ข่าว

 "2ป้าหัวร้อน" เข้ารับทราบข้อกล่าวแล้ว!!

 "2ป้าหัวร้อน" เข้ารับทราบข้อกล่าวแล้ว!!

05 มี.ค. 2561

"2 ป้าหัวร้อน" พร้อมทนาย เข้ารับทราบข้อกล่าวหากับ พงส.ประเวศ  เผยสังคมให้กำลังใจล้นหลามหลังออกมาป้องสิทธิ จวกยับ กทม. ปล่อยปละละเลย ทำให้ประชาชนเดือดร้อน

 

          สน.ประเวศ  - เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 5 มี.ค.2561 น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ หรือป้าเก่ง อายุ 61 ปี พร้อมด้วยน.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ 57 ปี  สองผู้ก่อเหตุใช้เสียมและขวานทุบรถยนต์กระบะที่จอดขวางประตูหน้าบ้านเลขที่ 37/208 ซ.ศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 18 ก.พ.2561 พร้อมด้วย น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ อายุ 65 ปี น.ส.ยุวนุช พงษ์เจริญ อายุ 55 ปี เพื่อนบ้าน และนายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อลงกรณ์ ศิริสงคราม ผกก.สน.ประเวศ และร.ต.ท.ศิริพงษ์ วรรณสัมผัส พงส.สน.ประเวศ เจ้าของคดี เพื่อมารับทราบข้อกล่าว “ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวและพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต” 

          นอกจากนี้สองป้าทุบรถได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับน.ส.รชนิกร เลิศวาสนา อายุ 37 ปี ผู้ขับรถยนต์ยี่ห้อนิสสัน รุ่นนาวาร่า สีขาว ทะเบียน ฎค 9297 กรุงเทพมหานคร มาจอดขวางทางเข้า-ออกบ้านในข้อหา ตาม ป.อาญา มาตรา 397 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ ต่อผู้อื่น อันเป็นการรังแก ข่มเหง คุกคาม หรือกระทำให้ได้รับความอับอายหรือเดือดร้อนรำคาญ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

          นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ผมนำป้าทั้ง 2 คน มามอบตัวกับพนักงานสอบสวน ใน 3 ข้อหา โดยข้อหาแรกร่วมกันทำให้เสียทรัพย์  คงไม่ต้องปฏิเสธว่าจริงหรือไม่จริง  เพราะเห็นกันอยู่ในคลิปและสื่อแล้ว แต่เนื่องจากป้ามีข้อพิพาทกับทางสำนักงานเขตประเวศ และตลาดมาตลอดระยะเวลา 10 ปี มีการฟ้องศาลปกครอง ซึ่งศาลปกครองได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามไม่ให้ตลาดมาทำการใดใด อันเป็นการรบกวนก่อความเดือดร้อนกับป้า เพราะฉะนั้นตลาด และเจ้าของตลาดจะต้องทำทุกวิถีทางไม่ให้ป้าได้รับความเดือดร้อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด ยกตัวอย่าง เรื่องการจอดรถ เจ้าของตลาดจะต้องดูแลไม่ให้มีการมาจอดรถขวางประตูทางเข้า-ออกบ้านป้า เจ้าของตลาดก็ต้องมีความผิดในส่วนนี้ด้วย เพราะละเมิดอำนาจศาล และคนที่ขับรถมาจอดก็ต้องมีความผิดด้วย เพราะคุณเข้าไปซื้อของในตลาด ถือว่าได้กระทำผิดร่วมกัน 

 

 "2ป้าหัวร้อน" เข้ารับทราบข้อกล่าวแล้ว!!

          นายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่า ป้าทั้ง 2 คน คิดมาตลอดว่าได้ใช้สิทธิโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว และทำไมถึงยังผิดอีก ตนจึงต้องอธิบายข้อกฎหมายให้ป้าได้เข้าใจ ส่วนกรณีที่ 2 เมื่อป้าได้ขับรถออกมาจากบ้าน เพื่อจะไปธุระ ก็พบกับรถของผู้เสียหายจอดขวางอยู่ จึงได้ใช้ทุกวิถีทางแล้ว ทั้งการโทรศัพท์ไปหา 191 สำนักงานเขตประเวศ รวมกระทั้งการบีบแตรรถ และลองเลื่อนรถที่กีดขวาง โดยใช้เวลานานกว่า 30 นาที แต่ปรากฎว่า ไม่ได้รับการตอบสนอง ซึ่งเจ้าของรถได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวไว้ว่า “ได้ยินเสียงแตรรถแล้ว แต่ยังซื้อของไม่เสร็จ” แสดงว่าผู้เสียหายได้กระทำการข่มเหงป้าอย่างร้ายแรง การที่จอดรถขวางถือได้ว่าก่อให้เกิดความเดือดร้อน จึงจะแจ้งความตามมาตรา 397 ก่อความเดือดร้อนรำคาญ กับผู้เสียหาย

           นายอนันต์ชัย กล่าวด้วยว่า ส่วนที่มีการแจ้งข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้กับผู้สื่อข่าวในเรื่องการพกพาอาวุธ ไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร จะขอชี้แจงว่า ป้าไม่ได้มีความผิดในข้อหาดังกล่าว เพราะหากพิจารณาข้อกฎหมายมาตรา 1 (5)  อาวุธ หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ ทั้งนี้ป้าได้นำขวานมาจามและทุบรถ แต่ไม่ได้นำขวานไปทำร้ายร่างกายเจ้าของรถ จึงขาดองค์ประกอบความผิดในเรื่องพกพาอาวุธ เมื่อขาดองค์ประกอบแล้ว มาแจ้งความเข้าข่ายกระทำผิดในมาตรา 172,173,174 แจ้งความอันเป็นเท็จให้ผู้อื่นได้รับโทษหนักขึ้น ซึ่งในข้อหาดังกล่าว ตนได้แจ้งให้กับป้าทั้ง 2 ทราบแล้ว อยู่ระหว่างการตัดสินใจว่า จะแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เสียหายหรือไม่ คาดว่าใช้เวลาในการพิจารณาว่าจะแจ้งไม่แจ้งใน 1 สัปดาห์ 

 

 

 "2ป้าหัวร้อน" เข้ารับทราบข้อกล่าวแล้ว!!

           นายอนันต์ชัย กล่าวต่อว่า ขวานไม่ใช่อาวุธ แต่เป็นเครื่องมือทางการเกษตร ใช้สำหรับฟันไม้ เฉือนไม้ ถ้ายังไม่ไปทำอันตรายกับใคร หรือไปข่มขู่ใคร ก็ไม่ถือว่าเป็นอาวุธ นอกจากนี้ตนได้นำตัวอย่างคำพิพากษาฎีกามาประกอบด้วย นอกจากนี้การแจ้งข้อหานี้ถือว่าเกินกว่าเหตุ และความเป็นจริง ส่วนข้อหาข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัวนั้นก็ไม่เข้าข่ายเช่นกัน เนื่องจากเมื่อเจ้าของรถกลับมาที่รถได้นำของไปใส่ไว้ในรถ ก่อนจะออกมาด้านนอกรถ ซึ่งก็ยังยืนยิ้มอยู่เลย ป้าเลยบอกให้เลื่อนรถ แต่ผู้เสียหายก็ยังไม่ยอมเลื่อนรถ จึงได้พูดจาไปอย่างที่เป็นข่าว ไม่ได้เห็นเลยว่าเจ้าของรถกลัวแต่อย่างใด อันไหนผิดป้าทั้ง 2 คนก็ยอมรับผิด เพราะว่ามีเหตุ 

            นายอนันต์ชัย กล่าวว่า ส่วนเรื่องตลาด ทางป้าไม่มีเจตนาที่จะทำให้พ่อค้าแม่ค้าไม่มีที่ทำมาหากิน ป้าเห็นใจมาก เพราะพ่อค้าแม่ค้าคงไม่ทราบว่า ตลาดกระทำการโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต้องหยิบพระราชบัญญัติจัดสรรมา แต่เอาแต่ว่าได้อนุญาตให้ทำตลาดหรือไม่ เขต หรือผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทำผิดตามมาตรา 157 เรื่องนี้หากจะโทษต้องโทษเจ้าของตลาด และเขตผู้ที่คอยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของตลาดตั้งอยู่บนผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนในหมู่บ้าน ทราบว่าตลาดทุกตลาดได้รับความเดือดร้อนมาก ป้าก็ทุกข์ใจเช่นกัน แต่ทุกวันนี้ทางเขตได้ออกหนังสือเชิญชวนให้เจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง มายื่นหนังสือขออนุญาตตลาดให้ถูกต้อง เรื่องนี้ไม่เข้าพระราชบัญญัติการจัดสรร พ.ศ.2543 แต่เข้าประกาศคณะปฏิวัติ คำสั่งที่ 286 ที่ได้มีการขอผังชัดเจน ว่าส่วนไหนจะเป็นตลาด หมู่บ้าน บ้านเดี่ยว อาคารพาณิชย์ ฯลฯ ปรากฎว่าการจัดสรรได้บอกไว้ว่าเป็นบ้านทั้ง 289 หลัง หากจะจัดตั้งตลาดก็ต้องไปแก้ผังก่อน ซึ่งผู้ที่จะขอแก้ผังได้มีเพียงคนเดียวคือคนที่ขอจัดสรร ผู้ที่รับโอนมาไม่มีสิทธิไปขอแก้ผัง 

          นายอนันต์ชัย กล่าวต่อว่า บริเวณโดยรอบไม่สามารถตั้งตลาดได้ หากยังมีการตั้งตลาดอยู่ ตนได้พูดคุยกับป้าแล้วว่าจะมีการรื้อคดีทั้งหมดขึ้นมาใหม่ เพราะต้องการรักษาสิทธิของป้าที่ได้ทำการต่อสู้มาตลอดระยะเวลา 10 ปี สิ่งที่ป้าทำไปแม้จะไม่ถูกต้องไปบ้าง แต่เป็นการรักษาสิทธิของตัวป้าเองและหมู่บ้านจัดสรรที่จัดทำเพื่อที่อยู่อาศัย 

 

 "2ป้าหัวร้อน" เข้ารับทราบข้อกล่าวแล้ว!!

            ขณะที่ น.ส.รัตนฉัตร กล่าวว่า อยากจะชี้แจงกับพ่อค้าแม่ค้าให้ทราบว่าต้นเหตุมาจากกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขตที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพราะฉะนั้น 2 หน่วยงานนี้ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะต้องรีบดำเนินการแก้ไขสถานการณ์นี้ ให้กับประชาชนซึ่งเป็นพ่อค้าและแม่ค้า ไปทำมาหากินในจุดที่ถูกต้อง และให้เขาได้อยู่อย่างสงบสุขเหมือนกับหมู่บ้านของเราด้วย ให้จัดสถานที่ให้ถูกที่ถูกทาง 

            น.ส.บุญศรี กล่าวเพิ่มเติมว่า มีทางศูนย์การค้าได้มีข้อเสนอมา คือศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ มีพื้นที่ถึง 18 ไร่ และเขาพร้อมที่จะทำให้เป็นตลาดที่ถูกต้อง ถ้าพ่อค้าแม่ค้าไม่มีที่ทำกินก็ต้องไปติดต่อกับเขา เพราะมีพื้นที่ที่ถูกต้องอยู่แล้ว อยากจะบอกถึงผู้ที่เดือดร้อนเรื่องที่ทำกินให้หาที่ที่ถูกต้องจะได้ไม่ต้องเดือนร้อนเรื่องที่ทำกินตลอดไป ยืนยันว่า การต่อสู้ในวันนี้ทำอย่างถูกต้อง เนื่องจากต้องรักษาสิทธิอันชอบธรรม ที่ควรจะเป็นไปตามใบอนุญาตที่ขอจัดสรรที่ดิน ที่บอกว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่บ้านเดี่ยว 289 แปลง ไม่มีการพาณิชย์ ไม่มีการอุตสาหกรรม มีระบบสาธารณูปโภคเพื่ออยู่อาศัย ถึงแม้ผู้อำนวยการเขตจะอนุญาตให้เขา แต่เขาต้องดูแลรักษาบำรุงให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการจัดสรรที่ดิน ไม่ใช่นำไปทำในสิ่งที่ตนเองคิดว่าถูก แม้วันนี้จะไม่มีตลาดอยู่รอบบ้านแล้วชีวิตตอนนี้ยังไม่กลับสู่ปกติ เนื่องจากโครงสร้างของตลาดยังอยู่ และตลาดยังปรับปรุงอยู่ ซึ่งอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทางเขตไปชักชวนให้เขาไปขอใบอนุญาตต่อ อันนี้ไม่ถูกต้อง

           น.ส.บุญศรี กล่าวด้วยว่า ตนไม่ได้ต่อต้าน แต่สิ่งที่กำลังทำอยู่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย  หากยังฝ่าฝืนดึงดันทำผิดกฎหมาย ทนายก็ได้บอกไว้แล้วว่า จะดำเนินคดีในฐานละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ ตนมองว่าการเชิญชวนของเขตเข้าข่ายทำผิดกฎหมาย เพราะ1.ศาลปกครองสูงสุดก็มีคำพิพากษาในกรณีใกล้เคียงอย่างนี้ 2.เรื่องการขอจัดสรรที่ดิน ประชาชนทุกคนจะต้องยึดถือตามสิทธิอันชอบธรรมที่เขาจะได้รับ เขาทำงานหาเงินไปซื้อที่ดินโดยชอบด้วยกฎหมาย เขาย่อมที่จะได้สิทธิอันนั้น แล้วใช้สิทธินั้นให้ถูกต้องตามตัวบทกฎหมายเช่นกัน 

 

 "2ป้าหัวร้อน" เข้ารับทราบข้อกล่าวแล้ว!!

          น.ส.บุญศรี กล่าวอีกว่า วันนี้เราได้รับกำลังใจจากประชาชนที่ได้ทราบข้อเท็จจริงนี้ และเขาย่อมทราบว่าสิทธิอันชอบธรรมของเขาอยู่ตรงไหน ไม่ต้องการให้ใครมาละเมิด แม้หน่วยงาน หรือเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ตาม หากจะใช้อำนาจก็ควรใช้อำนาจให้ถูกต้อง อย่าใช้อำนาจในทางที่ผิด ชักจูงประชาชนที่ไม่รู้กฎหมายไปทำผิดกฎหมายต่อ การต่อสู้ในวันนี้จะชนะหรือไม่นั้น ก็ต้องรอจนกว่าศาลจะมีคำสั่งออกมาให้ชัดเจน แต่ตัวบทกฎหมายปรากฎอยู่ในคำสั่งขอจัดสรรที่ดิน เลขที่ 70/2526 ซึ่งมีความชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนกรณีการติดป้ายหน้าบ้านนั้นจนถึงตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ประสานขอให้ปลดป้ายแต่อย่างใด แต่ต้องขอเรียนให้ทราบว่าป้ายทุกป้ายนั้นไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์ แต่ป้ายทุกป้ายพยายามสื่อให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่กระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เราเป็นประชาชน เราเดือดร้อน เมื่อเราไปแจ้งไปร้องทุกข์กับาน ท่านไม่ได้ดำเนินการ เราจำเป็นที่จะต้องติดป้ายเพื่อบอกให้ประชาชนทราบ ส่วนคู่กรณีเรื่องทุบรถจะประนีประนอมยอมความหรือไม่นั้นขอให้อยู่ที่ทนายความ เพราะว่าการจะกระทำการอะไรหากเขารู้สำนึกเราก็จะนำมาพิจารณา แต่คนเราต้องมีจิตสำนึกตั้งแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตให้ขับรถอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ต้องให้เจ้าของรถมาที่ สน.ประเวศ ก่อน จะได้ทราบว่าจุดประสงค์เขาอยู่ที่ตรงไหน 

         น.ส.รัตนฉัตร กล่าวต่อไปว่า ตนไม่ได้ยกเครื่องมือเหล่านี้ตีเขาก็แสดงว่าเราไม่ได้มีเจตนา ที่จะไปกระทำอย่างนั้น แต่เราต้องการความชอบธรรมในการที่คุณมาปิดกั้นทางเข้า-ออก เราเลยต้องหาวิธีการนี้ออกไป แต่ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปใช้เพื่อทำร้ายร่างกาย 

                  น.ส.บุญศรี ชี้แจงด้วยว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ในหมู่บ้านเสรีวิลล่า และได้รับการคุ้มครองต่อศาลปกครอง และผู้รับผิดชอบในส่วนนี้คือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยผู้อำนวยการเขตประเวศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจะต้องไปกล่าวโทษต่อท่านอยู่ดี 

              ขณะที่น.ส.มณีรัตน์ กล่าวว่า ป้าต้องการรักษาสิทธิ สิ่งที่อยากจะพูดตอนนี้คืออยากจะสื่อไปให้ถึงหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นผู้รู้กกฎหมายและใช้กฎหมาย และมาหาผลประโยชน์จากการทำผิดกฎหมายที่คุณปล่อยปละละเลย นี่คือความเดือดร้อนของประชาชน บ้านเมืองเราเดินต่อไปไม่ได้ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานของรัฐทำตัวแบบนี้ ขบวนการในการต่อสู้ถ้าทุกคนอยากรู้ว่าสู้กันมาอย่างไรลำบากแค่ไหนรื้อได้เลย ขอเชิญนักวิชาการ หน่วยงานของรัฐ ผู้รู้กฎหมาย เข้ามาตรวจสอบแล้วท่านจะตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับหมู่บ้านนี้ และบ้านหลังนี้ อยากจะให้ทำให้ถูกต้อง อย่าชี้นำประชาชนให้ทำผิดกฎหมาย อย่าทำให้ประชาชนที่ไม่รู้จักกันมาเป็นศัตรูกัน ป้าไม่เคยคิดจะเป็นศัตรูกับใครและไม่เคยคิดจะไปโกรธแค้นพ่อค้าแม่ค้า ถ้าบ้านของคุณทุกวันทุกคืนตั้งแต่เที่ยงคืนจนถึงบ่ายสอง มีรถเข้าออกตลอดเวลาคุณจะทำอย่างไร วันนั้นมันเหลือทนจริงๆ ที่ต้องใช้ทุกวิถีทาง

            น.ส.รัตนฉัตน กล่าวต่อว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อประสานจากทางเขตแต่อย่างใด 10 ปีที่ผ่านมาไม่เคยมีเหตุการณ์บิ๊กคลีนนิ่งเดย์ วันนี้เมื่อเรามาที่นี่เราก็ต้องการให้มีบิ๊กคลีนนิ่งกทม. ขอให้ประชาชนขึ้นมาร่วมกันบิ๊กคลีนนิ่งกทม. เพื่อให้เกิดประกายที่ดีให้กับประชาชนให้ประชาชนได้รับความสงบสุข เหมือนกับหมู่บ้านเสรีวิลล่าที่จะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ 

             ต่อมาเมื่อเวลา 16.50 น. ที่สน.ประเวศ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ เปิดเผยภายหลังจากที่พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำและพิมพ์มือ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ หรือป้าเก่ง อายุ61ปี พร้อมด้วยน.ส.มณีรัตน์ แสงภัทรโชติ อายุ57ปี นานกว่า3ชั่วโมง ว่า ป้าทั้งสองให้การภาคเสธในข้อหาร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ เนื่องจากมีเหตุให้ป้าทั้ง2คน ต้องกระทำการณ์ดังกล่าวขึ้น ส่วนข้อหาข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว และข้อหาพกพาอาวุธไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้ให้การปฏิเสธ เนื่องจากไม่เข้าข่ายว่ากระทำผิดในข้อหาดังกล่าวแต่อย่างใด