
"มาฆบูชา วันเมตตาสากลโลก"
"มจร."ร่วมกับสำนักงานศาลยุติธรรมและสถาบันพระปกเกล้าการสัมมนาวิชาการ "มาฆบูชา : วันเมตตาสากลโลก" หวังนำหลักธรรมในพระพุทธศาสนาเป็นฐานในการพัฒนาสันติภาพโลก
28 ก.พ. 61 ที่ห้องประชุมโซน C อาคารเรียนรวมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา พระพรหมบัณฑิต,ศ.ดร. กรรมการมหาเถรสมาคม(มส) อธิการบดีมจร.เป็นประธานเปิดการสัมมนาวิชาการ "มาฆบูชา : วันเมตตาสากลโลก" ซึ่งจัดโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สำนักงานศาลยุติธรรม และสถาบันพระปกเกล้า หลังจากนั้นได้ปาฐกถาพิเศษและตามด้วยนายวิรัช ชินวินิจกุล องคมนตรี ปาฐกถาพิเศษเรื่อง "คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพโลก"
หลังจากนั้นเป็นการอภิปรายร่วมเรื่อง "คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพโลก" ซึ่งมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิประกอบด้วยนายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ที่จะนำเสนอประเด็นเรื่อง"คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพด้านยุติธรรมทางสังคม" และ ศ.วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ที่จะนำเสนอประเด็นเรื่อง"คุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพด้านการเมืองการปกครอง" ดำเนินรายการโดย พระมหาหรรษา ธัมมหาโส ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ (IBSC) และหลักสูตรสันติศึกษา มจร
จากนั้นพระมหาหรรษา แถลงข่าว เปิดตัวมูลนิธิพระพุทธศาสนาเพื่อสันติภาพ ทั้งนี้เพื่อทำหน้าที่ส่งเสริมและสนับสนุน ร่วมถึงการเผยแพร่งานด้านสันติภาพ ทั้งการให้รางวัลแก่นักสันติภาพทั่วโลก การสร้างเครือข่าย การสนับสนุนทุนการศึกษา การสนับสนุนการวิจัย และการพัฒนาหมู่บ้านสันติสุขในชุมชนทั้งในและต่างประเทศด้วย เพื่อให้สอดรับกับพุทธประสงค์ที่ได้ทรงวางรากฐานงานด้านสันติภาพเอาไว้ตราบจนมาถึงปัจจุบัน
การที่มจร.ร่วมกับ สำนักงานศาลยุติธรรมและสถาบันพระปกเกล้าจัดสัมมนาวิชาการ "มาฆบูชา : วันเมตตาสากลโลก"ในครั้งนี้โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประกาศคุณูปการพระพุทธศาสนาต่อการพัฒนาสันติภาพโลก นำเสนอหลักการ แนวทางปฏิบัติแห่งสันติภาพในทางพระพุทธศาสนา ยกย่องเชิดชูนักสันติภาพผู้ทำงานเสียสละเพื่อสังคม พร้อมทั้งเป็นวัดนัดพบปะประสานพูดคุยกันของบุคคลที่ทำงานเกี่ยวกับความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพ เพื่อร่วมกันทำงานเป็นเครือข่ายองค์กรที่มั่นคงและประสานความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
สืบเนื่องจากขณะเดียวนี้หลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา มจร. ได้เปิดสอนนิสิตระดับปริญญาโท จำนวน 5 รุ่น มาตั้งแต่ปีการศึกษา 2556 และปริญญาเอก จำนวน 2 รุ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2559 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย สถาบันพระปกเกล้า และสำนักงานศาลยุติธรรม พร้อมกันนี้วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยก็ได้เปิดสอนหลักสูตรสันติศึกษา และหลักสูตรพระพุทธศาสนาภาคภาษาอังกฤษ ทั้งในระดับปริญาโทและปริญญาเอก
การศึกษาในระดับปริญญาโทและเอกมีความแตกต่างจากการศึกษาในระดับปริญญาตรี ทั้งทางด้านระบบการศึกษา ระเบียบข้อบังคับและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ การจัดปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานจะช่วยทำให้นิสิตเกิดความพร้อมในการศึกษาเกิดการพัฒนาทั้งในด้านกายและจิตใจมีความเข้าใจในแนวทางการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน การครองตน ครองชีวิต มีทัศนคติที่ดี เป็นการเรียนรู้จากภายในสู่ภายนอกทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการสร้างและเข้าถึงสันติภาพได้อย่างแท้จริง
จากเหตุผลดังกล่าว หลักสูตรสาขาวิชาสันติศึกษา ร่วมกับ วิทยาลัยพุทธศาสตร์นานาชาติหลักสูตร สาขาวิชาพระพุทธศาสนา(ภาคพิเศษ) บัณฑิตวิทยาลัย สถาบันวิปัสสนาธุระและส่วนธรรมนิเทศมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จึงได้จัดโครงการปฏิบัติธรรมและงานสัมมนาวิชาการประจำเดือนกุมภาพันธ์ ดังนี้ 1. โครงการปฏิบัติธรรมในชื่อโครงการ "มาฆบูชา: วันภาวนาเพื่อสันติภาพโลก" ในวันที่ 26, 27, 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม พ.ศ. 2561 ณ อาคารวิปัสสนาธุระ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อาจ อาสภมหาเถระ) และโครงการสัมมนาวิชาการ "มาฆบูชา: วันเมตตาสากลโลก" ในวันที่ 28 ก.พ.2561 ดังกล่าว
สำหรับโครงการ "มาฆบูชา: วันภาวนาเพื่อสันติภาพโลก"นั้น ได้มีมีพิธีเปิดเมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมามีคุณหญิงสมปอง วรรณิสสร ในฐานะผู้มีแรงพลังอันเต็มเปี่ยมบริจาคที่ดิน 84 ไร่ เพื่อจัดสร้างมหาจุฬาฯ วังน้อย เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเป็นการฝึกปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน พัฒนาฝึกฝนอบรมในมิติของกระบวนการการสร้างสันติภาพจากภายในสู่ภายนอก
พร้อมทั้งยังมีการแนะนำแนวทางการดำเนินชีวิต การปฏิบัติตนที่ถูกต้องเหมาะสมสอดคล้องกับคุณลักษณะของนักสันติภาพวิถีพุทธและสอดคล้องกับหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาโครงการปฏิบัติธรรมนี้มุ่งหวังให้นิสิตและบุคคลทั่วไปได้รับข้อมูลพื้นฐานการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน มีโอกาสได้ฝึกฝนพัฒนาหล่อหลอมทัศนคติเกี่ยวกับสันติภาพที่จะก่อให้เกิดทักษะการครองตนและนำพาไปสู่แนวทางการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข



