
มอบกฤษฎีกายกร่างกม.ชุมนุมสาธารณะ
ครม.เห็นชอบหลักการร่างกม.การชุมนุมสาธารณะมอบคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่าง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ต.ค.นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบในหลักการร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอ ทั้งนี้เป็นการเสนอมาตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วเนื่องจากต้องการจัดระเบียบการชุมนุมให้เป็นไปตามหลักสากลแต่ไม่กระทบกระเทือนกับหลักสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 จึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกายกร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว โดยยึดหลักไม่ให้กระทบกับสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ และมีการจัดระบบการควบคุมพื้นที่ในการชุมนุมรวมทั้งการกำหนดบทลงโทษให้สอดคล้องกับสถานการณ์การชุมนุม ทั้งนี้เมื่อร่างเสร็จแล้วให้เสนอกลับมาให้ครม.พิจารณาอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งให้สภา
นายศุภชัย ใจสุมทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมครม.ให้ความเห็นชอบหลักการร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสนอซึ่งมีเนื้อหาสาระ 12 มาตราและที่ประชุมครม.เห็นว่าการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ยังมีรายละเอียดไม่ครอบคลุม เพียงรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ข้อสังเกตุจำนวนมากจึงมอบหมายให้คณะกรรมการกฤษฎีกาเป็นหน่วย งานหลักในการยกร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว
สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ ประกอบด้วย 1. กำหนดนิยามศัพท์ของคำว่า “ การชุมนุมสาธารณะ ” “ ที่สาธารณะ ” “ ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ ” และ “ เจ้าพนักงาน ” 2. กำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ 3. กำหนดมาตรการเพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในการชุมนุมสาธารณะ โดยกำหนดให้ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะมีหนังสือแจ้งต่อเจ้าพนักงานในท้องที่ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 5 วัน พร้อมรายละเอียดเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ วิธีการ สถานที่ วัน เวลา และระยะเวลาที่จะจัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ จำนวนผู้เข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะโดยประมาณ และชื่อที่อยู่ของผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะ
4. กำหนดเงื่อนไขที่ผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะต้องปฏิบัติเพื่อคุ้มครองไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญและไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เช่น ไม่ชุมนุมใกล้พระบรมมหาราชวังในระยะ 500 เมตร ไม่ชุมนุมใกล้โรงพยาบาล หรือโรงเรียนขณะเปิดทำการในระยะ 200 เมตร หรือสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ไม่ปิดล้อมสถานที่ราชการหรือสถานที่ทำการของส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ ไม่นำ ยินยอม หรือปล่อยปละละเลยให้มีการนำอาวุธเข้าไปในที่ชุมนุมสาธารณะ เป็นต้น 5. ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมและออกไปจากสถานที่ชุมนุมโดยเร็ว ในกรณีที่การชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนกฎหมาย หรือน่าจะมีการกระทำอันเกิดความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินของผู้ชุมนุม บุคคลอื่น หรือของรัฐ
6. หากผู้ชุมนุมฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้เลิกการชุมนุม ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งใช้กำลังเข้าแก้ไขสถานการณ์การชุมนุมได้เท่าที่จำเป็นแก่สถานการณ์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด 7. เจ้าพนักงานอาจขอกำลังทหารหรืออาสาสมัครเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ได้
8. กำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิด ดังนี้ กรณีผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนมาตรา 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีผู้จัดให้มีการชุมนุมสาธารณะฝ่าฝืนมาตรา 6 หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานตามมาตรา 7 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีผู้เข้าร่วมการชุมนุมสาธารณะมีหรือพกพาอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิด ต้องระวางโทษเพิ่มเป็นสองเท่าของความผิดที่กฎหมายกำหนดไว้



