
ขว้างระเบิดป้อมหน้าอำเภอยะหริ่งตร.-อส.เจ็บ7
ป่วนสุไหงโก-ลก 2 คนร้ายแต่งชุดเลียบแบบ อส.ใช้อาก้ายิงถล่มร้านอาหารกลางเมือง ก่อนขว้างระเบิดซ้ำ ตำรวจ-ชาวบ้านตาย 3 เจ็บอีก 13 อีกเหตุโจรใต้วางระเบิดคาร์บอมบ์ 50 กก. ตรงข้ามโรงแรมเมอลิน ร้านค้าเสียหายยับ ชาวบ้านเจ็บ 26 ราย ขณะที่ ตร.รู้ตัวคนร้ายก่อเหตุ จยย.
คนร้ายยังคงก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้อย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 12.50 น. วันที่ 6 ตุลาคม พ.ต.ท.มงคล บัวจันทร์ สว.เวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงถล่มใส่ร้านอาหาร ริมถนนทรายทอง 4 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก แล้วขว้างระเบิดซ้ำก่อนที่จะหลบหนี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วเดินทางไปร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อม พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นราธิวาส พ.ต.อ.ทนงศักดิ์ วังสุภา ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก พ.ต.ท.จันที แจ่มจันทร์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส
ที่เกิดเหตุพบศพเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในร้านส้มตำ 1 นาย คือ ส.ต.ท.วัชรพงษ์ อำไพฤทธิ์ ผบ.หมู่ ป.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส และมีผู้บาดเจ็บอีก 13 คน ถูกสะเก็ดระเบิดและกระสุนปืนของคนร้ายนอนร้องครวญครางอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงเร่งนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก โดยนางปรียานุช โชติไพบูลย์พันธ์ อายุ 45 ปี และ ด.ช. ภีมพศ อภิบาลธนากุล เสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นร้านขายส้มตำ ร้านขายกวยจั๊บ และร้านขายอาหารตามสั่ง ซึ่งทั้ง 3 ร้านตั้งอยู่ตรงข้ามกัน มีถนนทรายทอง 4 คั่นกลาง สภาพร้านค้าทั้ง 3 ร้านมีร่องรอยถูกกระสุนปืนของคนร้ายที่บริเวณฝาผนัง ข้าวของกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น โดยเฉพาะร้านขายส้มตำพบชิ้นส่วนระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายประกอบใส่ไว้ในท่อพีวีซีสีฟ้า หนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม ตกกระจายเกลื่อนพื้นถนน
จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุคนร้าย 2 คน แต่งกายเลียนแบบ อส.รักษาดินแดน ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ เมื่อถึงที่เกิดเหตุได้ใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ากราดยิงเข้าไปในร้านส้มตำ ร้านขายกวยจั๊บและร้านขายอาหารตามสั่งหลายสิบนัด โดยมีชาวบ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดีนั่งรับประทานอาหารอยู่ ก่อนหลบหนีคนร้ายยังขว้างระเบิดแสวงเครื่องที่ทำขึ้นเองใส่ร้านส้มตำที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งกินอยู่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ 13 คน ส่วนใหญ่ถูกสะเก็ดระเบิดที่คนร้ายขว้างใส่ ได้แก่ 1.จ.ส.ต.ประสิทธิ์ชัย ชูพิฤทธิ์ 2.ส.ต.ท.รัตฐิชัย ลายหมู่ 3.นายพสุต สุขสมคิด 4.ด.ช.ฉัตรพัฒน์ วีระเดชากุล 5.นายสมโภชน์ เพชรรัตน์ 6.นายมามะ เจ๊ะโก๊ะ 7.น.ส.เพียงทิพย์ ขยันสำรวจ 8.น.ส.จันทร์ฉาย แวสู 9.นายธโนชา ถนัดกิจพาณิชย์ 10.นายสมพิศ ชูชื่น 11.นางศรีนวล ไพรจิตร 12.นายกฤช โชติไพบูลย์พันธุ์ และ 13.น.ส.รัชนก ถนอมสุข
ต่อมาเวลา 14.00 น. ขณะที่ พ.ต.ท.มงคล บัวจันทร์ สว.เวร สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุคนร้ายยิงและขว้างระเบิดซ้ำใส่ร้านอาหารจำนวน 3 จุด ที่ตั้งอยู่ริมถนนทรายทอง 4 เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกอยู่นั้น ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ขึ้นที่หน้าร้านขายเครื่องสำอาง ตรงข้ามโรงแรมเมอลิน ถนนเจริญเขต เขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ห่างจาก สภ.สุไหงโก-ลก ประมาณ 100 เมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย ร้านค้าและโรงแรมได้รับความเสียหาย
ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบซากรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นแอคคอร์ด สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน กค 1204 ยะลา ที่คนร้ายใช้ซุกซ่อนระเบิดแสวงเครื่องประกอบใส่ไว้ในถังแก๊ส หนักประมาณ 50 กิโลกรัม จุดชนวนด้วยวิทยุสื่อสารแบบมือถือ จอดอยู่หน้าร้านขายเครื่องสำอาง โดยชิ้นส่วนของรถยนต์กระเด็นกระจัดกระจายไปสร้างความเสียหายต่อร้านค้าที่อยู่ติดกับร้านขายเครื่องสำอางจำนวน 6 ห้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งล็อบบี้ที่อยู่ชั้น 1 ของโรงแรมเมอลิน ถูกอนุภาพของระเบิดจนกระจก ชุดโซฟาได้รับความเสียหายทั้งหมด และมีรถจักรยานยนต์ของชาวบ้านถูกเพลิงไหม้เสียหาย 6 คัน รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีเขียว ทะเบียน กง 7853 นราธิวาส และรถยนต์ยี่ห้อเบนซ์ถูกสะเก็ดระเบิดเสียหายอีก 2 คัน
ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่มูลนิธิธารน้ำใจสุไหงโก-ลกนำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลสุไหงโก-ลก โดยมีอาการสาหัส 2 คน เป็นสามีภรรยาเจ้าของร้านขายเสื้อผ้าทหารซึ่งอยู่ติดกับร้านขายเครื่องสำอาง และมีผู้บาดเจ็บอื่นๆ ทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียรวม 26 คน
นางนพรัตน์ เด่นรัศมีเทพ เจ้าของร้านนพรัตน์ที่ได้รับความเสียหาย กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีชายฉกรรจ์ขับรถยนต์ฮอนด้า ซิตี้ สีขาว ทะเบียน กค 1024 ยะลา ซึ่งเป็นคันก่อเหตุมาจอดทิ้งไว้ในลักษณะมีพิรุธ จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ แต่ไม่พบความผิดปกติ และเมื่อเวลาผ่านไปได้เพียง 20 นาที มีชายวัยรุ่น 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์นั่งซ้อนท้ายผ่านมา ชั่วพริบตาเดียวรถเก๋งต้องสงสัยก็เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วเมืองสุไหงโก-ลก ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและร้านค้าเสียหายย่อยยับอีกหลายร้านดังกล่าว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.สุรชัย สืบสุข ผบก.ภ.จว.นราธิวาส สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งไว้ตามเสาไฟฟ้าละแวกจุดเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวของกลุ่มคนร้าย เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 2-3 คน ที่ทำหน้าที่จองที่จอดรถคันที่บรรทุกระเบิดคาร์บอมบ์ และชุดที่ทำหน้าที่มารับคนขับรถคาร์บอมบ์มาจอด คาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นชุดเดียวกับที่วางระเบิดคาร์บอมบ์หน้า สภ.สุไหงโก-ลก เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2551 ทำให้นายชาลี บุญสวัสดิ์ ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เสียชีวิต
นายธนน เวชกรกานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเชื่อว่าคนร้ายวางแผนล่วงหน้ามาเป็นอย่างดี ทั้งการกำหนดเป้าหมายที่สามารถหวังผลได้ทั้งในเรื่องการนำเสนอข่าวความรุนแรงและความสูญเสียที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งในหลายพื้นที่อยู่ระหว่างการจัดกิจกรรมชักพระในช่วงวันออกพรรษา โดยเฉพาะรูปแบบที่คนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามอาก้ายิงถล่มใส่ร้านอาหาร แล้วขว้างระเบิดซ้ำก็เพื่อต้องการสร้างสถานการณ์ความวุ่นวาย โดยเริ่มจากพุ่งเป้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ขณะกำลังรับประทานอาหารในช่วงพักเที่ยง ในย่านอาหารอร่อยที่ขึ้นชื่อของ อ.สุไหงโก-ลก ขณะเดียวกันในช่วงที่หลบหนียังจุดชนวนระเบิดที่ซุกซ่อนในรถยนต์ หรือคาร์บอมบ์ ที่นำมาจอดไว้ใกล้สี่แยกบริเวณโรงแรมเมอลินเพื่อสกัดกั้นการติดตามจากเจ้าหน้าที่ซ้ำอีกครั้ง
ส่วนความคืบหน้าเหตุระเบิดใกล้สถานที่จัดงานประเพณีชักพระ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ทำให้ชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 17 คน ล่าสุด พล.ต.ท.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้ว เนื่องจากมีพยานบุคคลหลายคนที่เห็นตัวผู้ก่อเหตุ โดยคนร้ายเป็นเครือข่ายของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบกลุ่มเดิมๆ ที่ยังดำรงเป้าหมายก่อเหตุความไม่สงบให้มากที่สุด โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่รับผิดชอบในเขตปัตตานี มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายในพื้นที่ จ.ยะลา ด้วย ซึ่งอยู่ในระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเมื่อออกหมายจับต่อไป
ขว้างระเบิดใส่ป้อมหน้าอำเภอยะหริ่งตร.-อส.เจ็บ7
เมื่อเวลา 20.45 น. พ.ต.ท.โกวิทย์ รัตนโชติ รอง ผกก.สภ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดมีเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บหลายนาย ที่ป้อมยามหน้าทางเข้า สภ.ยะหริ่งชั่วคราว และ ที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง เขตเทศบาลตำบลยะหริ่ง ต.ยามู หลังรับแจ้งจึงรีบรายงานให้ผู้บังคับบัญชา พร้อม นายธีรเทพ ศรียะพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี, นายประมุข ลมุน รองผู้ว่าปัตตานี นายไกรศร วิศิษฎ์วงศ์ นายอำเภอยะหริ่ง นำกำลังตำรวจ ทหาร และ อส. พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด และกองวิทยาการปัตตานี ไปที่เกิดเหตุทันที
เมื่อไปถึงพบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.ยะหริ่ง ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ ดต.สุรุน อับดุลบุตร อายุ 52 ปี ผบ.หมู่ ป. สภ.ยะหริ่ง อส. มะนาวาวี นิพนธ์วิทย์ อายุ 43 ปี อส. มูฮำหมัดสอบรี ดอเลาะ อายุ 32 ปี อส.กูมะ โต๊ะปิ อายุ 24 ปี อส.สุไลมาน เจ๊ะ และ อายุ 30 ปี อส.ฮาเส็น มะแซ อายุ 31 ปี และ อส. อาดินันท์ โด อายุ 34 ปี ทั้ง 6 คนเป็น อส.อำเภอยะหริ่ง โดยทั้ง 7 นายถูก สะเก็ดระเบิดเข้าตามลำตัว ศรีษะ และขา แพทย์ได้ให้การช่วยเหลือปลอดภัยแล้ว มีเพียง อส.กูมะ โต๊ะปิ อาการสาหัสนำตัวส่งโรงพยาบาลปัตตานี
จากการตรวจสอบพบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ด้านหลังป้อมยาม ภายในบริเวณที่ว่าการอำเภอยะหริ่ง เจ้าหน้าที่พบชิ้นส่วนระเบิดและสะเก็ดกระจายไปทั่วบริเวณ โดยแรงระเบิดทำให้รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน กค 4565 ปัตตานี และรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 2 คันของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับความเสียหาย
จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่กำลัง อส.และตำรวจ กำลังปฏิบัติหน้าที่เฝ้าเวรยาม และดูแลความเรียบร้อยสถานที่ราชการ และอีกส่วนหนึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้หลังป้อม รวมประมาณ 10 คน ปรากฏว่ามีคนร้าย 2 คนขี่รถ จยย.มาจอด และทำทีว่ากด ATM จากนั้นได้ขว้างระเบิดประกอบเอง ชนิดแสวงเครื่องบรรจุในท่อพีวีซี น้ำหนัก ประมาณ 5 กิโลกรัม ข้ามรั้วเหล็กและตกลงบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้หินอ่อน ทำให้เกิดระเบิดขึ้นจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว จากนั้นคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังปิดล้อมบริเวณที่เกิดเหตุทันทีในรัศมี 500 เมตรพร้อมไล่ล่าคนร้าย เจ้าหน้าที่เชื่อเป็นฝีมือแนวร่วมในพื้นที่มีการวางแผนไว้ก่อนหน้านี้ เมื่อสบโอกาสจึงก่อเหตุเพื่อสร้างสถานการณ์



