
แฉสถิติ9เดือนคนไทยเผารถทิ้งกว่า300คัน
เผยสถิติเพลิงไหม้รถยนต์ภายใน 9 เดือน เสียหายกว่า 300 คัน ร้อยละ 78 เป็นรถที่กำลังขับเคลื่อนบนถนน ขณะที่อุบัติเหตุรุนแรงจนเกิดไฟไหม้รถมีผู้ ถูกไฟคลอกตายไปเกือบ 30 ราย
(6ต.ค.) น.ส.ไจตนย์ ศรีวังพล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิไลเซ็นเตอร์ แอนด์ ซันส์ จำกัด ผู้ร่วมดำเนินงานสถานีวิทยุพิทักษ์สันติราษฎร์ สวพ.FM 91 คลื่นเพื่อข่าวสารความปลอดภัยและจราจร กองตำรวจสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากข้อมูล สถิติ การรับแจ้งเหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ผ่านทางหมายเลข 1644 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 30 กันยายน 2552 ที่ผ่านมา มีจำนวน 319 ครั้ง มีรถยนต์ซึ่งเป็นยานพาหนะได้รับความเสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 337 คัน
น.ส.ไจตนย์ กล่าวอีกว่า หากแยกเป็นกลุ่ม อันดับ 1 คือรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิดเหตุเพลิงไหม้ จำนวน 157 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 46.59 ของรถยนต์ที่เกิดเพลิงไหม้ทั้งหมด ส่วนอันดับ 2 เป็นรถยนต์กระบะ หรือปิกอัพ จำนวน 39 คัน คิดเป็นร้อยละ 11.57 ขณะที่ อันดับ 3 เป็นกลุ่มรถบรรทุก ตั้งแต่ 6 ล้อขึ้นไป จำนวน 35 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 10.39 อันดับ 4 ได้แก่ รถจักรยานยนต์ จำนวน 28 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 8.31 อันดับ 5 เป็นกลุ่มรถรับจ้างสาธารณะ (แท็กซี่) จำนวน 26 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 7.71 ซึ่งมีจำนวนเท่ากับรถประจำทาง ส่วนรถยนต์ตู้ มีจำนวน 16 คัน หรือร้อยละ 4.75 และรถบัส อีกจำนวน 10 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 2.97
"จากข้อมูลสถิติ ของทางสถานีฯ ในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เหตุเพลิงไหม้รถยนต์ที่เกิดขึ้น พบว่า เป็นช่วงเวลาที่ผู้ขับขี่กำลังขับเคลื่อนรถยนต์หรือยานพาหนะอยู่บนถนน หรือทางสาธารณะ จำนวนมากถึง 251 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 78.68 ส่วนที่เป็นอุบัติเหตุรุนแรงกระทั่งเกิดเพลิงลุกไหม้รถยนต์จนได้รับความเสียหายนั้น มีจำนวน 49 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 15.36 นอกจากนี้ยังเป็นเหตุการณ์เพลิงไหม้รถยนต์ที่จอดอยู่กับที่ไม่ได้ติดเครื่องยนต์ หรือเคลื่อนที่ไปในทาง จำนวน 19 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 5.96 จากความเสียหายที่เกิดขึ้นกับยานพาหนะยังพบว่า เหตุเพลิงไหม้รถยนต์ ส่งผลห้มีผู้ขับขี่และผู้โดยสารถูกไฟคลอกเสียชีวิต จำนวนถึง 27 ราย และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวน 47 คน"น.ส.ไจตนย์ กล่าว
สำหรับพื้นที่ กทม. ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 30 กันยายน 2552 ทางสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 ได้รับแจ้งเหตุการณ์เพลิงไหม้รถยนต์ จำนวนทั้งสิ้น 200 ครั้ง ส่วนในพื้นที่รับผิดชอบ กองบังคับการตำรวจทางหลวง เกิดขึ้นทั้งหมด 21 ครั้ง ตามด้วยพื้นที่ จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 20 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี เกิดขึ้นจำนวน 18 ครั้ง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 17 ครั้ง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดขึ้น จำนวน 7 ครั้ง เท่ากับ จังหวัดสมุทรสาคร ส่วนที่จังหวัดสระบุรี และชลบุรี เกิดขึ้น จังหวัดละ 6 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม เกิดเพลิงไหม้รถยนต์ 4 ครั้ง ที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดขึ้นจำนวน 3 ครั้ง และที่จังหวัดกาญจนบุรี สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สระแก้ว เพชรบุรี นครสวรรค์ อุบลราชธานี ขอนแก่น และชุมพร เกิดขึ้นจังหวัดละ 1 ครั้ง
ทั้งนี้จากข้อมูลสถิติ เพลิงไหม้รถยนต์ของปี 2551 โดยสถานีวิทยุ สวพ.FM 91 ได้รับแจ้งนั้น มีจำนวน 243 ครั้ง มีรถยนต์ได้รับความเสียหาย จำนวน 263 คัน มีผู้บาดเจ็บ 28 คน และผู้เสียชีวิต จำนวน 4 คน เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว พบว่า เพียงแค่ 9 เดือนของปี 2552 มีสถิติเกิดเหตุเพลิงไหม้รถยนต์เพิ่มขึ้นจากเดิมถึง 74 คัน หรือคิดเป็นร้อยละ 21.96 และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นผู้ขับขี่รถยนต์ หรือศูนย์บริการตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ ศูนย์ติดตั้งระบบเชื้อเพลิง หรือแม้แต่ร้านประดับยนต์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรให้ความสำคัญควบคุมดูแลมาตรฐานให้มากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรถยนต์ทุกคัน



