
"วิษณุ"บอกค่าโง่คลองด่านรัฐบาลภาษีดีกว่า
"วิษณุ"เผยกลุ่มกิจการร่วมค้าฯยื่นคุ้มครองต่อศาลปกครองสูงสุดได้แต่รัฐบาลภาษีดีกว่า หลังศาลปค.กลางยก คำชี้ขาด"อนุญาโตตุลาการ"
7 มี.ค.61 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์กรณี ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกเลิกคำชี้ขาดอนุญาโตตุลาการ ที่ให้กรมควบคุมมลพิษจ่ายค่าเสียหายโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านว่า ในส่วนของรัฐบาลการจะต้องยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่ให้จ่ายค่าเสียหายจากโครงการดังกล่าวหรือไม่นั้น อาจจำเป็นต้องทำแต่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะขณะนี้มีการยึดอายัดเงินที่จ่ายไปในสองงวดแรกแล้ว จึงไม่มีอะไรต้องดำเนินการเพิ่มเติมอีก ปกติการจะยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีต้องรอให้เรื่องถึงที่สุดก่อน เพราะตอนนี้กลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี ยังสามารถต่อสู้ในชั้นศาลปกครองสูดสุดได้อยู่
อย่างไรก็ตามขณะนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ยังไม่ต้องดำเนินการใด ๆ ต้องรอผลความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวก่อน อีกทั้งยังทราบว่าในวันเดียวกันนี้ (7 มี.ค.) ศาลแขวงดุสิต จะนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา ในคดีอาญากรณีฉ้อโกงสัญญาโครงการดังกล่าว และคำตัดสินดังกล่าวจะมีผลเชื่อมโยงต่อการจ่ายค่าเสียหายโครงการนี้ นอกจากนั้นในคำสั่งของศาลปกครองกลางที่ระบุว่าการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐขัดต่อระเบียบราชการนั้นถือว่าไม่เกี่ยวกับกระทำผิดของรัฐ แต่ให้เอาผิดกับตัวบุคคล
ผู้สื่อข่าวถามว่ากลุ่มกิจการร่วมค้า เอ็นวีพีเอสเคจี มีโอกาสยื่นคุ้มครองต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่าก็น่าจะทำได้ ถือเป็นเรื่องของเขา
เมื่อถามย้ำว่า คำพิพากษาของศาลแขวงจะมีส่วนในการพิจารณาของกลุ่มกิจการร่วมค้าฯ หรือไม่ว่าจะยื่นคุ้มครองต่อศาลปกครองสูงสุดหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า "ศาลแขวงตัดสินไปแล้วว่าผิด ศาลอุทธรณ์ตัดสินยืนว่าผิด วันนี้ศาลแขวงจะอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ซึ่งเป็นคดีฉ้อโกงตัวบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่มันจะเอาไปเชื่อมโยงกับภาคเอกชน"
ส่วนที่ดูแนวโน้มวันนี้ถือว่ารัฐบาลมีภาษีดีกว่าใช้หรือไม่ นายวิษณุ ตอบว่า ดูดีกว่า อย่างน้อยมันก็อาจไปยืนยันว่าสิ่งที่ ป.ป.ง. อายัดเงินสองงวดแรกมีเหตุผล ส่วนงวดที่เหลือก็ไม่ต้องให้ รัฐไม่มีอะไรเสียหาย แต่กลุ่มกิจการร่วมค้าเขาเดือดร้อน เขาจึงร้องคุ้มครองชั่วคราวให้ปล่อยเงินดังกล่าวออกมาก่อนจะกว่าศาลจะตัดสิน



