ข่าว

'ด.ต.ปืนโหด'อ้างบันดาโทสะยิง'ผจก.เดินรถ-นายท่า'

'ด.ต.ปืนโหด'อ้างบันดาโทสะยิง'ผจก.เดินรถ-นายท่า'

23 ก.พ. 2561

ดาบตำรวจปืนโหดยิง ผจก.และนายท่า บริษัทเดินรถดับคาสำนักงาน อ้างโมโหไม่ยอมเซ็นสัญญาให้

 

               จากกรณีเกิดเหตุดาบตำรวจดำรงฤทธิ์ จิตรไทย อายุ 51 ปี ผบ.หมู่งานจราจร สน.ประเวศ ใช้อาวุธปืนขนาด 380 ยิงนายวันชัย อรุณสินธารา นายท่ารถ และ นายสิริศักดิ์ เทียนสุวรรณ บุตรชาย นายสมัคร เทียนสุวรรณ อดีต สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ผู้จัดการ เสียชีวิตในบริษัท เทียนทองขนส่ง จำกัด ก่อนเดินทางเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ โดยไม่มีการเปิดเผยปมสังหารโหดในครั้งนี้แต่อย่างใด

               ล่าสุดเมื่อช่วงสายของวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 พ.ต.อ.ปรีชา เอี่ยมนุ้ย ผกก.งานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ และพนักงานสอบสวน ได้นำตัว ด.ต.ดำรงฤทธิ์ ออกมาจากห้องขัง เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนสรุปสำนวนคดีส่งฟ้องศาล โดยมีทนายความร่วมสอบปากคำด้วย โดยที่ ด.ต.ดำรงฤทธิ์ มีแววตาและสีหน้ากังวล แต่ยังพูดคุยกับผู้สื่อข่าวตามปกติ

               ด.ต.ดำรงฤทธิ์ เล่าว่า บริษัท เทียนทองขนส่ง จำกัด ซึ่งมี นายสิริศักดิ์ เทียนสุวรรณ เป็น ผจก. และเป็นเจ้าของสัมปทานรถเมล์เอกชนสาย 1141 วิ่งระหว่าง ปากน้ำ-ราม 2 จนกระทั่งเมื่อปีที่แล้ว บริษัท เทียนทอง มีรถไม่เพียงพอ สำหรับวิ่งรับส่งผู้โดยสารในเส้นทางดังกล่าวจึงได้ชักชวนตน ซึ่งได้เคยร่วมสัมปทาน โดยที่ตนได้นำทีมงานรถสองแถวกว่า 20 คัน ที่ตนมีอยู่เข้ามาร่วมวิ่ง แต่มีข้อตกลงว่า ตนขอทำสัญญาเป็นผู้ทำธุรกิจร่วมกัน ที่ผ่านมาทางผู้ตายบ่ายเบี่ยงที่จะเซ็นสัญญามาโดยตลอดถึง 3 ครั้ง โดยอ้างเหตุผลต่างๆ นานา ที่จะไม่เซ็นสัญญาให้ตนเป็นผู้ร่วมทำธุรกิจ จึงทำให้ตนเป็นเพียงผู้ร่วมวินธรรมดาเท่านั้น

               จนมาถึงวันเกิดเหตุ ได้มีการพูดคุยกันอีกครั้ง ซึ่งตนก็ได้เบิกเงินสดจำนวน 2.5 แสนบาทเตรียมไว้ให้ผู้ตายก่อนเข้าไปเจรจา โดยการเจรจาในวันเกิดเหตุนั้นได้คุยเรื่องสัญญา และเรื่องคนคุมวินรถที่ราม 2 เนื่องจากทีมงานของตนไม่ชอบนายวันชัย ซึ่งเป็นนายท่าของบริษัท ทางทีมงานอยากให้ตนเข้าไปคุมแทนเนื่องจากรู้ใจกันมากกว่าและทีมงานไม่ ต้องการที่จะให้บริษัท เทียนทอง เข้ามาดูแลทั้งหมด แต่ระหว่างการเจรจากันอยู่นานก็ไม่เป็นผล ทางฝ่ายผู้ตายยืนยันว่าจะดูแลสัมปทานเพียงผู้เดียว และไม่ยอมเซ็นสัญญาให้ตนร่วมทำธุรกิจด้วยและมีการถกเถียงกัน และมีคำพูดหลุดออกมาจากปากผู้ตายว่า ป๋าสั่งมาแล้วว่ายังไงก็ต้องได้ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้ตนรับไม่ได้บวกกับการที่ถูกกดดันและถูกเอาเปรียบ คิดว่าถึงจ่ายเงินไปก็ไร้ผล เพราะผู้ตายไม่มีทางเซ็นสัญญาให้แน่นอน ด้วยความบันดาลโทสะตนจึงใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมายิงใส่ผู้ตายทั้งสองจนเสียชีวิต ก่อนที่จะขับรถมาเข้ามอบตัว ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ

               ขณะที่ญาติผู้เสียชีวิตอ้างว่า ด.ต.ณรงค์ฤทธิ์ไม่พร้อมที่จะมาบริหารงาน เช่น ประวิงเวลาชำระค่างวดวินรถ ทั้งๆ ที่เรียกเก็บจากเจ้าของรถมาแล้ว รวมทั้งเรียกเก็บเงินค่าวินรายเดือนเกินอัตราที่ทางบริษัทกำหนดจาก 2,000 เป็น 4,000 บาท และเก็บส่วนต่างไว้เอง

               พ.ต.อ.ปรีชา กล่าวว่า หลังสอบปากคำเพื่อสรุปสำนวนคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จะได้แจ้งข้อหาฆ่าคนอื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข้อหาพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ก่อนส่งฟ้องศาลจังหวัดสมุทรปราการเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

               ล่าสุด พนักงานสอบสวนเร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขออำนาจศาลจังหวัดสมุทรปราการ ฝากขังผู้ต้องหาผัดแรก รวมทั้งคัดค้านการประกันตัว เพราะเห็นว่าเป็นการกระทำที่อุกอาจ สะเทือนขวัญ หลังผู้ต้องหาปฏิเสธการทำแผนประกอบคำรับสารภาพตามสิทธิ์รวมทั้งให้การภาคเสธ