ข่าว

ป.ป.ท.พบตายแล้วยังมีชื่อรับเงิน-จัดฉากถ่ายภาพรับ 2 พัน

ป.ป.ท.พบตายแล้วยังมีชื่อรับเงิน-จัดฉากถ่ายภาพรับ 2 พัน

28 ก.พ. 2561

ทุจริตเงินคนไร้บ้านลามถึงอุดรฯ เลขาฯ ป.ป.ท. สอบพบชาวบ้านตายแล้วยังมีชื่อรับเงิน จัดฉากถ่ายรูปรับ 2,000 บาท

 

               28 ก.พ. 61  เมื่อเวลา 16.00 น.  พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รักษาการเลขาธิการ ป.ป.ท. นายทองสุข ณ พล นักสืบสวนสอบสวนชำนาญการพิเศษ สนง.ป.ป.ท.เขต 4 ขอนแก่น และกลุ่มงานป้องกัน ป.ป.ท.4 ขอนแก่น เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง การใช้งบประมาณโครงการ “เงินช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและไร้ที่พึ่ง” ที่บ้านตูมเหนือ ม.4 ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี หลังจากตรวจสอบเบื้องต้นว่าหมู่บ้านตูมเหนือ มีผู้ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ 30 ครอบครัวๆ ละ 2,000 บาท

               โดยเดินทางไปที่บ้านเลขที่ 132 ม.4 บ.ตูมเหนือ พบกับ นางดวงจันทน์ ชูรัตน์ อายุ 51 ปี เจ้าของบ้าน และเพื่อนบ้านใกล้เคียงรวม 5 ครอบครัว ที่มีรายชื่อได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ และนายปรีดา ปัญญาใส ผญบ.ตูมเหนือ มีการนำสำเนาบัญชีรายชื่อผู้รับเงินฯ , สำเนาเอกสารการสำรวจผู้รับเงิน มาให้แต่ละคนดูก่อนที่ พ.ท.กรทิพย์ และนายทองสุข สอบถามรายละเอียดด้วยตนเอง

               นางดวงจันทน์ ระบุว่า ตามที่มีชื่อ นายมะลิ เพชรแพง บิดาเป็นผู้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ ติดต่อกัน ล่าสุดเมื่อปี 60 ไม่เคยรับรู้มาก่อน อีกทั้งบิดาเสียชีวิตไปเมื่อ 9 ธ.ค. 57 จะมารับเงินปี 60 ได้อย่างไร รวมทั้งที่ระบุว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ความจริงเป็นบ้าน 2 ชั้น มีรถยนต์และเครื่องกลเกษตร ไม่ใช่ครอบครัวยากจน ขณะเพื่อนบ้านอีก 4 ราย ก็ยืนยันไม่เคยรับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ แต่เมื่อ 25 ก.พ. ที่ผ่านมา ทุกคนไปร่วมประชุมกลุ่ม และที่ประชุม (ภรรยา ส.อบต.) จัดให้ถ่ายภาพรับเงิน 2,000 บาท โดยไม่ได้รับเงินจริง

               นายปรีดา กล่าวว่า บัญชีรายชื่อชาวบ้าน ม.4 บ.ตูมเหนือ 30 ครอบครัว ได้รับเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ฯ หลังละ 2,000 บาท ไม่เคยรับรู้เรื่องมาก่อน เข้าใจไปเองว่าเป็นเรื่องของกลุ่มฯ จึงไม่ได้เข้าไปติดตามดู พร้อมยืนยันว่าในฐานะผู้ใหญ่บ้าน ม.4 บ.ตูมเหนือ ไม่เคยรายงานขอรับการช่วยเหลือสงเคราะห์ให้กับครอบครัวผู้มีรายได้น้อย และไร้ที่พึ่ง แม้แต่ครอบครัวเดียว ไม่รู้รายชื่อนี้เป็นข้อมูลจากส่วนไหน

               พ.ท.กรทิพย์ เปิดเผยว่า ตนเดินทางมาพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อประสานงานกับทางตำรวจ ทหาร ให้เข้ามาดูแลพยานทั้ง 2 คน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เข้ามาทำงานในพื้นที่ จ.อุดรธานี จึงเดินทางมาร่วมตรวจสอบ พบว่าพี่น้องประชาชนร่วมกันมาให้ข้อมูล ซึ่งตรวจสอบพบว่ามีบางคนที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังมีชื่อได้รับการสงเคราะห์ บางคนก็เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมีรายชื่อได้รับการสงเคราะห์ เมื่อพบว่ามีการดำเนินการแบบนี้ เราก็จะต้องทำการตรวจสอบอย่างละเอียดต่อไป ต้องขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ตื่นตัว ให้ความร่วมมือให้ข้อมูลที่เป็นจริง

               ข้อมูลของชาวบ้านบอกเพิ่งมีการประชุมชาวบ้าน และจัดฉากให้ชาวบ้านถือเงิน 2,000 บาท ถ่ายภาพไว้ สำหรับใช้อ้างว่าชาวบ้านได้รับเงินสงเคราะห์จริง พ.ท.กรทิพย์ ตอบว่า เรื่องเกิดขึ้นแบบนี้ไม่เป็นไร เพราะความจริงก็คือความจริง ชาวบ้านได้รับเงินวันไหน ถ้าเขาได้รับเงินวันนี้ก็ยิ่งดี ชาวบ้านเขาจะได้ได้รับเงินจริงๆ แต่ว่าได้รับวันไหนนั้น คือ สิ่งที่เราจะต้องค้นหาต่อไปว่า การได้เงินมาแล้วทำไมถึงเอามาจ่ายวันนี้ วันอื่นทำไมไม่มาจ่าย ยิ่ง ป.ป.ท.ลงมา แล้วพี่น้องประชาชนได้เงินเป็นสิ่งที่ดี เขามีคุณสมบัติที่ได้ เขาก็ต้องได้ ส่วนการเดินหน้าเอาผิด เราก็ต้องดำเนินการต่อ ไม่ใช่ว่าพอมาจ่ายเงินแล้ว เราจะไม่ดำเนินการ เราทำแน่ตามพยานหลักฐาน ซึ่งของ จ.อุดรธานี ตอนนี้เราลงพื้นที่ในหลายอำเภออยู่

               “การตรวจสอบชาวบ้านนั้น คงจะไม่ถึงกับตรวจสอบ 100 เปอร์เซ็นต์ เราจะสอบชาวบ้านจำนวนหนึ่ง พอให้ทราบถึงวิธีการ เพื่อที่จะได้ว่ามีพฤติการณ์ พยาน หลักฐานให้เพียงพอ พอที่จะสามารถดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงได้ ตอนนี้เรายังไม่ได้ไปปรักปรำใครว่า คนไหนที่ทุจริต เพียงแต่เรานำเสนอคณะกรรมการพิจารณาว่า เรามาตรวจสอบพบพฤติการณ์ พยานหลักฐาน คณะกรรมการเห็นควรจะไต่สวนข้อเท็จจริงหรือไม่ ถ้าควรก็สั่งไต่สวน เมื่อเริ่มไต่สวนคนที่เกี่ยวข้องก็สามารถนำพยานหลักฐานมาชี้แจงว่า เขาบริสุทธิ์อย่างไร เช่น เขาจ่ายเงินไปแล้ว แต่ชาวบ้านอาจจะจำผิด นั่นก็คือข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น ทั้งหมดนี้เป็นไปตามขบวนการ เช่น หมู่บ้านนี้ตนลงมาตรวจมีผู้มีชื่อรับเงิน 30 คน แต่เรียกมาสอบไป 5 คน พบว่า ไม่มีใครรู้เรื่องเงินตัวนี้เลย อีกทั้งยังมีว่ามีผู้ที่ตายไปนานแล้ว แต่ยังมีชื่อรับเงินอยู่”