ข่าว

หาพื้นที่รองรับผู้ค้าหลังปิดตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ

หาพื้นที่รองรับผู้ค้าหลังปิดตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ

23 ก.พ. 2561

ตลาดรอบ"บ้านป้าทุบรถ"ซบเซา ปิดแล้ว 2 แห่งที่เหลือยังเปิดตามปกติ “อัศวิน”สั่งหาพื้นที่รองรับผู้ค้า 300 กว่าราย ผอ.เขตประเวศยันดำเนินคดีเจ้าของตลาดผิดก.ม.ทุกราย

     คืบหน้าคดีป้าทุบรถจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้าน ย่านซอยศรีนครินทร์ 55 เขตประเวศ กทม. ใกล้สวนหลวง ร.9 จากปัญหาเดือดร้อนที่มีตลาด 5 แห่งตั้งอยู่รายล้อมรอบบ้านพักและต่อสู้คดีมายาวนาน 10 ปีในเรื่องการเปิดตลาดไม่ถูกต้อง กระทั่งผู้ว่าฯกทม.ลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่าตลาด 3 แห่งไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้อง ส่วนอีก 2 แห่งขออนุญาตสร้างอาคารเชิงพาณิชย์แต่นำมาทำเป็นตลาด จนมีคำสั่งให้ปิดตลาด 3 แห่ง คือ ตลาดรุ่งวาณิชย์ ตลาดร่มเหลือง และตลาดสวนหลวง โดยให้มีผลวันที่ 27 กุมภาพันธ์ และตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตและตลาดยิ่งนรา ที่ขออนุญาตเป็นเชิงพาณิชย์ให้ดำเนินการหาข้อสรุปให้เสร็จภายใน 7 วัน โดยตั้งกรรมการร่วมขึ้นมาหารือแก้ไขปัญหานั้น

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากหมู่บ้านเสรีวิลล่า เขตประเวศ ภายหลังจาก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร(กทม.) สั่งให้ผู้อำนวยการเขตประเวศดำเนินการกับตลาดที่ไม่ได้ขออนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยพบว่าในช่วงเช้ายังคงมีตลาดเปิดตามปกติมีเพียงตลาดรุ่งวาณิชย์และตลาดร่มเหลืองได้ปิดทำการ ส่วนตลาดสวนหลวงที่มีคำสั่งปิดยังเปิดดำเนินการมีประชาชนมาเลือกซื้อสินค้าตามปกติ ทั้งนี้บรรยากาศโดยรวมซบเซามีรถยนต์จอดริมถนนภายในระยะเวลาที่สามารถจอดได้เท่านั้น 

     จากการตรวจสอบโดยรอบพบว่าตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ปิดเรียบร้อยแล้ว ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของ ในส่วนของตลาดรุ่งวาณิชย์มีการนำป้ายชื่อตลาดออกไป ส่วนตลาดร่มเหลืองโดยปกติจะเปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์เท่านั้น

หาพื้นที่รองรับผู้ค้าหลังปิดตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ

     น.ส.ปราชญาภันต์ ล้อประเสริฐ อายุ 44 ปี แม่ค้าน้ำพริกในตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต เปิดเผยว่า โดยปกติแล้วตลาดทั้งหมดจะเปิดในช่วงเช้าของทุกวัน ยกเว้นตลาดร่มเหลืองที่เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมาคนมาเดินตลาดน้อยมากจากเดิมที่ช่วงเช้าวันธรรมดาจะได้ลูกค้าจากคนที่มาออกกำลังกายในสวนหลวงช่วงเช้าและช่วงสาย แต่ช่วงนี้คนน้อยลงไปอีกอาจเป็นเพราะว่าคนเข้าใจว่าตลาดปิดแล้วทั้งหมด อย่างไรก็ตามหากตลาดต้องปิดจริงผู้ค้าอีกหลายร้อยชีวิตต้องได้รับความเดือดร้อนเพราะหลายคนใช้ตลาดแห่งนี้เป็นที่ทำกินที่เดียวที่มีอยู่

     ผูู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าวกลุ่มแม่ค้าในตลาดสงสัยว่าเหตุการณ์ทุบรถเป็นการจัดฉากขึ้น น.ส.ปราชญาภันต์ กล่าวว่า ตอนแรกก็ไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้แต่มีการจับกลุ่มวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในลักษณะนี้จริงโดยจะวิจารณ์ตัวผู้หญิงเจ้าของรถกระบะว่าทำไมถึงตอบคำถามออกมาในลักษณะถึงความไม่รับผิดชอบของตัวเองจนทำให้สังคมตำหนิอย่างรุนแรงแต่ตนก็ไม่อยากวิจารณ์อะไรมากเนื่องจากเกรงว่าจะถูกฟ้องหมิ่นประมาท

     ด้านพ่อค้าในตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตกล่าวว่า แม้มีกระแสข่าวจะปิดตลาดแต่ลูกค้าประจำก็ยังคงมาเหมือนเดิม แต่ไม่มั่นใจว่าวันเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นวันที่ตลาดจะมีความคึกคักจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือได้รับผลกระทบอย่างไร ทั้งนี้มีความมั่นใจว่าตลาดนี้จะดำเนินการได้ถูกต้องตามกฎหมายเพราะการปิดตลาดแห่งนี้ไม่เพียงแต่พ่อค้าแม่ค้าที่ได้รับผลกระทบแต่ส่งผลไปยังผู้คนที่เคยมาออกกำลังกายตอนเช้าด้วย เพราะตลาดแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตประจำวันของคนแถวนี้ซึ่งตลาดไม่ได้เป็นแค่ที่ขายของแต่ยังเป็นสังคมของผู้สูงอายุที่รักสุขภาพในละแวกนี้ซึ่งชอบมานั่งกินกาแฟและพบปะพูดคุยกันหลังออกกำลังกาย ดังนั้นการปิดตลาดมีคนหลายพันคนได้รับผลกระทบแน่นอน

     เช่นเดียวกับ น.ส.อรพรรณ สิริรัตน์ แม่ค้าตาดสวนหลวง กล่าวว่า วันนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากเพราะ่าลูกค้าประจำก็ยังคงมาตามปกติ ซึ่งคาด่าวันเสาร์ และวันอาทิตย์คนจะมาเยอะตามเดิม เพราะว่าคนแถวนี้ก็ติดตามข่าวว่าตลาดไหนปิดบ้างหรือยังเปิดอยู่ แต่ถ้าตลาดแห่งนี้ถูกปิดไปจริงจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน รวมถึงพ่อค้าแม่ค้าจำนวนมากด้วยที่จะต้องแบกภาระเรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆมากมาย นอกจากนี้คนที่ออกกำลังช่วงเช้าก็จะได้รับผลกระทบด้วยเพราะตลาดเปิดมา 20 ปีแล้วตั้งแต่สมัยเป็นเตนท์ยังไม่ค่อยมีอะไรถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีสิตประจำวันของคนแถวนี้

     ขณะที่ผู้ใช้บริการตลาดรายหนึ่ง กล่าวว่า ถ้าหากตลาดปิดตัวจริงๆ แน่นอนว่าคนที่มาออกกำลังกายได้รับผลกระทบแน่นอนถ้าถามใจจริงๆก็อยากให้มีตลาดต่อไปแต่ทว่าถ้าชาวบ้านแถวนี้ได้รับผลกระทบก็ต้องว่าไปตามกฎหมายผิดถูกว่าอย่างไร ส่วนตัวว่าถ้าตลาดมีการจัดระเบียบและไม่ส่งมลพิษต่อคนรอบข้างก็น่าจะเพียงพอต่อการอยู่ร่วมกันแล้ว แต่ขอให้เรื่องนี้เป็นไปตามกฎหมายจะดีที่สุด

หาพื้นที่รองรับผู้ค้าหลังปิดตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ

     วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผ้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่าสำหรับกรณีการตรวจสอบการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของตลาดโดยรอบพื้นที่เขตประเวศ บริเวณนนนศนรีนครินทร์ 55 จุดที่เกิดปัญหาสร้างความเดือดร้อนขึ้นนั้นในส่วนของตลาด 3 แห่งที่ได้ดำเนินการสั่งยุติกิจการไปนั้นก็ได้สั่งการให้สำนักงานเขตประเวศจัดหาพื้นที่รองรับผลกระทบของผู้ค้าในจุดที่เหมาะสมมากที่สุดก็เช่นกันรวมทั้งได้ตั้งคณะกรรมการโดยมีทั้งผู้บริหารกทม. บุคคลจากหน่วยงานภายนอก และสมาชิกสภากทม. เพื่อร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง และวางแนวทางแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมถูกต้องภายใน 7 วันจะได้ผลที่ชัดเจนอย่างแน่นอน

     นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกสำนักงานเขตในพื้นที่กรุงเทพฯสำรวจตลาดในพื้นที่และตั้งคณะกรรมการศึกษาพิจารณาแนวทางการบริหารตลาดต่างๆให้เหมาะสมถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่กระทบสภาพแวดล้อมโดยรอบภายใน 7 วันซึ่งจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนของตลาดในพื้นที่ต่างๆ อย่างไรก็ตามข้อมูลเบื้องต้นในขณะนี้ กทม.มีตลาดกระจายอยู่ในจุดต่างๆรวมกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งเป็นตลาดที่เปิดดำเนินกิจการตลาดถูกต้องตามกฎหมายได้รับใบอนุญาตจากสำนักงานเขตมีเพียงกว่า 50% เท่านั้น ดังนั้นอีกกว่าครึ่งที่ผิดกฎหมายก็ต้องหาแนวทางปรับปรุงแก้ไขตามแนวทางกฎหมายมากที่สุด

     ส่วนกรณีการเปิดตลาดนัดกลางคืนที่มีการขยายกิจการไปในพื้นที่ต่างๆ และส่วนใหญ่เป็นร้านค้าขายอาหาร เครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากนั้น และเป็นส่วนที่ประชาชนร้องเรียนถึงผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ตลาดนัดก็ต้องเร่งการตรวจสอบเช่นกัน โดยทุกตลาดไม่ว่ารูปแบบใดก็ต้องดำเนินการให้อยู่ภายใต้กฎหมายดูแลทางด้านสุขอนามัย ใบอนุญาตการค้าขายจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะต้องถูกต้องตามกฎหมาย

     ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผู้อำนวยการเขตประเวศ กล่าวว่า ได้เชิญเจ้าของตลาดทั้ง 5 แห่ง รวมทั้งร้านสะดวกซื้อตรงข้ามบ้านของน.ส.บุญศรี มาลงนามรับทราบในการแจ้งข้อกล่าวหาในการดำเนินคดีกับทุกราย ส่วนร้านสะดวกซื้ออยู่ระหว่างตรวจสอบว่าทำถูกต้องตามที่ขออนุญาตหรือไม่ สำหรับตลาดนั้นระหว่างนี้เขตยังคงอนุญาตให้ขายสินค้าได้เพื่อให้ผู้ค้าได้เร่งระบายสินค้า และทั้ง 3 ตลาด ได้แก่ ตลาดสวนหลวง ตลาดรุ่งวาณิชย์ และตลาดร่มเหลือง ต้องยุติการขายทันทีภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ส่วนตลาดเปิ้ลมาร์เก็ตและตลาดยิ่งนรา จะต้องขายสินค้าพาณิชย์เท่านั้น จะต้องไม่มีของสดโดยเด็ดขาด ซึ่งเจ้าของตลาดทุกแห่งยินดีให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความถูกต้อง หลังครบ 7 วันแล้วจะต้องไม่ให้เกิดการร้องเรียนและไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญเกิดขึ้นอีก

หาพื้นที่รองรับผู้ค้าหลังปิดตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ

     สำหรับผู้ค้าที่ได้รับผลกระทบประมาณ 300 ราย ยินดีที่จะไปพื้นที่ใหม่เอง อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ต้องรอคำสั่งจากศาลว่าจะให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เพื่อที่อยู่อาศัย หรือให้เป็นไปตามระเบียบของกทม. ซึ่งหากให้เป็นที่อยู่อาศัยจะส่งผลให้ทั้ง 5 ตลาดต้องรื้อถอนออกทั้งหมด

     “ปัญหาการจัดตั้งตลาดที่เกิดขึ้น ยืนยันว่าในสมัยของตนไม่มีการรับสินบน แต่ที่ผ่านมาจะเป็นอย่างไรนั้นขอให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเป็นผู้ตัดสิน เพราะไม่อาจไปก้าวล่วงได้ จากนี้ในยุคที่ดำรงตำแหน่งทุกอย่างจะต้องทำให้ถูกต้องเด็ดขาด การร้องเรียนของป้าครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนให้กับเขต อย่างไรก็ตามไม่กังวลที่มีกระแสโจมตีในโซเชียล เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและหากศาลมีคำตัดสินอย่างไรก็จะทำให้ถูกต้อง”ผู้อำนวยการเขตประเวศกล่าว

     สำหรับการดำเนินคดีกับเจ้าของตลาดทั้ง 5 ราย เขตได้ดำเนินการ ดังนี้ ตลาดสวนหลวง ระบุเป็นของนายสุรกิจ นามวรกานต์ จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2545 ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 แต่ไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งตลาดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข 2535 สำนักงานเขตได้ดำเนินคดีฐานใช้อาคารเพื่อจัดตั้งตลาดไปก่อนได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคารตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ยังไม่ทราบผล เนื่องจาก สน.ประเวศ ได้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องดําเนินคดีฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.สาธารณสุขซึ่งศาลจังหวัดพระโขนงได้มีคําพิพากษาลงโทษจําคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจําคุกรอลงอาญา 1 ปี

     ตลาดเปิ้ลมาร์เกต ระบุว่าเป็นของนายสมชัย ชัยรัตนะกมล จัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2552 ขออนุญาตก่อสร้างเชิงพาณิชย์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แต่ไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งตลาด ตามพ.ร.บ.สาธารณสุข เขตจึงดําเนินคดีฐานใช้อาคารเพื่อจัดตั้งตลาดไปก่อนได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคารโดยปัจจุบันยังไม่ทราบผลคดี ส่วนอาคารได้มีการปิดประกาศห้ามเข้าใช้พร้อมทั้งจัดทําเครื่องหมายกั้นบริเวณอาคารไว้แล้ว ส่วนการดําเนินคดีฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับใบอนุญาตตามพ.ร.บ.สาธารณสุขศาลจังหวัดพระโขนงได้มีคําพิพากษาลงโทษจําคุก 15 วัน ปรับ 5,000 บาท โทษจําคุกรอลงอาญา 2 ปี

     ตลาดยิ่งนรา ระบุว่าเป็นของน.ส.พัชรี เจียรวนนท์ จัดตั้งเมื่อปี 2554 ขออนุญาตก่อสร้างเชิงพาณิชย์ตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร แต่ไม่ได้ขออนุญาตจัดตั้งตลาดตาม พ.ร.บ.สาธารณสุข เขตจึงดําเนินคดีฐานใช้อาคารเพื่อจัดตั้งตลาดไปก่อนได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคารปัจจุบันยังไม่ทราบผลคดี ส่วนอาคารได้มีการปิดประกาศห้ามเข้าใช้พร้อมทั้งจัดทําเครื่องหมายกั้นบริเวณอาคารไว้แล้ว ขณะที่ดําเนินคดีฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับใบอนุญาตปัจจุบันยังไม่ทราบผลคดี

     ส่วนตลาดรุ่งวาณิชย์ ระบุว่าเป็นของนายธเนตร รุจิราวาณิชย์ จัดตั้งปี 2553 ไม่มีการขออนุญาตก่อสร้างตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และการขออนุญาตจัดตั้งตลาดตามพ.ร.บ.สาธารณสุข เขตจึงดําเนินคดีฐานใช้อาคารเพื่อจัดตั้งตลาดไปก่อนได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ปัจจุบันยังไม่ทราบผลคดี ส่วนอาคารได้มีการปิดประกาศห้ามเข้าใช้พร้อมทั้งจัดทําเครื่องหมายกั้นบริเวณอาคารไว้แล้ว ขณะที่การดําเนินคดีฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ศาลจังหวัดพระโขนงได้มีคําพิพากษา ลงโทษจําคุก 1 เดือน ปรับ 3,000 บาท โทษจําคุกรอลงอาญา 1 ปี

     ตลาดร่มเหลือง ระบุว่าเป็นของนายเกียรติรัตน์ สุวรรณวัฒนาสุข จัดตั้งเมื่อปี 2555 ไม่มีการขออนุญาตก่อสร้างตามพ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และการขออนุญาตจัดตั้งตลาดตามพ.ร.บ.สาธารณสุข เขตจึงดําเนินคดีฐานใช้อาคารเพื่อจัดตั้งตลาดไปก่อนได้รับใบรับรองการก่อสร้างอาคาร ปัจจุบันยังไม่ทราบผลคดี ส่วนกรณีการติดตามผลการรื้อถอนอาคารตามคําสั่งที่กท 7303 / 540 ลงวันที่ 23 มกราคม 2555 บัดนี้เจ้าของอาคารได้ทําการรื้อถอนอาคารตามคําสั่งแล้ว ขณะที่การดําเนินคดีฐานจัดตั้งตลาดโดยไม่ได้รับใบอนุญาตศาลจังหวัดพระโขนงได้มีคําพิพากษาลงโทษปรับ 5,000 บาท

หาพื้นที่รองรับผู้ค้าหลังปิดตลาดรอบบ้านป้าทุบรถ

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. นายสุวิจักขณ์ ทองสนิท อายุ 43 ปี เดินทางไปหน้าบ้านเลขที่ 37/208 ซ.ศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ ซึ่งเป็นบ้านของ น.ส.บุญศรี น.ส.ราณี และน.ส.มณีรัตน์ แสงหยกตระการ หรือป้าทุบรถที่ใช้ขวานและเสียมทุบทำลายรถกระบะของคู่กรณีที่จอดขวางบริเวณประตูทางออกหน้าบ้าน เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเสนอตัวชดใช้ค่าเสียหายแทนป้าทุบรถ

     นายสุวิจักขณ์ กล่าวว่า เป็นตัวแทนจาก SOS-Thailand ซึ่งเป็นระบบแจ้งเหตุฉุกเฉิน พอดีเห็นข่าวก็เข้าใจทั้งสองฝ่าย เนื่องจากก็เคยจอดรถขวางหน้าบ้านคนอื่นและก็เคยถูกจอดขวางหน้าบ้านตัวเองเหมือนกัน จึงมองว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้ทุกคนตระหนักถึงสิทธิของตัวเองและของผู้อื่น ดังนั้นถ้ามีใครซักคนเข้ามาช่วยเหลือผู้เสียหายที่ถูกทุบรถเพื่อให้คู่กรณีสามารถปรับความเข้าใจกันได้เพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่น่าอยู่ โดยตนจะรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ต้องเป็นคดีความ

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุวิจักขณ์ ได้กดกริ่งเพื่อขอพบเจ้าของบ้านแต่ไม่มีใครออกมา เนื่องจาก น.ส.บุญศรี และน.ส.ราณี ไปออกรายการโทรทัศน์ทำให้ยังไม่มีการมอบเงินช่วยเหลือ โดยนายสุวิจักขณ์ แจ้งว่าเมื่อติดต่อกับป้าทั้งสองได้จะทำการนัดรับมอบเงินกันอีกครั้ง

     ขณะเดียวกันช่วงสายวันเดียวกันได้มีเจ้าหน้าที่เขตประเวศเข้าถ่ายรูปที่บริเวณหน้าบ้านพักของ น.ส.บุญศรี แสงหยกตระการ หนึ่งในผู้ก่อเหตุทุบรถกระบะ โดยให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่าได้รับแจ้งให้มาตรวจสอบว่าป้ายคำพิพากษาที่ติดหน้าบ้าน น.ส.บุญศรี จะต้องเสียภาษีหรือไม่ ซึ่งจะต้องตรวจสอบต่อไป ส่วนใครเป็นผู้แจ้งให้มาตรวจสอบนั้นไม่ทราบ โดยเขตได้สั่งให้มาเก็บภาพเป็นหลักฐาน

     พ.ต.ท.ปริญญา เหลืองอุทัย รอง ผกก.จร.สน.ประเวศ เปิดเผยว่า โดยปกติก่อนหน้านี้ทางเจ้าของบ้านหลังดังกล่าวได้มีการร้องเรียนเข้ามาที่สน.ประเวศ อยู่เป็นประจำ และมีหลายครั้งที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้รถยกมายกรถออกซึ่งปกติแล้วหน้าบ้านหลังนี้ก็ไม่สามารถจอดได้อยู่แล้ว เพราะเป็นเขตห้ามจอด โดยวันนี้มีการนำแผงเหล็กและติดป้ายห้ามจอดหน้าตลาด 2 เวลา คือ 05.00-10.00 น. และ 16.00-20.00 น.

     ด้าน พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวกรณีป้าทุบรถร้องเรียนเจ้าหน้าที่รัฐละเลยปล่อยให้มีการสร้างตลาดรอบบ้านพักว่า กำลังให้เจ้าหน้าที่ติดตามว่ากระบวนการที่เขาทำมันติดขัดอะไรเพราะของเขาต้องสอบพยานบุคคลและเรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องมาดู คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญซึ่งเจ้าหน้าที่คงทราบดีอยู่แล้ว

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก