
จนท.รัฐ3ฝ่ายบุกยึดใบกระท่อมกลางป่าอุทยานฯกว่าพันกิโล!!
จนท.รัฐสนธิกำลัง3หน่วย ทหาร ตชด.จนท.อุทยานบุกจู่โจมยึดใบกระท่อมซุกซ่อนกลางป่าอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างกว่า 1,180 กก. ตรวจสอบไม่พบผู้กระทำผิดเตรียมล่าตัว
เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา กำลัง 3 ฝ่าย ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ร้อย ร.5021 มี พ.ต.เอกลักษณ์ ไชยถาวร ผบ.ร้อย ร.5021 , ตำรวจตระเวนชายแดน ชฝต.4304 มี ร.ต.ท.ประวิง มั่นคง หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจชายแดนและ นายพริษฐ์ นราสฤษฏ์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง สนธิกำลังร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้
ซึ่งจากการร่วมกันออกตรวจปราบปรามการกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยการป่าไม้ตามที่ได้รับแจ้งจากสายข่าวในพื้นที่ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเขาแดน ป่าเขาน้ำค้างและป่าควนสิเหรงภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ท้องที่ คลองเก้า หมู่ที่ 6 ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ได้ตรวจพบขนำ จำนวน 1 หลัง เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณขนำพบพืชใบกระท่อมสดห่อด้วยกระดาษสีขาวเป็นมัด ชั่งน้ำหนักรวมได้ 1,180 กิโลกรัม ขณะเจ้าหน้าที่เข้าทำการตรวจสอบไม่พบผู้ใดอยู่ในบริเวณพื้นที่เกิดเหตุแต่อย่างใด
จึงได้ร่วมกันทำการตรวจยึดพืชใบกระท่อมสด น้ำหนัก 1.180 กิโลกรัม ที่วางอยู่บนพื้นและใต้ถุนขนำ โดยขนำดังกล่าวอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ซึ่งเป็นแปลงที่ได้ทำการตรวจยึดไว้แล้วโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง โดยกล่าวหา "มียาเสพติดให้โทษประเภท 5(ใบพืชกระท่อม) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฏหมาย"
เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ร้อย 5021 ได้อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.กฏอัยการศึก พ.ศ.2457 ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเต็มที่จะตรวจค้น ที่จะยึด ที่จะเข้าอาศัยหรือทำลายสถานที่ ความตามมาตรา 8 และ ให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเข้าตรวจค้น ยึด สิ่งของที่มีไว้ในครอบครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่ใดหรือเวลาใด ความตามาตรา 9 และความเสียหายอย่างใดๆจะฟ้องเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารไม่ได้ทุกกรณี ตามมาตรา 16 และ ตามคำสั่ง คสช ที่ 41/2557 ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2557 มีคำสั่งให้กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ ชุดปราบปรามยาเสพติดของทุกหน่วยดำเนินการปราบปรามและจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้นำเข้าและส่งออก ร่วมทั้งผู้สมคบ และ ผู้สนับสนุนช่วยเหลือให้ได้ผลอย่างจริงจัง มีประสิทธิภาพสามารถลดผลกระทบที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนและสังคมโดยรวม
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมของกลางทั้งหมดใส่กระสอบตาข่าย ลำเลียงออกจากที่เกิดเหตุนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรสะเดาเพื่อดำเนินการสืบสวน สอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฏหมายต่อไป
////////////////////////////////////



