
อุทยานแห่งชาติฯ รอรับถนนใหม่ 66 กม.ปีนี้ หลัง ครม.อนุมัติงบ
พบสถิติอุบัติรถชนสัตว์ป่าเจ็บตายนับพันตัว ต้องวางแผนจัดการถนนเส้นใหม่ คาดปิดเส้นเดิมถาวรปีนี้ เลี่ยงความสูญเสียเพิ่ม ให้สัตว์ป่าอิสระมีความปลอดภัยเต็มที่ในชีวิต
1 มี.ค.61- "นายเดชา นิลวิเชียร" หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน , "นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน" สัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ "นายคมกริช เศรษบุบผา" ผอ.ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ได้ ลงพื้นที่ บริเวณถนนหมายเลข 3259 ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา และถ.สายคลองตะเคียน-อ่างเสือดำ-นายาว-หนองเรือ ซึ่งเป็นถนนสายใหม่ที่จะใช้แทนถนนเดิมสาย 3259 ดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อจะวางแผนการใช้ถนนเส้นใหม่ ที่จะเลี่ยงบริเวณเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ทั้งคนและสัตว์ป่า
โดย "นายเดชา นิลวิเชียร" หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน จ.ฉะเชิงเทรา สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 2 (ศรีราชา) กล่าวว่า ถนนสาย 3259 ที่เป็นถนนเส้นเดิม มีบางส่วนตัดผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนทางตอนเหนือ เป็นระยะทาง 15 กม. เป็นถนน 2 ช่องจราจร เชื่อมต่อกับ อ.ท่าตะเกียบ จ.ฉะเชิงเทรา กับ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2532 โดยใช้เป็นถนนด้านความมั่นคง การสัมปทานป่าไม้ในยุคนั้น และการอพยพคนออกจากป่า ซึ่งต่อมาในปี 2540 ได้มีการส่งมอบถนนเส้นนี้ให้กรมทางหลวงเป็นผู้แล โดยมีการเก็บสถิติข้อมูลปริมาณและความเร็วของยานพาหนะ ที่ใช้ถนนสาย 3259 ช่วงผ่านป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน ระหว่างเดือน ต.ค.41-ก.ย.42 (1 ปีงบประมาณ) พบว่า มีรถวิ่งผ่านจำนวน 299,298 คัน จำแนกเป็นเป็นรถบรรทุกเล็ก(ปิคอัพ) รวมทั้งรถกระบะดัดแปลง และรถตู้ 179,455 คัน , รถมอเตอร์ไซด์ 47,832 คัน , รถบรรทุกตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป และรถพ่วง 43,806 คัน , รถเก๋ง 12,855 คัน , รถบัส 12,663 คัน และรถที่ใช้ในภาคการเกษตร 687 คัน
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 ส.ค.55 ได้มีมติ ครม.ให้ปิดการจราจรถนนเส้น 3259 ดังกล่าว ที่ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน โดยกำหนดเป็นช่วงเวลา เช่น ตั้งแต่ 21.00 น. ถึง 05.00 น. ซึ่งบันทึกจำนวนสัตว์ป่าที่ได้รับผลกระทบ ในปี พ.ศ.2550 ผลการศึกษาจากข้อมูลเมื่อเทียบกับข้อมูลก่อนหน้าในช่วงปี 2541-2542 คาดว่าสัตว์ป่ารอดจากการถูกรถชน 10,969 ตัว หรือคิดเป็น 76.31% ถือเป็นการรักษาชีวิตสัตว์ป่าได้เป็นจำนวนมาก แต่จากข้อมูลกลับพบว่าแม้จะมีการกำหนดเวลาปิด-เปิด แต่กลับพบรถวิ่งบนถนนดังกล่าวมีปริมาณเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเวลากลางวัน รวมทั้งสิ้น 299,298 คันเฉลี่ยวันละ 820 คัน และเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับผลการศึกษาปริมาณรถยนต์ ระหว่างปีพ.ศ. 2541 กับ พ.ศ.2556 พบว่า ปริมาณรถยนต์ ปี 2541 รวม 299,298 คัน ปริมาณรถยนต์ ปี 2556 รวม 569,764 คัน ซึ่งจากข้อมูลพบว่ามีปริมาณรถเพิ่มขึ้นกว่า 1 เท่า และใช้ความเร็วที่เพิ่มมากขึ้นตลอด ดังนั้นจึงมีควรมีการจัดการถนน และวางแผนการใช้เส้นทางนี้โดยเร็ว
"นายเดชา" หน.ขสป.เขาอ่างฤาไน กล่าวอีกว่า นายบุญชู ธงนำชัยมา หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา ได้นำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สอบถามความคิดเห็นของประชาชนต่อการปิดถนนสายนี้ เพื่อลดความสูญเสียของทั้งสัตว์ป่าและผู้สัญจรบนถนน พบว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน เพราะทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการทั้งการจำกัดความเร็ว และการทดลองปิดถนนซึ่งเสียงประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยเพราะช่วยลดผลกระทบต่อสัตว์ป่าและผู้ใช้เส้นทาง ซึ่งจากสถิติตั้งแต่ปี 2532 มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนแล้ว 7 คน ในขณะที่ช่วงปี 2535-2551 มีช้างป่าเสียชีวิตจำนวน 20 ตัว ในจำนวนนี้เกิดจากถูกรถเฉี่ยวชน 3 ตัว ซึ่งช่วงเวลาที่ถือว่าอันตรายทั้งคนและช้าง คือ ตั้งแต่ 21.00-02.00น. เพราะเป็นช่วงที่รถน้อยและมักจะใช้ความเร็ว และเป็นช่วงที่ช้างมักจะออกหากินและเดินผ่านถนนดังกล่าวบ่อยครั้ง
ขณะที่ "นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน" สัตวแพทย์กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า มีสัตว์จำนวนมากที่ต้องสูญเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บบนถนนแห่งนี้ เช่น ช้าง กวาง วัวแดง กระทิง เป็นต้น ทั้งนี้จากผลการศึกษาของนายบุญชู ธงนำชัยมา หัวหน้าสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา เปรียบเทียบระหว่างปี พ.ศ.2541 และปี พ.ศ.2556 สัตว์ตายจากการถูกรถชน / ทับบนถนน 3259 ระยะ 15 กม. จำนวนสัตว์ที่เสียชีวิตนั้นไม่ต่างกัน คือ ปี 2541 พบสัตว์ตาย 2,923 ตัว ปี 2556 พบสัตว์ตาย 2,936 ตัว
ด้าน "นายคมกริช เศรษบุบผา" ผอ.ส่วนประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ กล่าวถึงถนนเส้นทางใหม่ที่จะใช้แทนถนนเส้น 3259 ว่า "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" รองนายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์รอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออก กล่าวในที่ประชุม ครม. ได้มีมติอนุมัติงบประมาณให้กับกระทรวงคมนาคม ไปปรับปรุงและขยายถนนเส้น คลองตะเคียน-อ่างเสือดำ-นายาว-หนองเรือ ระยะทางประมาณ 66.68 กม. เพื่อเป็นเส้นทางเลี่ยงถนนหมายเลข 3259 และลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุกับสัตว์ป่าและมนุษย์โดยจะแล้วเสร็จในปีนี้ พอเสร็จก็มอบถนนเส้นนี้ให้กับกรมอุทยานแห่งชาติฯ ดูแล ถนนเส้นนี้จะปิดถาวร สัตว์ป่าก็จะมีอิสระและความปลอดภัยเต็มที่ในการดำรงชีวิต โดยอาจให้มีรถรับส่งนักเรียนวิ่งเช้าเย็นไปโรงเรียน สถานพยาบาลขนส่งผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องเดินทางไปเช้าเย็นกลับเท่านั้น



