
จี้ ! ปลดที่ปรึกษาปลัดกระทรวงพม.
"วัชระ"บุกพม.ทวงถามความคืบหน้าสอบทุจริตโกงเงินคนจน ยื่นสิบข้อเรียกร้องอนันตพร ปลดที่ปรึกษาปลัดกระทรวง
7 มี.ค. 61 นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปยื่นหนังสือถึง พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เรียกร้องขอให้ตรวจสอบกรณีทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่งและขอเอกสารการเบิกจ่ายเงินในโครงการดังกล่าว โดยมีนางเพ็ญจันทร์ อ่อนภิรมย์ รักษาการหัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรีพม.เป็นผู้รับหนังสือแทน โดยนายวัชระกล่าวว่า การทุจริตเงินคนจนทั้งในศูนย์นิคมสร้างตนเองและศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง ในบ้านที่พักคนไร้ที่พึ่งพิงเกิดขึ้นมาหลายสัปดาห์แล้วแต่ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ดังนั้นตนขอเรียกร้องถึงพลเอกอนันตพร 10 ข้อคือ 1.ขอให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงโดยเพิ่มตัวแทนองค์กรพัฒนาเอกชนและประชาชน อย่างน้อยสองคนร่วมเป็นกรรมการ
2. ควรปลดนายอิระวัชร์ จันทรประเสริฐ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงพม. ออกจากตำแหน่งเพราะเป็นผู้บังคับบัญชานายพุฒิพัฒน์ เลิศชวสิทธิ์ อดีตปลัดกระทรวง รวมทั้งขอให้โยกย้ายและติดตามพฤติกรรมการทำหน้าที่ของน.ส.ฉัตรสุดา รอบคอบ อดีตผอ.กองคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง น.ส.ยุพเรศ วงศ์บุญมี ผู้ตรวจกระทรวงราชการ พม. นายภักดี พวงจิตร อดีตผอ.กองดูแลนิคมชาวเขา ทั้งสามเป็นคนใกล้ชิดนายพุฒิพัฒน์และนายณรงค์ อาจเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานในคดี
3. ทราบว่านายพุฒิพัฒน์ ปลัดกระทรวงพม. เซ็นคำสั่งโยกย้ายข้าราชการในวันที่หลังจากตัวเองถูกโยกย้ายเข้าประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถ้ามีให้เปิดเผย พร้อมขอยกเลิกคำสั่งดังกล่าว ทั้งนี้ นายพุฒิพัฒน์ได้เรียกประชุมข้าราชการพม. ก่อนถูกโยกย้ายไปสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ใครให้การอะไรไว้เขาสามารถนำมาดูได้ทั้งหมด ซึ่งอาจทำให้ข้าราชการหวาดหวั่น ไม่กล้าให้ข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมการสอบสวนฯ
4. การสอบสวนควรกันข้าราชการชั้นผู้น้อยและหัวหน้าฝ่ายการเงินประจำศูนย์ต่าง ๆ เฉพาะผู้ให้ความร่วมมือต่อราชการโดยเปิดเผยและสารภาพความจริงทั้งหมดเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เป็นพยาน 5.ให้รักษาหลักฐานใบเสร็จใบสำคัญจ่ายให้แก่ประชาชนตามศูนย์ต่าง ๆ อย่าให้ถูกเพลิงไหม้ หรือสูญหาย ถูกทำลาย
6. ให้เร่งดำเนินการสอบสวนการทุจริตที่นิคมสร้างตนเองห้วยหลวงจังหวัดอุดรธานีนิคมสร้างตนเองเชียงพิณจังหวัดอุดรธานีที่ได้รับงบช่วยเหลือคนไร้ที่พึ่งสูงสุด 30,000,000 และ20,000,000 ตามลำดับ สูงสุดกว่าศูนย์อื่นทั่วประเทศรวมถึงศูนย์ชาวเขาจังหวัดลำพูนเชียงรายและเชียงใหม่เป็นการนำร่องก่อน
7. ปปท.ที่กำลังสอบสวนอยู่ขอให้ทำหนังสือแจ้ง ป.ป.ช. และ ปปง. รวมถึงผู้ว่าฯ ให้ร่วมตรวจสอบคู่ขนานด้วย เพราะปปท. มีอำนาจสอบเฉพาะคาดการณ์ระดับแปดลงมา ส่วนระดับ 9 -1 ไม่มีอำนาจสอบ รัฐบาลคสช.เล่นปาหี่จับแต่ปลาซิว ปลาสร้อย พวกปลาวาฬ ปลาฉลาม ตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง ไม่คิดกระชากหน้ากากจับโชว์สังคมไทยบ้างหรือ อย่างไร
8. ให้กรมพัฒนาสังคมส่งเอกสารใบโอนงบหมดต่าง ๆ ทุกงวดของโครงการนี้พร้อมสรุปงบประมาณที่โอนให้ศูนย์คนไร้ที่พึ่ง ศูนย์นิคมสร้างตนเองและศูนย์ช่วยเหลือชาวเขา รวมถึงบ้านพักเด็กและครอบครัว ประจำปีงบประมาณ 2556 และ 2560 ทั้งหมดพร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้ตนภายใน 7 วัน
9. เร่งปรับปรุงระเบียบการจ่ายเงินเฮ้ยมีตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นกำนันผู้ใหญ่บ้านและองค์กรพัฒนาเอกชนหรือผู้อำนวยการโรงพยาบาลในท้องถิ่นนั้นฯอย่างน้อยสองคนเป็นพยานในการจ่ายเงินสงเคราะห์ต่างๆของกระทรวงพม. 10. ให้แต่งตั้งโยกย้ายขอให้วางระบบใช้คุณธรรมผลงานและธรรมาภิบาลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการขจัดระบบเส้นสายการส่งส่วยหรือเงินทอนทุกชนิด
"ทั้งนี้หากพล.อ.อนันตพรไม่ดำเนินการตามข้อเสนอนี้ภายใน 7 วัน ตนจะเคลื่อนไหวโดยจะยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรง เพื่อทวงถามถึงความจริงใจในการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาลคสช. ว่าที่ตีปี๊บสร้างภาพว่าปราบโกงแค่ปาหี่การเมือง สร้างภาพหลอกสังคมหรืออย่างไร หรือกลัวว่าจะเกี่ยวกับใครในรัฐบาลนี้หรือไม่ จึงให้เพียงปปท. สอบ แต่ไม่ให้ ป.ป.ช.และปปง.ร่วมตรวจสอบเส้นทางการทุจริตกรณีนี้ที่ลามไปทั่วประเทศ โดยจะไปร้องที่ทำเนียบรัฐบาลต่อไป" นายวัชระกล่าว



