ข่าว

ครม.ไฟเขียวขายข้าวโพดก่อนทำสัญญา

ครม.ไฟเขียวขายข้าวโพดก่อนทำสัญญา

06 ต.ค. 2552

ครม.ผ่อนเกณฑ์โครงการประกันราคาสินค้าเกษตร เปิดทางผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ขายสินค้าก่อนทำสัญญาได้ หลังพบกระบวนการล่าช้า เผยธ.ก.ส.ทำสัญญากับผู้ปลูกข้าวโพดได้แค่ 12% จากที่จดทะเบียนแล้ว

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) เห็นชอบแนวทางแก้ไขปัญหาความล่าช้าในโครงการประกันราคาสินค้าเกษตร โดยเร่งรัดให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ลงทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผ่อนปรนให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ได้จำหน่ายข้าวโพดก่อนการทำสัญญาแล้วบางส่วน สามารถทำสัญญาประกันราคาสินค้าเกษตรกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้ เนื่องจากครม.เห็นว่าเป็นช่วงรอยต่อของการเริ่มต้นโครงการ

 ทั้งนี้ พบว่าการส่งมอบข้อมูลการลงทะเบียนเกษตรกรนั้นไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด โดยกระทรวงเกษตรฯ จะต้องส่งมอบข้อมูลจดทะเบียนผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้ ธ.ก.ส. ภายในวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมา แต่กระทรวงเกษตรฯ ส่งมอบข้อมูลไม่ทัน ซึ่งข้อมูลผู้ปลูกข้าวโพดดำเนินการได้เพียง 77.82% ของเกษตรกรผู้จดทะเบียน ส่วนข้อมูลผู้ปลูกมันสำปะหลังส่งได้เพียง 76.47% ของเกษตรกรผู้จดทะเบียน ส่งผลให้การทำสัญญากับเกษตรกรล่าช้า และขณะนี้ ทาง ธ.ก.ส.ทำสัญญากับผู้ปลูกข้าวโพดได้เพียง 6,187 ราย คิดเป็น 12% ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดที่จดทะเบียนแล้ว

 นายวัชระกล่าวว่า สำหรับการรับรองข้อมูลเกษตรกรว่าเป็นผู้ปลูกพืชเกษตรชนิดใด ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง หรือข้าว และเป็นตัวจริงหรือไม่ ครม.ได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส.เป็นผู้ดำเนินการโดยตรงเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ และ ธ.ก.ส.ปรับปรุงระบบการแจ้งเงินชดเชยที่จะส่งคืนให้เกษตรกร จากเดิมจะใช้เวลา 7-8 วัน ลดให้เหลือ 2-3 วัน

 ด้านองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) รายงานว่าผลผลิตข้าวเปลือกทั่วโลกในปีนี้จะลดลง 3% สู่ระดับ 668 ล้านตันข้าวเปลือก หรือ 446 ล้านตันข้าวสาร เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศที่เลวร้ายในเอเชีย นอกจากนี้ คาดว่าปริมาณสต็อกข้าวคงเหลือทั่วโลกจะลดลง 3% ในปีหน้า สู่ระดับ 117.4 ล้านตัน เนื่องจากจะมีการนำไปชดเชยผลผลิตที่คาดว่าจะไม่เพียงพอ