ข่าว

"วิรัช" ซัด สนช. แค่ฝักถั่วให้ผู้มีอำนาจกด

"วิรัช" ซัด สนช. แค่ฝักถั่วให้ผู้มีอำนาจกด

23 ก.พ. 2561

"วิรัช" ซัด สนช. แค่ฝักถั่วให้ผู้มีอำนาจกด ซัด "พรเพชร" หลอกปชช. ไม่กระทบเลือกตั้ง เชื่อสุดท้ายกลายเป็นงูกินหาง


          23 ก.พ. 61 - นายวิรัช ร่มเย็น กรรมการบริหารพรรคและอดีตส.ส.ระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช.ปฏิเสธถึงการคว่ำว่าที่ กกต.ทั้ง 7 คนของ สนช.ว่า ไม่มีใบสั่งจากใคร ว่า สังคมคงไม่เชื่อเพราะทั้งนายพรเพชร และสนช.ต่างมีตำแหน่งมาจากการแต่งตั้งของหัวหน้า คสช. และนี่ไม่ใช่การยื้อเวลาเลือกตั้งครั้งแรก เพราะเคยเกิดขึ้นตอนที่ สปช. โหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญปี 2558 ฉบับคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นระธาน จนนายบวรศักดิ์เองถึงกับยอมรับว่า คสช. ต้องการอยู่ต่อลากยาว เหตุการณ์นี้ก็ทำนองเดียวกัน แม้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯจะบอกว่า ใช้เวลาแค่ 3 เดือนตั้งแต่เริ่มกระบวนการสรรหาใหม่ แต่ในทางปฏิบัติอาจใช้เวลามากกว่านี้ เนื่องจากผู้สมัคร อาจไม่กล้าลงสมัครกกต.ต่อหลังจากนี้ เพราะเกรงว่าอาจโดนคว่ำอีกก็ได้ ลงมาก็เปลืองตัวเปล่า หรือหากวิกฤตสุดคือ อาจไม่มีผู้ลงสมัครเป็น กกต.เลย หรือ ไม่ครบ 7 คนตามกฎหมาย กกต. กำหนด เมื่อจะแข่งขันแต่ไม่มีกรรมการกลางตามกติกา การแข่งขันก็เกิดขึ้นไม่ได้ สนช.ก็เป็นแค่ฝักถั่วแล้วแต่ผู้มีอำนาจจะกดปุ่ม วันนี้ยิ่งอยู่ยิ่งชัด ซึ่งน่าสังเกตว่า ในโลกโซเชียลได้คำนวณพบว่าทุกเดือนที่ยืดเวลาเลือกตั้งออกไป เงินภาษีของประชาชนกว่า 28 ล้านบาทจะถูกจ่ายเป็นเงินเดือนสนช. ยังไม่รวมสิทธิพิเศษอื่นๆ และเบี้ยประชุม

 

          ส่วนกรณีที่นายพรเพชร ระบุว่าการคว่ำ กกต.ครั้งนี้ไม่กระทบโรดแม็ปการเลือกตั้ง ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาตินั้น  นายวิรัช กล่าวว่า เป็นการโกหกประชาชน ชนิดแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปวันๆ เพราะข้อเท็จจริง สนช. ชุดนี้โหวตลงมติเซ็ตซีโร่ กกต.ชุดปัจจุบัน ทำให้มีสถานะเป็นเพียง กกต.รักษาการณ์ ไม่มีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเรื่องสำคัญโดยเฉพาะการจัดเลือกตั้ง เนื่องจากเจตนาของ สนช.ต้องการให้ กกต.ชุดใหม่มาทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งตามกฎหมาย กกต.ใหม่ ไม่เช่นนั้นคงไม่กล้าลุยไฟโหวตเซ็ตซีโร จนเกิดข้อครหามาตรฐานปลาสองน้ำของกรรมการในองค์กรอิสระ ที่สุดจะกลายเป็นปัญหางูกินหาง แล้วอย่างนี้จะไม่กระทบโรดแม็ปเลือกตั้งได้อย่างไร ดังนั้นหากผู้มีอำนาจอยากยื้อจัดการเลือกตั้งก็ควรหาเหตุผลที่ดีชี้แจง ไม่ใช่ใช้เทคนิคทำขัดความรู้สึกสังคมเช่นนี้ นี่จึงเป็นความต่างในการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติที่มาจากการเลือกตั้ง กับคนที่มาจากการแต่งตั้งจากระบบเผด็จการ.