
'ครูปรีชา'ไม่หวั่นหากถูกออกหมายจับ!
ครูปรีชา พร้อมเข้าพบกองปราบ เผยเรื่องเงินกู้ เป็นเพียงกระแส ส่วนคำท้านายอัจฉริยะ นั้น ไม่เคยดูข่าว
เช้าวันนี้ (27 ก.พ.61) ที่หน้าบ้านพักของนายปรีชา ใคร่ครวญ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนก่อนเดินทางไปสอนหนังสือที่โรงเรียน ซึ่งผู้สื่อข่าวถามว่ากลัวไหมหากมีการออกหมายจับ ครูปรีชาตอบว่า เราบอกเรายึดมั่นในความจริง เหตุเกิดจริง เพราะฉะนั้นในเรื่องจริงเราต้องไม่กลัว เรื่องจริงคือเราทำลอตเตอรี่หาย เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นเราจะไม่กลัว
ถามว่าตื่นเต้นหรือไม่เพราะใกล้วันเข้ามาทุกขณะ ครูปรีชาตอบว่า ตื่นเต้นที่มีนักข่าวมารุมล้อมเยอะแยะทุกวันเลย และไม่ได้ตื่นเต้นกับคดี เพราะเรื่องของคดีความ เมื่อเราเป็นเรื่องจริง ผมจึงเชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นเรื่องจริง เราต้องไม่หวั่นไหวและไม่กลัวอะไรเลย และพร้อมจะเผชิญกับเรื่องจริง
ถามว่าถ้าวันนี้มีหมายจับมาถึงและมีการเชิญตัวคุณครูไปที่กองปราบครูจะทำอย่างไร ครูปรีชาตอบว่าก็ยินดีที่จะไป ไปรายงานตัวตามสิ่งที่มีมา แต่ว่าตอนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้แถลงเลย แต่หนังสือพิมพ์บางฉบับลงไปแล้วว่าจับครูปรีชาอย่างโน้นอย่างนี้ คือตำรวจเขายังไม่ได้แถลงแต่นักข่าวรู้หมดเลย หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับแล้ว ก็อย่างที่เคยบอกว่าหนังสือพิมพ์ก็จะไปโน้มน้าวประชาชน ขอให้รอการแถลงข่าวของสำนักงานตำรวจแห่งชาติก่อน
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า กังวลไหมว่าถ้าหากวันนี้มีหมายจับมา ครูปรีชาตอบก็ไม่ได้กังวลอะไร เพราะทุกอย่างนั้นเป็นไปตามขั้นตอนพิสูจน์พยานและหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเราก็เข้าสู่กระบวนการของศาลต่อไป
ถามอีกว่า ทางบ้านได้มีการเตรียมตัวอะไรเอาไว้หรือไม่ถ้ามีการเชิญตัวครูไปที่กรุงเทพฯ ครูปรีชาตอบว่า ทางบ้านไม่ต้องเตรียมตัวอะไร เมื่อเชิญตัวเราไปผมก็ไป ไปกับทนายความ ถามต่อว่า ครูได้คุยกับเจ้บ้าบิ่นหรือยัง เพราะจากการอ่านข่าวพบว่าเจ้บ้าบิ่นโดนออกหมายจับด้วย ครูปรีชาตอบว่า คือตอนนี้พวกเรายังไม่ได้เจอกัน และก็ยังยืนยันตามความเป็นจริง
ถามว่าที่ผ่านมาครูได้ไปบนบานที่ไหนเอาไว้หรือไม่ ครูปรีชาตอบว่า ของจริงไม่จำเป็นต้องไปบน ถามว่าเมื่อวานนี้ทราบว่าครูได้เข้าไปปรึกษากับทนายความจริงหรือไม่ ตอบว่าไม่จริง เพราะหลังจากแยกจากนักข่าวแล้วก็กลับบ้านเลย
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีการฟ้องคดีแพ่งเห็นว่าทางทนายบอกว่าครูยังไม่ส่งรายชื่อพยานให้ ครูตอบว่า ทนายของครูมี 2 ท่าน อีกหนึ่งคนเป็นทนายร่วม และจะได้ปรึกษากันอีกครั้งหนึ่ง ถามว่าครบทั้ง 15 ปากหรือไม่ ครูตอบว่าขอปิดเอาไว้ก่อน ถามว่ากังวลหรือไม่ถ้าหากมีหมายจับและมันจะไปกระทบกับคดีอื่น ครูปรีชาตอบว่า ที่จริงแล้วทั้งสองคดีนั้นเป็นเรื่องเดียวกัน คือต้องสืบที่มาของทรัพย์ ว่าทรัพย์นั้นเป็นของใคร ซึ่งทรัพย์ดังกล่าวนั้นก็คือลอตเตอรี่ โดยทั้งสองฝ่ายจะต้องมาพิสูจน์ให้ได้ว่าทรัพย์นั้นเป็นของใคร ขั้นตอนก็มีอยู่เพียงเท่านี้ ดังนั้นแต่ละฝ่ายก็ต้องมาพิสูจน์เพื่อให้ศาลได้มั่นใจ
ถามว่า ถ้าหากทางตำรวจแถลงฟันธงออกมาว่าลอตเตอรี่นั้นเป็นของฝ่ายหมวดจรูญ ครูจะยังคงมีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่อยู่หรือไม่ ตอบว่าคือครูเคยยืนยันไปแล้วว่า ผมเชื่อมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และคิดว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นไปด้วยความยุติธรรม ให้ความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย
ถามว่าในส่วนของนายอัจฉริยะ ที่ออกมาให้ข่าวว่าหากลอตเตอรี่เป็นของครูจริงเขาจะยอมออกมาขอขมา และยอมปิดชมรม และภายหลังจากที่มีการตัดสินคดีแล้วเสร็จครูปรีชา จะมีการดำเนินคดีกับนายอัจฉริยะ หรือไม่อย่างไร ครูปรีชาตอบว่า คือเรื่องของนายอัจฉริยะเนี่ย ครูเองไม่เคยไปดูข้อมูลอะไรของเขาเลย เพราะอย่างที่เคยบอกว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ตรัสเอาไว้ว่า คนเราให้มองตนเอง อย่าไปมองคนอื่น มองคนอื่นแล้วจะเกิดความทุกข์ ขอให้มองตัวเอง เมื่อเรามีเรื่องคดีความ ลอตเตอรี่หล่นหาย เราก็มองมาที่ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเรื่องของการเข้าสู่กระบวนการศาล เราต้องเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้เรียบร้อย ไม่ว่าจะเป็นวัตถุพยานหลักฐานต้องเตรียมให้พร้อม และวัตถุพยานของผม ไม่ต้องไปพิสูจน์เพราะเป็นเรื่องของศาล
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางหมวดจรูญ จะมีการแถลงเปิดใจ หลังจากที่ ผบ.ตร.แถลง แล้วทางครูปรีชาจะมีการแถลงเปิดใจด้วยหรือไม่ ครูปรีชาตอบว่า ตอนนี้ครูยังไม่ได้คุยกับทางทนายเลย เพราะว่าพวกเราก็จะมีการปรึกษากันบ้าง แต่ของเราคือเรื่องจริงของจริง ดังนั้นจึงพร้อมที่จะเดินหน้าต่อ
ถามต่อว่าถ้าครูปรีชา ย้อนเวลากลับไปได้จะทำอย่างไร ครูปรีชาตอบว่า ดีใจครับถ้าย้อนเวลากลับไปได้จะดีใจและภูมิใจมากๆ ที่เราเป็นส่วนหนึ่งในการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล มีส่วนช่วยในการบำรุงประเทศ แล้วก็ไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจนมีข่าวว่าครูชอบเล่นการพนัน อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าการซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นการช่วยชาติแล้วก็การที่เราถูกรางวัล เงินที่ได้มาส่วนใหญ่ก็จะเอาไปให้คนไม่มีจะกิน นั่นก็คือคนยากคนจน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า จากกระแสข่าวที่ว่าครูปรีชาได้มีการปล่อยเงินกู้ด้วยข่าวนี้จริงเท็จแค่ไหน ครูตอบว่า คือจริงๆ แล้วข่าวเรื่องนี้มีการลือกันไปมา ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้ดูข่าวทีวีช่องหนึ่งว่า เจ้เกียวปล่อยเงินกู้ ครูปรีชาก็ปล่อยเงินกู บอกตามตรง ครูไม่มีรายได้พอที่จะนำไปปล่อยเงินกู้ได้หรอก รายได้แต่ละเดือนมีพอใช้ภายในครอบครัวก็พอแล้ว เพราะฉะนั้นคนที่ปล่อยข่าวก็เพื่อต้องการให้เป็นกระแสรายวันเท่านั้น
ถามอีกว่า หากวันพรุ่งนี้ทางกองปราบแถลงชี้ว่าลอตเตอรี่เป้นของหมวดจรูญ ตรงนี้ครูได้เตรียมอะไรไว้บ้างหรือไม่ ครูปรีชา ตอบว่าคือกองปราบท่านก็ได้ดูจากพยานและหลักฐาน โดยเฉพาะผมเนี่ยเป็นผู้เสียหาย กล่าวอ้างเมื่อเป็นผู้เสียหานก็ต้องมาพิสูจน์สิทธิ์ว่าทรัพย์นั้นเป็นของเราจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นก็ขอให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานและคาดว่าภายในพรุ่งนี้คงจะเรียบร้อย และในวันพรุ่งนี้ขอให้สื่อมวลชนไปพบกับครูที่หน้าโรงเรียน
เมื่อถามว่าถ้าครูโกหก ครูเตรียมตัวรับกระแสได้ไหม ครูปรีชา ตอบว่า การโกหกไม่ได้มาจากจุดเริ่มต้นตรงนี้ พยานทั้ง 2 คน ก็ไม่มีใครโกหกเช่นกัน ทุกคนพูดเรื่องจริงหมดนะครับ แต่ศาลจะพิสูจน์ได้ว่าใครโกหกกันแน่ ตนไม่ได้กังวลถึงคำสาบานที่มีความรุนแรงเลย ทุกคนก็มีสิทธิของตัวเอง แต่ล่ะคนก็จะมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของแต่ล่ะคนอยู่แล้ว และตนไม่เคยไปกล่าวหาใครว่าเป็นกระบวนการเลย เป็นเพราะสื่อนะ ตนไม่เคยว่าใคร ไม่เคยทำร้ายใคร ตนไม่เคยฝากคนที่สิบ ที่ร้อยไปทำร้ายใคร และสื่อจะมารู้ได้ไงว่าตนไม่ได้นำหลักฐานหมัดเด็ดไปยื่นให้กับพนักงานสอบสวน มันเป็นความลับของระบบราชการ



