
สัตวแพทย์เดินหน้าโครงการผสมเทียมช้างแช่แข็ง
สัตวแพทย์เดินหน้าโครงการผสมเทียมช้างแช่แข็ง หลังเกือบประสบผลสำเร็จเป็นครั้งที่สอง แต่ช้างเสียชีวิตก่อน แต่ยังเดินหน้าต่อไป เพื่อความสำเร็จในอนาคต
นายสัตวแพทย์ ดร.นิกร ทองทิพย์ อาจารย์ประจำคณะสัตวแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ในฐานะหัวหน้าโครงการวิจัยเพื่อการผสมเทียมช้าง เปิดเผยว่า หลังจากประสบความสำเร็จการผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อช้างสดได้เป็นเชือกแรกในประเทศไทยและในทวีปเอเชีย ซึ่งช้างเชือกนี้ คือ ช้างพลายเพศผู้ ชื่อปฐมสมภพ ที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นความร่วมมือจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และทีมคณะสัตวแพทย์ โรงพยาบาลช้างของศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยจังหวัดลำปาง องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ไปแล้ว
ส่วนความก้าวหน้าของโครงการ ทางคณะสัตวแพทย์ ยังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและหวังที่จะผสมเทียมด้วยน้ำเชื้อแช่แข็งให้สำเร็จอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีประเทศใดทำได้ หากประเทศไทยทำได้ก็จะสามารถเก็บน้ำเชื้อแช่แข็งของช้างสายพันธุ์ดีไว้ได้นานถึง 10 ปี และสามารถนำมาผสมเทียมได้อยู่ตลอดเวลา ซึ่งที่ผ่านมาโครงการเกือบจะสำเร็จ ด้วยการนำน้ำเชื้อแช่แข็งที่เก็บไว้มาอุ่นละลาย แล้วผสมเทียมกับแม่ช้างที่มีความพร้อม โดยต่างจากน้ำเชื้อสดที่เก็บได้นาน 3 วัน แต่ลูกช้างที่ตกลูกออกมาได้เสียชีวิตก่อน
อย่างไรก็ตาม ทางคณะสัตวแพทย์ ได้ออกหาช้างช้างที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อนำมาเป็นพ่อพันธุ์ เพื่อการผสมเทียมช้างและมีการเก็บน้ำเชื้อของช้างไว้ในธนาคารน้ำเชื้อช้าง เพื่อไว้ใช้ในการกระจายพันธุกรรมของการผสมเทียม ซึ่งจะต้องขนย้ายช้างไปผสมพันธุ์กัน และอาจจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ ส่วนการผสมเทียมสามารถที่จะเคลื่อนย้ายไปผสมเทียมกับช้างเพศเมียได้ในหลายพื้นที่ และในพื้นที่ห่างไกล ถึงแม้จะมีความยาก และต้องใช้เวลานานมา แต่ตั้งใจและหวังว่าจะทำให้ได้
ส่วนความแตกต่างในการผสมเทียมช้างทางนั้น นายสัตวแพทย์ ดร.นิกร กล่าวว่า จากน้ำเชื้อสดครั้งเดียวก็สำเร็จเลย แต่จากการใช้น้ำเชื้อแช่แข็งนั้นมีความยากลำบาก ซึ่งจะต้องศึกษาและวิจัย รวมถึงมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ เทคโนโลยี เรื่องการผสมเทียมช้างนั้นเคยประสบผลสำเร็จแล้ว ในประเทศอเมริกาและในยุโรป จากการรีดน้ำเชื้อช้างสดจากเพศผู้ แล้วนำไปฉีดเข้าไปในอวัยวะสืบพันธ์เพศเมียที่อยู่ในระหว่างการเป็นสัด และตกไข่ เพราะว่าในต่างประเทศ ไม่นิยมเลี้ยงช้างเพศผู้
เนื่องจากปัญหาของการตกมันที่มีเป็นประจำทุกปีและช้างจะแสดงอาการก้าวร้าวยากแก่การควบคุมในอเมริกา และยุโรป จึงมีช้างเพศเมียเป็นจำนวนมาก เทคนิคของการผสมเทียม จึงถูกนำมาใช้เนื่องจากสวนสัตว์บางแห่งไม่มีช้างเพศผู้อยู่เลย แต่ปัญหาที่พบอยู่ในยุโรปและอเมริกาก็คือ น้ำเชื้อช้างที่จะนำมาใช้ผสมเทียม เมื่อรีดออกมาแล้วจะมีความสามารถในการปฏิสนธิสูงสุด 24 ชั่วโมง และจะตายในที่สุด
แต่หากรีดน้ำเชื้อออกมาแล้วต้องรีบเดินทางไปผสมกับช้างเพศเมียให้ทันเวลา ทำให้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกพยายามที่จะแช่แข็งน้ำเชื้อให้ได้ แต่ยังไม่มีประเทศใดทำสำเร็จ ซึ่งในสัตว์ชนิดอื่นนั้น สามารถแช่แข็งน้ำเชื้อได้เป็นผลสำเร็จแล้ว และน้ำเชื้อแช่แข็งสามารถมีอายุเก็บไว้ได้นาน โดยเก็บไว้ในถัง ไนโตรเจนเหลว ซึ่งมีอุณหภูมิติดลบ 196 องศาเซลเซียส
ดังนั้น จึงทำให้เกิดโครงการผสมเทียมช้างขึ้นในประเทศไทย โดยให้คณะสัตวแพทย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกับช้างเพศผู้เป็นหลัก และคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาช้างเพศเมียเป็นหลัก และนำความรู้ทั้งสองมารวมกันเพื่อผสมเทียม จากนั้นทางคณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ได้เริ่มเข้ามารีดน้ำเชื้อ และเก็บตัวอย่างน้ำเชื้อ ภายในศูนย์อนุรักษ์ช้างไทยจังหวัดลำปาง เพื่อประเมินคุณภาพน้ำเชื้อทั่ว ๆ ไป ตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา และก็ได้ทำน้ำเชื้อช้างแช่แข็งได้เป็นผลสำเร็จเป็นครั้งแรกของโลกในปี 2545 ก่อนที่จะทำการผสมเทียมช้างจริง



