ข่าว

“ส.ว.กีฬา” จับมือกับรัฐบาล ดันกีฬาเข้าต้นกล้าอาชีพ

“ส.ว.กีฬา” จับมือกับรัฐบาล ดันกีฬาเข้าต้นกล้าอาชีพ

07 ต.ค. 2552

“ส.ว.กีฬา” จับมือกับรัฐบาล ดัน 12 กีฬาเข้าโครงการ “ต้นกล้าอาชีพ” หลังฟุตบอลนำร่องไปแล้ว 3 เดือน ได้ 99 ล้านบาท “บิ๊กวอ” วรวุฒิ โรจนพานิช ประธาน “ส.ว.กีฬา” ยันแม้ “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” เจ้าของโครงการ จะพ้นเก้าอี้รองนายกฯ แต่แผนงานก็ยังเดินหน้าต่อไป

 “บิ๊กวอ” นายวรวุฒิ โรจนพานิช ประธานกรรมาธิการการกีฬาวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมาธิการ ที่อาคารรัฐสภา 2 เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีการหารือเรื่องการผลักดันโครงการสนับสนุน 12 กีฬา เข้าสู่โครงการต้นกล้ากีฬาอาชีพของรัฐบาล โดยนายวรวุฒิ กล่าวว่า หลังจากที่นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี รับหลักการโครงการ “ต้นกล้าฟุตบอลอาชีพ” ระยะแรก 3 เดือน โดยสนับสนุนงบประมาณ 99 ล้านบาท ล่าสุดได้รับการยืนยันว่ารัฐบาลจะทำโครงการต่อในรุ่นที่ 2 และรุ่นที่ 3


 พร้อมกันนี้ นายกอร์ปศักดิ์ ยังรับหลักการที่จะสนับสนุนกีฬาอีก 11 ชนิดกีฬา ได้แก่ แบดมินตัน มวยไทย โบว์ลิ่ง ตะกร้อ วอลเลย์บอล สนุกเกอร์ รถยนต์ จักรยานยนต์ เทเบิลเทนนิส เทนนิส กอล์ฟ เข้าสู่โครงการต้นกล้าอาชีพ รวมเป็น 12 ชนิด ซึ่งสมาคมกีฬาทั้ง 12 แห่งได้ลงนามร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ส่งเสริมให้เป็นกีฬาอาชีพเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาแล้ว โดยโครงการต้นกล้าอาชีพของรัฐบาลภายใต้งบประมาณ 6,900 ล้านบาท มีหลักการคือ การฝึกอบรมอาชีพและสร้างงานให้แก่ผู้ว่างงาน ผู้กำลังจะถูกเลิกจ้าง และนักศึกษาจบใหม่


 หลังจากนั้นผู้แทนสมาคมกีฬาต่างๆ ได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับการผลักดันกีฬาให้เป็นอาชีพ โดย ศ.เจริญ วรรธนะสิน นายกสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ทุกสมาคมกีฬารวมถึงฝ่ายจัดการแข่งขันควรสร้างค่านิยมให้คนไทย โดยการเก็บเงินค่าตั๋วเข้าชมการแข่งขันทุกชนิด เพื่อสร้างกีฬาอาชีพให้เกิดอย่างเต็มตัว ในขณะที่นายสมควร รวิรัฐ เลขาธิการ กล่าวว่า เสนอแนวคิดให้รัฐบาลสนับสนุนกีฬาในรูปแบบ "1 กระทรวง 1 สมาคม" อย่างเป็นทางการอีกด้วย ก่อนที่ประชุมจะตั้งคณะอนุกรรมาธิการร่วมร่างแผน 1 ชุด โดยมี พล.ต.ท.พิชัย สุนทรสัจบูลย์ รองประธานกรรมาธิการ เป็นประธาน เพื่อประสานงานกับรัฐบาล


 นายวรวุฒิ กล่าวในตอนท้ายว่า การผลักดันกีฬาทั้ง 12 ชนิดให้เป็นอาชีพในโครงการ “ต้นกล้าอาชีพ” นั้น หากนายกอร์ปศักดิ์ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีกระแสข่าวว่าอาจจะไปรับตำแหน่งเลขาธิการนายกรัฐมนตรี แทนนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ที่ลาออกไปนั้น ไม่ว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีคนต่อไปโครงการจะยังเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน