
"ฮวาเหลียน"...ตะวันออก ไต้หวัน..ลมหายใจแห่งขุนเขา ทะเลงาม
มารู้จักและเที่ยวชม.."ฮวาเหลียน" เมืองฝั่งตะวันออกของไต้หวัน ที่มีเสน่ห์งดงามชวนหลงใหลกับธรรมชาติ ทั้งทะเล ภูเขา แม่น้ำ
ระหว่างวันที่ 25-28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา นาย ถง เจิ้น หยวน( Chen-Yuan Tung) ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไต้หวัน ได้นำนักธุรกิจชาวไต้หวันในประเทศไทย ผู้ประกอบการท่องเที่ยว คณะสื่อมวลชนและบล็อกเกอร์ เดินทางไปยังเมือง"ฮวาเหลียน" (Hualien)ของไต้หวัน
การเดินทางในครั้งนี้ เพื่อช่วยโปรโมทการท่องเที่ยวของเมืองฮวาเหลียน หลังจากที่การท่องเที่ยวของเมืองนี้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และนำเงินบริจาคจากพ่อค้าชาวไต้หวันในไทยและคนไทย จำนวนกว่า 3 ล้านบาทไปช่วยเหลือชาวฮวาเหลียน ด้วย
สำหรับ "ฮวาเหลียน" มีฐานะเป็นจังหวัด อยู่ฝั่งตะวันออกของไต้หวันติดมหาสมุทรแปซิฟิก มีพื้นที่ทั้งสิ้น 46,000 ตร.กม. ประชากร 330,000 คน
"ฮวาเหลียน" อยู่ห่างจาก "ไทเป " เมืองหลวงของไต้หวันประมาณ 200 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟด่วน ที่เรียกกันว่า "เส้นสายทะเล" (Tarako Express ) ประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ สองข้างที่รถไฟวิ่งผ่านจะเป็นทะเลและภูเขา
ที่ผ่านมาด้านตะวันออกของไต้หวัน ยังไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวมาเยือน "ฮวาเหลียน" จึงเป็นเมืองที่สงบเงียบ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายและเต็มไปด้วยธรรมชาติ
รถไฟด่วนเส้นสายทะเล (TaroKo Express)
"อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ" (TaroKo National Park) สถานที่ท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้สำหรับผู้มาเที่ยว"ฮวาเหลียน"
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ เป็นอุทยานแห่งชาติใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไต้หวัน ตั้งชื่อตามชนเผ่าทาโรโกะ ชนพื้นเมืองดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในแถบนี้
คำว่า"ทาโรโกะ"เป็นคำเรียกขานในภาษาญี่ปุ่น ขณะที่คนจีนเรียกอุทยานฯแห่งนี้ว่า“ไท่หลู่เก๋อ”
อุทยานฯแห่งนี้ เต็มไปด้วย เทือกเขา หุบเขาลึก ช่องแคบ หน้าผาสูงชัน น้ำที่ไหลเชี่ยว แต่มีความงดงามจากการเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาที่น่าทึ่งแห่งหนึ่ง
แต่ไม่น่าเชื่อว่าทางไต้หวัน สามารถสร้างอุโมงค์เจาะทะลุเทือกเขาที่เป็นหินปูนและหินอ่อน สร้างเป็นถนน 2 เลน ให้รถวิ่งผ่านตลอดอุทยานฯแห่งนี้ได้ และตีเส้นด้านข้างของถนนให้คนเดินชมความงามในอุโมงค์
โดยมีประวัติศาสตร์ว่า "เจียง ไคเชก" ผู้ก่อตั้งไต้หวัน ได้นำพวกทหารผ่านศึก มาช่วยกันสร้างถนนลอดอุโมงค์ โดยใช้ค้อนทุบหินอ่อนของภูเขา ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตถึง 226 คน
ซุ้มประตูโค้งไท่หลู่เก๋อ ปากทางเข้าอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
อุทยานแห่งชาติทาโรโกะ
กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวปะทะกันเป็นน้ำวน
หินเคลื่อนตัวทำให้หน้าผาสูงชันขึ้นเรื่อยๆและมีรูซึ่งเกิดจากน้ำที่หยดใส่กัดเซาะ เป็นที่อยู่อาศัยของนก
ถ้ำนกนางแอ่น (Swallow Grotto ) เป็นอีกจุดหนึ่งในอุทยานแห่งชาติทาโรโกะ ที่คนไปเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติ
แต่การเข้าเยี่ยมชมต้องปลอดภัยไว้ก่อน โดยทุกคนต้องสวมใส่หมวกกันน็อคที่ทางเจ้าหน้าที่จัดให้ เนื่องจาก"ถ้ำนกนางแอ่น" เป็นหินอ่อน บางครั้งก็จะมีเศษหินตกหล่นลงมา ซึ่งอาจโดนศีรษะ ทำให้ได้รับอันตรายได้ และเคยมีตัวอย่างมาแล้วเกิดกรณีที่เศษหินเล็กๆหล่นลงมา ทะลุศีรษะนักท่องเที่ยว
และเนื่องจากมีลมที่พัดแรง การใส่หมวกกันน็อคต้องรัดสายที่คางให้แน่น เพราะเคยเกิดกรณีที่นักท่องเที่ยวไม่รัดสายที่คางให้แน่น เมื่อหมวกโดนลมพัดใส่ก็หลุดออกจากศรีษะ นักท่องเที่ยวคนดังกล่าวรีบคว้าหมวกไว้เพื่อไม่ให้หล่นหน้าผา ทำให้ตัวเขาหล่นจากหน้าผาไปพร้อมกับหมวกกันน็อค
" ถ้ำนกนางแอ่น "ที่สวยงามจากธรรมชาติบรรจงสร้าง ภายในอุทยานแห่งชาติ ทาโรโกะ
สวนป่าต้าหนงต้าฟู่(Da Nong Da Fu Forest Park) เป็นป่าไม้ในที่ราบ อยู่ในความดูแลของกรมป่าไม้ ไต้หวัน มีพื้นที่ 1,250 เฮกตาร์หรือกว่า 7,000 ไร่ ไต้หวันส่วนมากพื้นที่เป็นภูเขาและที่สูง การที่มีสวนในที่ราบซึ่งมีพื้นที่กว้างขวางขนาดนี้ จึงเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์
สวนป่าต้าหนงต้าฟู่ คนจะมาเที่ยวกันมากในช่วงก่อนและหลังเทศกาลตรุษจีน และมีเทศกาลดูหิ่งห้อยที่นี่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน และสถานที่นี้ในแต่ละฤดูจะมีความแตกต่างกันไป อย่างช่วงนี้ดอกไม้เยอะ และพอถึงฤดูร้อนก็จะมีหิ่งห้อย อีกฤดูหนึ่งใบไม้ก็จะผลัดสีเป็นใบไม้ร่วง ส่วนฤดูหนาวคนก็จะมาปั่นจักรยานเล่นกัน
สวนป่าต้าหนงต้าฟู่ มีสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่สวยงามและต้นไม้ มีที่ใส่ชื่อตัวอักษรเพื่อบอกรักคู่รัก หากรักใครก็ใส่ชื่อคนนั้น หรือจะใส่ชื่อคนที่เรารักคู่กับชื่อเราก็ได้ และมีจุดสำหรับถ่ายรูป โดยเป็นกรอบสี่เหลี่ยม วางติดกัน 3 กรอบ อีกทั้งยังมีกังหันลมที่หมุนเรียงกันอย่างสวยงามเมื่อลมพัดมา
กังหันลมใบพัดเล็กๆหมุนติ้วยามโดนลม
จุดใส่ชื่ออักษรบอกรักคนรัก
กรอบสี่เหลี่ยมสำหรับคนเข้าไปยืนถ่ายรูป
ฟาร์มสัตว์น้ำลี่ชุน (Li Chuan Aquafarm) เป็นฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำโดยใช้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศน์ สถานที่นี้มีความร่มรื่นและทิวทัศน์ที่สวยงาม
ฟาร์มสัตว์น้ำแห่งนี้ ประกอบด้วย พิพิธภัณฑ์ที่มีรูปภาพและวิดิทัศน์ แสดงถึงการเลี้ยงสัตว์น้ำโดยใช้ระบบนิเวศน์วิทยาที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งสัตว์น้ำที่เลี้ยง คือ ปลา และหอยตลับ โดยผู้ที่มาเยี่ยมชมสามารถลงไปจับหอยตลับเล่นในบึงกว้างที่เลี้ยงได้ด้วย
ทีนี่ยังมีร้านอาหารคอยบริการ โดยอาหารที่ทำส่วนมากก็มาจากปลาและหอยตลับที่เลี้ยงไว้
นอกจากนี้ยังมีวัตถุจำลอง สถานที่สำคัญในไต้หวันด้วย
ผู้มาเยี่ยมชม ฟาร์มสัตว์น้ำลี่ชุน กำลังจับหอยตลับ
ภูเขาหยกจำลอง (๋Jade Mountain) สูงที่สุดในไต้หวันและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ
สมณารามจิ้งซือ( Jing Si Abode )เป็นสถานที่พำนักของธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน ( Dharma Master Cheng Yen)และสานุศิษย์ ที่สมณารามไม่มีการบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ไปสวดในสถานที่ต่างๆ ท่านและสานุศิษย์ จะปลูกผักทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพและทำการกุศล
ธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน บวชเป็นภิกษุณี ตั้งแต่อายุ 23 ปี ปัจจุบันอายุ 81 ปี แต่ยังแข็งแรง เป็นผู้ก่อตั้ง"มูลนิธิพุทธฉือจี้ "
"มูลนิธิพุทธฉือจี้" เป็นสำนักพุทธนิกายมหายานที่ใหญ่และทรงพลังที่สุดของไต้หวัน ธรรมาจารย์เจิ้งเหยียน เป็นผู้ได้รับการเคารพอย่างสูงจากชาวไต้หวัน ในแต่ละปีมีสมาชิกบริจาคเงินเกือบ 10 ล้านคนทั่วโลก รวมเป็นเงินนับหมื่น นับแสนล้านเหรียญไต้หวัน สามารถสร้างโรงพยาบาลได้ถึง 6 แห่ง มีสถานศึกษาตั้งแต่ประถมจนถึงมหาวิทยาลัย ที่เน้นถึงความรักและการให้ต่อสังคม
บริเวณสมณาราม อันสงบร่มรื่น
ห้องโถงฉือจี้ (๋Jing Si Hall )
รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม ภายในห้องโถงฉือจี้
"ฮวาเหลียน" ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย อาทิ ทะเลสาบลีอู๋ สามารถชมฝูงเป็ดเทศที่น่ารัก,สวนสาธารณะแปซิฟิก ซึ่งอยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นสถานที่ชมวิวและเดินเล่นในช่วงเช้าและช่วงเย็น,ภูเขาคินเซน ตามเส้นทางบนภูเขาที่คดเคี้ยวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของดอกไม้
อุโมงค์เจีวชี เป็นทางเก่าของถนนหลวงไปตามหน้าผาขนาดใหญ่ อาจทำให้หลายคนได้รับรู้ในพลังที่ไม่มีสิ้นสุดของธรรมชาติและเส้นทางเดินอันคดเคี้ยวมองผ่านไปยังทัศนียภาพของถ้ำภูเขาได้อย่างเพลิดเพลิน, ทะเลสาบเจ็ดดาว ทะเลสาบรูปร่างคล้ายดวงจันทร์ ทำให้คนรู้สึกหลงใหล,วัดชิงเหลียน ซึ่งมีประวัติอายุมากกว่าร้อยปี
"ฮวาเหลียน" จึงมีครบทั้ง ภูเขา,แม่น้ำ ,ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม โบสถ์ วัด, สวนสาธารณะ และพื้นที่สำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม
มา"ไต้หวัน" ครั้งใด อย่าลืมแวะมาเยือน "ฮวาเหลียน" เมืองแห่งขุนเขา ทะเลงาม



