
จนท.นอกศูนย์คนไร้ที่พึ่ง เอี่ยวทำเอกสารเท็จเบิกเงินคนจน
เลขาป.ป.ท. เผย พบจนท.นอกศูนย์คนไร้ที่พึ่งฯ เอี่ยวทำเอกสารเท็จเบิกเงินช่วยเหลือ พรุ่งนี้เสนอบอร์ดป.ป.ท. ตั้งอนุกรรมการไต่สวนฯ เพิ่มอีก 5 จังหวัด
7 มี.ค. 61 - พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เปิดเผยการตรวจสอบการทุจริตเงินช่วยเหลือศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ว่า จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของป.ป.ท. ซึ่งส่งเจ้าหน้าที่ 15 ชุดปูพรมตรวจสอบทุกศูนย์ทั่วประเทศ โดยกำหนดพื้นที่ตรวจสอบเร่งด่วน 37 ศูนย์ ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในหลายพื้นที่เกิดความมั่นใจเข้าให้เบาะแสข้อมูลสำคัญกับป.ป.ท. โดยระบุว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐนอกศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเข้ามาเกี่ยวข้องกับการทุจริตเบิกจ่ายเงิน ซึ่งนำสำเนาบัตรประชาชนของบุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือไปยื่นขอเบิกจ่าย แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุชัดว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐของหน่วยงานใด ขอเวลาการตรวจสอบเพื่อความชัดเจนก่อนกรณีหากพบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานอื่นในพื้นที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็จะรายงานหน่วยงานต้นสังกัดให้พิจารณาและดำเนินการทางวินัยต่อไป
พ.ต.ท.กรทิพย์ กล่าวถึงการดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ที่ก่อนหน้านี้ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พม. ออกมาระบุว่า สิ้นเดือนมี.ค.นี้จะมีความชัดเจนในการลงโทษทางวินัยหากพบเจ้าหน้าที่เข้าไปที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตว่า ถือเป็นเรื่องดีที่ต้นสังกัดสามารถดำเนินการทางวินัยคู่ขนานพร้อมกับการไต่สวนของป.ป.ท. และจากนี้ป.ป.ท. จะประสานขอข้อมูลหรือรายชื่อเจ้าหน้าที่พม.ที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนำไปประกอบการไต่สวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว หลังจากก่อนหน้านี้ป.ป.ท.เคยทำหนังสือขอข้อมูลดังกล่าวกับรักษาการปลัดพม.ไปแล้ว ซึ่งทางพม.ก็ได้ทยอยส่งรายละเอียด เอกสาร หลักฐานและข้อมูลมาให้เกือบครบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความครบถ้วนของเอกสารทั้งหมด หากหลักฐานยังไม่เพียงพอในการเสนอให้คณะกรรมการไต่สวนฯพิจารณาก็จะทำหนังสือขอเพิ่มเอกสารไปอีก อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (8 มี.ค) บอร์ดป.ป.ท.จะนัดประชุมในเรื่องคดีดังกล่าวพร้อมเสนอให้ตั้งคณะ อนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงฯ 5 จังหวัด ประกอบด้วย หนองคาย บึงกาฬ ตราด น่าน และสุราษฎร์ธานี ก่อนที่จะทยอยเสนอให้มีมติตั้งในจังหวัดอื่นที่มีปัญหาต่อไป
ด้าน พ.ต.ท.วันนพ สมจินตนากุล ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ท. กล่าวว่า ขณะนี้ตัวเลขศูนย์ฯ ที่มีพฤติการณ์เบิกจ่ายเงินผิดปกติยังอยู่ที่ 24 จังหวัด และยอมรับว่าการตรวจสอบอาจจะล่าช้าเนื่องจากป.ป.ท.จะนำเอกสารเบิกจ่ายเงินมาตรวจทานกับบุคคลที่มีรายชื่อรับเงินว่าตรงกันหรือไม่ และเงินที่ได้รับเป็นจำนวนตรงกับที่เบิกจ่ายหรือไม่ ซึ่งเอกสารที่ต้องนำไปตรวจสอบมีเป็นจำนวนมากยังไม่รวมกับพยานบุคคลเกี่ยวข้องอีกหลายปาก คาดว่าต้องใช้เวลาประมาณ 4-6 เดือนจึงจะสามารถสรุปสำนวนเสนอบอร์ดปปท.เพื่อให้ชี้มูลได้ว่ามีการกระทำความผิดจริงหรือไม่ หากเจ้าหน้าที่รัฐรายใดบอร์ดมีมติเห็นว่ามีความผิดอาญาจะส่งอัยการฟ้องคดีอาญา ส่วนรายมีความผิดวินัยทางป.ป.ท. จะส่งสำนวนให้ต้นสังกัดต่อไป โดยสามารถใช้สำนวนของ ป.ป.ท.พิจารณาลงโทษได้เลยโดยไม่ต้องไปตั้งกรรมการสอบอีก.



