำงานภายในพรรคชื่อ "เพื่อไทย" ไม่ใช่ "เพื่อกัมพูชา"

 ในกรณีนี้นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงความมึนงงและบอกว่าไม่เข้าใจ ทำไม ร.ต.อ.เฉลิม จึงกระทำเช่นนั้น เพราะถ้าเป็นตัวเองคงไม่ทำ หรือคนไทยโดยทั่วไปคงไม่ทำ อาจจะยกเว้นกลุ่มนักการเมืองสังกัดพรรคเพื่อไทยบางส่วน ซึ่งมีความสนิทสนมกับกลุ่มผู้ถืออำนาจในกัมพูชาโดยหวังผลประโยชน์ร่วมกัน โดยปราศจากข้อคำนึงถึงความจงรักภักดีต่อแผ่นดินเกิดของตัวเอง นอกจากนั้น ร.ต.อ.เฉลิมยังไม่อธิบายให้สังคมเข้าใจและรับรู้อย่างชัดเจนว่าตนเองหวังอะไร หรือเป็นการตอบแทนบุญคุณจากการที่เคยมีธุรกิจบางอย่างตามชายแดนในครั้งก่อน หรือเป็นการตอบแทนสำหรับการให้ที่พักพิงสำหรับบุคคลในครอบครัวในยุคที่หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจในคดีอาญา และเมื่อเป็นเช่นนี้ก็สมควรพิจารณาตัวเองว่ายังอยากจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของประเทศไทย หรือจะไปเป็นผู้แทนของกัมพูชา