ข่าว

กทม.ตื่นสำรวจจุดเสี่ยงล้อมรั้วที่ดินรกร้างทั่วกรุง

กทม.ตื่นสำรวจจุดเสี่ยงล้อมรั้วที่ดินรกร้างทั่วกรุง

06 ต.ค. 2552

กทม.ตื่นสำรวจจุดเสี่ยงทั่วกรุงเตรียมขอความร่วมมือเจ้าของล้อมรั้วที่ดินรกร้าง

 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์  บริพัตร  ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะผู้บริหาร กทม. วันนี้( 6 ต.ค.) ว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานการสำรวจบริเวณป้ายรถเมล์ที่มีความเสี่ยงในพื้นที่ 50 เขต หลังจากที่เกิดเหตุฆาตกรรมบริเวณป้ายรถเมล์ที่เขตบางกะปิ ซึ่งตนสั่งการให้สำนักงานเขตทั้ง 50 แห่ง สำรวจพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะป้ายรถเมล์ที่มีสภาพรกร้างไม่ปลอดภัยหากพบให้ดำเนินการแก้ไข

 ทั้งนี้พบว่ามีป้ายรถเมล์ที่ไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น 145 จุด ในพื้นที่ 40 เขต ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เขตชั้นนอก โดยขณะนี้เขตได้ดำเนินการแก้ไขถางพงหญ้าและวัชพืชให้โล่งเตียนแล้ว ส่วนอีก 10 เขตนั้นอยู่ในเขตพื้นที่ชั้นในซึ่งไม่มีพื้นที่จุดเสี่ยง อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้แต่ละเขตสำรวจอาคารและตึกร้างที่ไม่ปลอดภัยด้วย ซึ่งการแก้ไขจะเร่งติดตั้งกล้องวงจรปิด( CCTV) และไฟส่องสว่างในพื้นที่เปลี่ยว

 โดยภายในปีนี้กทม.จะดำเนินการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้ได้ 3,000 กล้อง และไฟส่องสว่าง 5,000 จุด เพื่อให้เป็นไปตามแผนการดำเนินการภายใน 4 ปี ที่จะติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม 20,000 กล้อง และไฟส่องสว่าง 50,000 จุด

 ในส่วนของพื้นที่รกร้างซึ่งมีผู้ครอบครองนั้นกทม.จะประสานขอความร่วมมือกับเจ้าของที่ดินให้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเองก่อน หรือให้ดำเนินการล้อมรั้วหากไม่ดำเนินการกทม.จะเข้าไปปรับและติดตั้งและจะเรียกค่าใช้จ่ายจากเจ้าของที่ดิน

 อย่างไรก็ตาม ตามกฎหมายที่ดินมาตรา 6 หากเจ้าของที่ดินปล่อยที่ดินทิ้งร้างไว้เกิน 10 ปี กทม.สามารถฟ้องร้องต่อศาลเพื่อยึดเป็นของรัฐต่อไป แต่ในเบื้องต้นมาตรการดังกล่าว กทม.จะดำเนินการเป็นมาตรการสุดท้าย และในอนาคตหากกฎหมายภาษีที่ดินมีผลบังคับใช้ก็นำมาใช้อย่างเข้มงวดต่อไป

 นอกจากนี้กทม.จะดำเนินการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์คนเมือง ประกอบด้วย มอเตอร์ไซด์รับจ้าง ผู้ขับแท็กซี่ พนักงานรักษาความปลอดภัย ให้ร่วมเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงการรับข่าว กระจายข่าวระหว่างกทม.และกองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)และเป็นหูเป็นตาในการแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายให้หน่วยงานภาครัฐทราบ ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการยกร่างแผนงานอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้ที่เข้าร่วมเครือข่ายมากถึง 150,000-200,000 คน แต่ในขั้นแรกจะจำกัดสมาชิกในหลักหมื่นก่อน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดจากนั้นจะเพิ่มจำนวนต่อไป