ข่าว

โพลล์ชี้เศรษฐกิจไตรมาส4บวก1.4%พ้นจุดต่ำตัวยู

โพลล์ชี้เศรษฐกิจไตรมาส4บวก1.4%พ้นจุดต่ำตัวยู

07 ต.ค. 2552

กรุงเทพโพลล์สำรวจนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มองจีดีพีไตรมาส 4 ขยายตัวบวก 1.45% ได้แรงหนุนจากมาตรการรัฐ ระบุไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ห่วงการฟื้นตัวเป็นรูปตัวยู ต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ ไม่วางใจการเมืองยังเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจ

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) เปิดเผยถึงผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จาก 14 องค์กรชั้นนำของไทยเรื่อง “คาดการณ์เศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ปี 2552” พบว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 จะขยายตัวเป็นบวกได้ 1.45% โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ และคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมีมติอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% จนถึงสิ้นปีนี้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะที่ค่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าทำให้เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการส่งออกและการขยายตัวทางเศรษฐกิจในะระยะต่อไป

 กรุงเทพโพลล์ ยังได้ถามตัวอย่างถึงประเด็น ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายซึ่งกำหนดโดย ธปท. พบว่านักเศรษฐศาสตร์ถึง 97.4% เชื่อว่า ธปท.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.25% มีเพียง 2.6% เท่านั้น ที่เชื่อว่า ธปท.จะลดดอกเบี้ยนโยบาย และสุดท้ายความเห็นต่อประเด็นจุดต่ำสุดของเศรษฐกิจไทยในวิกฤติครั้งนี้ โดย 7.3% เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยยังไม่ผ่านจุดต่ำสุด และ 92.7% เชื่อว่าเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว

 สำหรับการผ่านจุดต่ำสุดหรือการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ 60.5% ให้ความเห็นว่าเป็นผลมาจากการใช้จ่ายของรัฐบาล รองลงมา 23.7% เห็นว่าเป็นผลมาจากการส่งออกสินค้าและบริการ ขณะที่ประเด็นรูปแบบการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในครั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ 63.9% เห็นว่าเศรษฐกิจ น่าจะมีการขยายตัวแบบตัวยู ซึ่งหมายถึงเศรษฐกิจมีการหดตัวอย่างรุนแรงและรวดเร็ว แต่เมื่อถึงจุดต่ำสุดแล้วต้องใช้เวลาพักหนึ่งกว่าเศรษฐกิจจะเริ่มมีการฟื้นตัวอีกครั้ง

 กรุงเทพโพลล์ระบุว่า นักเศรษฐศาสตร์ได้เสนอว่าภาครัฐควรมีการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นการสร้างทักษะแรงงาน สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนจะช่วยก่อให้เกิดการจ้างงานซึ่งน่าจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยแนวทางการบริโภค อีกทั้งการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำจะทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการลงทุนในช่วงเศรษฐกิจเติบโต  

 อย่างไรก็ตาม แม้ว่านักเศรษฐศาสตร์จะเห็นด้วยกับการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ แต่บางส่วนก็มีความกังวลว่าหากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจอีกรอบหนึ่งจะทำให้รัฐบาลไม่มีเครื่องมือที่จะบริหารเศรษฐกิจ อีกทั้งปัญหาด้านการเมืองก็ยังคงเป็นประเด็นที่ไม่น่าไว้วางใจและยังคงเป็นตัวฉุดเศรษฐกิจไทย