
ตร.รวบ2หัวโจก โพสต์เฟสบุ๊คชวนแว้น
ตำรวจนำหมายจับรวบ 2 หัวโจกแอดมินเฟสบุ๊ค โพสต์ข้อความชวนขาโจ๋แว้นป่วนเมือง พร้อมจับกุมร้านท่อไอเสียไม่ได้มาตราฐาน ยึดของกลางอื้อ
สน.ลาดกระบัง - เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 3 มี.ค.2561 พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ บก.สปพ. และ บก.น.3 แถลงข่าวจับกุมหัวโจกโพสต์เฟสบุ๊คชวนแว้น ผลตรวจค้นร้านตกแต่งท่อไอเสีย รถจยย. และผลการป้องกันการแข่งรถในทางสาธารณะ โดยสามารถจับกุม 2 ผู้ต้องหาที่โพสต์เฟสบุ๊คชักชวนกลุ่มวัยรุ่นไปแข่ง รถจยย.ในคืนวันวาเลนไทน์ ตามหมายจับ ศาลจังหวัดมีนบุรี ข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนให้ผู้อื่นกระทำความผิดขับ รถจยย. โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเอง หรือผู้อื่นฯ”
รายแรกจับกุม นายเอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี แอดมินเฟสบุ๊ค “รถซิ่ง บางซื่อ” มีผู้ติดตามประมาณ 1,000 คน นัดรวมกลุ่ม ถนนพระราม 6 ถนนกำแพงเพชร และถนนวิภาวดีรังสิต โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมได้ที่ ตรอกหลังวัดไผ่ตัน แขวงสามเสนใน เขตบางซื่อ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. และรายสุดท้ายจับกุม นายบี (นามสมมติ) อายุ 18 ปี แอดมินเฟสบุ๊ค “วัยรุ่น ถนนเถื่อน(บางซื่อ) มีผู้ติดตามประมาณ 1,500 คน นัดรวมกลุ่ม ถนนพระราม 6 ถนนกำแพงเพชร และวิภาวดีรังสิต จับกุมในซอยประดู่ แขวงเขตบางซื่อ เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ทั้งคู่นำส่ง สน.มีนบุรี ดำเนินคดี
ส่วนผลการตรวจค้นร้านตกแต่งรถจยย. ท่อไอเสีย รวม 4 จุด ในพื้นที่ สน.มีนบุรี สน.ลาดกระบัง และ สน.จรเข้น้อย สามารถตรวจยืด รถจยย. ต้องสงสัย 6 คัน พร้อมท่อไอเสียประกอบไม่ได้มาตราฐาน จำนวนหนึ่ง จับกุมผู้กระทำผิด พ.ร.บ.จราจร และรถจยย. 23 ราย แบ่งเป็น อายุต่ำกว่า 18 ปี 15 ราย และอายุเกิน 18 ปี 8 ราย พร้อมรถจยย. 23 คัน นอกจากนี้ยังจับกุมความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 3 ราย
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้แก้ปัญหาเยาวชนรวมกลุ่มกันแข่งขัน รถจยย. ในทาง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ใช้รถในทาง และพักอาศัยตามพื้นที่ในเขต กทม. โดย คสช. มีคำสั่ง เรื่องมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแข่งรถยนต์และรถจยย. ในทาง และมาตรการแก้ไขปัญหาอันเกิดจากการขับขี่ยานพาหนะ ที่กระทำผิด พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 43(8) และ พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 มาตรา 26(3) จึงอยากฝากเตือนผู้ที่เข้าข่ายความผิด ทั้งการแข่งรถในทาง ดัดแปลงรถ และชักชวนให้แข่งรถ หากพบจะจับกุมดำเนินการตามกฏหมายต่อไป



