ข่าว

นร.ม.1ตรังเผยนาทีชีวิตรอดรถไฟตกราง

นร.ม.1ตรังเผยนาทีชีวิตรอดรถไฟตกราง

06 ต.ค. 2552

ศพเหยื่อรถไฟตกราง 2 ศพ ญาตินำกลับมาบำเบ็ญกุศพตามประเพณีที่บ้านเกิดแล้ว ส่วน นร.ชั้น ม.1 ที่รอดตาย เผยนาทีชีวิต รอดราวปาฏิหาริย์ย์

ความคืบหน้ากรณีรถไฟขบวนรถด่วนที่ 84 ที่วิ่งจากตรังไป กทม.เกิดอุบัติเหตุตกรางที่สถานีรถไฟเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวานที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้น

 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 6 ต.ค.ที่อาคารอเนกประสงค์สมาคมชาวย่านตาขาว เขตเทศบาลย่านตาขาว จ.ตรัง ญาติได้นำศพของนางอรพิณ ใจจิตร อายุ 44 ปี และ ด.ญ.กนกลักษณ์ ถาบุญเรือง อายุ 1 ปี 11 เดือน เหยื่อรถไฟสายตรัง-กทม.ขบวนรถด่วนที่ 84 ที่วิ่งตกรางที่สถานีรถไฟเขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวานที่ผ่านมา กลับมาบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านเกิดแล้ว โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความเศร้าสลด มีเพียงญาติที่มาร่วมงานประมาณ 30 คน ขณะเดียวกัน นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ปชป.พร้อมด้วย นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง เขต 2 ได้มอบพวงหรีดแสดงความเสียใจให้กับผู้เสียชีวิตแล้ว

 ด้านนายอุดร ถาวรบุญเรือง อายุ 38 ปี และนางฑิฆัมพร ภูภักดี อายุ 45 ปี ภรรยา เล่าว่า ตนกับภรรยาแต่งงานอยู่กินกันมา ประมาณ 14 ปีแล้ว โดยเป็นชาว จ.นครสวรรค์ แต่มาทำงานที่ จ.สมุทรสาคร โดยตนเป็นช่างพิมพ์โลหะรายวัน ส่วนภรรยาทำงานในโรงงานทอผ้ายีนส์ สำหรับน้องออมนั้น ถือเป็นลูกสาวคนแรกและคนเดียวของครอบครัว โดยหลังจากคลอดน้องออม ตนกับภรรยาก็เลี้ยงดูได้แค่อายุ 1 เดือน

 จากนั้นได้นำน้องออมไปฝากเลี้ยงไว้กับนางอรพิณ ซึ่งมีศักดิ์เป็นน้าสะใภ้ โดยนางอรพิณนั้นเดิมเป็นชาว ต.ย่านตาขาว แต่ต่อมาได้แต่งงานอยู่กินกับสามีซึ่งเป็นชาว จ.สระบุรี ก็ได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ที่ จ.สระบุรี โดยเป็นประจำทุกอาทิตย์หากตนและภรรยาว่างจากงานก็จะแวะไปเยี่ยมน้องออมเป็นประจำ

 โดยก่อนเกิดเหตุ ทราบว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ย.น้าสะใภ้ได้นำน้องออมลูกสาวตนเดินทางมาจาก จ.สระบุรี เพื่อกลับมาร่วมงานรับปริญญาของ นายศักรินทร์ วงศ์ค้าคล่อง ลูกชาย ซึ่งเป็น น.ศ.มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สาขาตรัง ในวันที่ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา และเมื่อเสร็จสิ้นงานของลูกชาย ก็เตรียมตัวเดินทาง กลับ จนกระทั่งมาเกิดอุบัติเหตุรถไฟตกรางดังกล่าว และมาทราบจากญาติว่าทั้งน้าสะใภ้และลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ก็รู้สึกตกใจ ไม่คาดคิดว่าเหตุการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้จะเกิดกับครอบครัวตน

 นายถาวร กล่าวว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้ตนต้องสูญเสียน้องออม ซึ่งเป็นที่รักเหมือนแก้วตาดวงใจ รวมทั้งยังเป็นลูกคนแรกและคนเดียวในครอบครัว ที่ตนและภรรยาดีใจที่สุดในชีวิตที่ได้ลูกคนนี้มาแบบคาดไม่ถึง และตั้งใจจะดูแลให้ดีที่สุด แต่ก็ไม่มีโอกาส เพราะที่ผ่านมา ภรรยาเป็นเนื้องอกในมดลูก และเคยผ่าตัดปีกมดลูกขวามาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พออยู่มาไม่นานมดลูกก็โตขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งเมื่อ 6 เดือนที่ผ่านมา จึงตัดสินใจตัดมดลูกทิ้ง จนทำให้ไม่สามารถมีลูกได้อีก

 ส่วน ด.ญ.ณิชกุล ธีระกุลพิศุทธิ์ อายุ 13 ปี หรือน้องฟลุ๊ค นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนย่านตาขาวรัชนูปถัมป์ ซึ่งเป็น 1 ในผู้รอดชีวิตจากเหตุรถไฟตกราง เล่าถึงนาทีระทึกขวัญให้ฟังว่า หลังจากปิดภาคเรียนตนตั้งใจว่า จะขึ้นไปเที่ยวที่ กทม. โดยวันเกิดเหตุได้เดินทางพร้อมด้วยป้าและน้องออม โดยได้ซื้อตั๋วโดยสารปรับอากาศชั้น 2 โดยตนเลือกนอนเตียงชั้นบน โดยก่อนเกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงที่ทุกคนหลับสนิท ระหว่างนั้นตนก็ได้ยินเสียงดังพร้อมกับรถไฟโครงเครงไปมา ด้วยความตกใจและกลัวจึงลุกขึ้น จังหวะนั้นทำให้ศีรษะตนไปกระแทกกับตู้รถไฟ และหล่นลงมาข้างล่าง พร้อมกับตู้รถไฟได้หลุดจากขบวนและตกจากราง ทำให้ใบหน้าและมือตน ไปโดนเศษไม้ที่หักเกี่ยวจนเป็นบาดแผล ต่อมาก็มีคนมาทุบกระจกช่วยนำตัวส่ง รพ.มาทราบอีกครั้งก็พบว่าป้าและน้องออมที่มาด้วยกันเสียชีวิตแล้ว ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนยังแปลกใจไม่หายว่า รอดมาอย่างไร และต่อไปจะไม่เดินทางโดยรถไฟอีกแล้ว เพราะกลัวและเข็ดขยาดยังไม่จากความหวาดกลัว