
"มาร์ค"เผย"พรรคใหม่เทือก"สวนทาง"ปชป."บ่ยั่นโดดดูดสมาชิก
"มาร์ค" เผย "เทือก" ตั้งพรรค หนุน "บิ๊กตู่" นั่ง "นายกฯคนนอก" สวนทาง "ปชป." บ่ยั่น โดนดูดสมาชิก บอก เรื่องธรรมดา ชี้ถ้าเราแพ้ "เลือกตั้ง" ต้องเจียมตัว
เมื่อวันที่ 1 มี.ค.61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการ 101 องศาข่าว ช่วงตรงไปตรงมากับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทางสถานีวิทยุ เอฟเอ็ม 101 ถึงกรณีการตั้งพรรคใหม่ของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่า การมีพรรคการเมืองใหม่ขึ้นมาเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน เป็นปกติธรรมดา สิ่งที่นายสุเทพพูดในการก่อตั้งพรรค ซึ่งจุดหลักคือการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. ก็คงเป็นจุดที่เป็นความแตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ถือว่าการลงสมัครรับเลือกตั้ง การจัดทำนโยบาย การเสนอตัวบุคลากรเข้าไปทำงาน เราก็สนับสนุนคนที่มีความคุ้นเคย มีส่วนร่วมกับอุดมการณ์นโยบายของพรรค โดยปกติก็จะเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม และพรรคประชาธิปัตย์ก็ยังยึดถือแนวทางนี้ หลังจากการปลดล็อค ก็จะต้องมีการเลือกหัวหน้าพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคกันใหม่ และตนไม่คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์จะมาสมัครเป็นสมาชิก หรือจะมาเป็นผู้บริหารของพรรค เพราะฉะนั้นเมื่อนายสุเทพมองว่า ไม่มีพรรคการเมืองที่จะมารองรับแนวทางการสนับสนุนนี้ นายสุเทพก็สามารถที่จะไปตั้งพรรค เพื่อที่จะผลักดันเป้าหมายตรงนี้ได้
เมื่อถามว่า จุดร่วมของคนที่อยู่ในกลุ่มเป้าหมายของคุณสุเทพ กับพรรคประชาธิปัตย์นั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จุดร่วมยังเหมือนเดิม พรรคต่อต้านการคอร์รัปชั่น ต่อต้านระบอบเผด็จการที่แฝงตัวเข้ามาในประชาธิปไตย และต้องการเห็นการปฏิรูป แต่พรรคเห็นว่าที่ผ่านมา แนวคิดแนวทางของรัฐบาลปัจจุบันในการปฏิรูป ไม่ค่อยสอดคล้องกับการปฏิรูปที่พูดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง การปกครอง ราชการ การศึกษา ท้องถิ่น และอื่นๆ ตอนที่มีการพูดจากันมากเรื่องการปฏิรูปประเทศขณะนั้น หัวใจของการปฏิรูปมุ่งไปสู่การกระจายอำนาจ แต่แนวทางการบริหารของรัฐบาลปัจจุบันนี้ ค่อนไปในทางการรวมศูนย์อำนาจ แล้วก็กลับไปสู่ระบบรัฐที่ค่อนข้างเป็นราชการมากๆ ดังนั้น แม้จะพูดว่ามีการสนับสนุนการปฏิรูปเหมือนกัน แต่แนวคิดเกี่ยวกับการปฏิรูปอาจจะมีความแตกต่างกัน แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดา ทุกพรรคก็มีจุดที่เหมือนกัน และต่างกัน
“อยากให้มองเห็นภาพใหญ่ว่าหลายเรื่องที่เราเสียเวลากันอยู่ในขณะนี้ มันก็สะท้อนให้เห็นว่า ถ้าสังคมไม่มีความสุจริต ไม่มีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน มันก็จะมีสารพัดเรื่องที่วุ่นวายไปเรื่อย เพราะฉะนั้นมาช่วยกันทำ แล้วก็สนับสนุนให้เรามาเป็นสังคมของคนที่มีความสุจริต มีสัจจะ ไว้เนื้อเชื่อใจ ไว้วางใจกันได้” นายอภิสิทธิ์กล่าว
เมื่อถามอีกว่า ในกลุ่มของสมาชิกพรรค หรือฐานเสียง กลัวว่าจะถูกแบ่งไปทางนายสุเทพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดานะ มีพรรคการเมืองใหม่เขาก็ต้องมาแสวงหาการสนับสนุน สมาชิกพรรค หรือว่าผู้สนับสนุนพรรค รวมทั้งผู้ที่เคยลงคะแนนให้พรรค เขาก็ต้องมีการทบทวนการตัดสินใจอยู่เป็นระยะๆ อยู่แล้ว ก็เป็นเรื่องปกติ และพรรคประชาธิปัตย์ก็เผชิญกับภาวะอย่างนี้มาหลายครั้ง
เมื่อถามว่า คุยไปไกลถึงขั้นว่าถ้าหลังเลือกตั้งแล้วจะกลับมาร่วมงานกันได้หรือไม่สำหรับ 2 พรรคนี้ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องการร่วมงานหลังการเลือกตั้งพรรคต้องยึดเอาอุดมการณ์ และนโยบายของพรรค ที่ไปเสนอต่อประชาชนเป็นตัวตั้ง ถ้าเราได้รับการสนับสนุนมาเยอะจากประชาชน ก็ต้องเอาแนวทางของเราเป็นตัวตั้ง ใครจะมาทำงานกับเราก็ต้องสนับสนุนแนวทางเรา ถ้าไม่มาสนับสนุนเราก็จะตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่ถ้าหากว่าเราไม่ได้รับการสนับสนุนมาเยอะ แต่คนอื่นเขาได้รับการสนับสนุนมาเยอะกว่า อย่างนี้ตนก็ต้องเจียมตัว ประชาธิปัตย์ต้องเจียมตัว แล้วก็รอดูว่าเงื่อนไขของเราคือจะมีบทบาทอย่างไร ก็ต้องมาว่ากันต่อไป
เมื่อข้อถามว่า สมมติว่าพรรคของนายสุเทพชนะมากกว่า แล้วหนุนคนนอกเป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ต้องมาประชุมกันว่าตกลงเราคิดว่าจะเป็นอย่างไร จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี จะไปร่วมรัฐบาลหรือไม่ จะเป็นฝ่ายค้านหรือไม่ อย่างไรก็ต้องมาว่ากัน ซึ่งก็ต้องไปดูจาก ทิศทางของการนำพาบ้านเมืองในขณะนั้นเป็นหลัก



