
"ศาล"สั่งสรรพสามิตคืนเงินรถคันแรกสาวฟ้องคดี 1 แสนบาท
"ศาล"ชี้สาวผู้ฟ้องซื้อรถคันแรก-ครอบครองครบ 1 ปี ตามนโยบายรัฐสั่งสรรพสามิต-กรมบัญชีกลางคืนเงินแสนภายใน 60 วันนับแต่คดีที่สุด รอลุ้นรัฐอุทธรณ์
21 ก.พ. 61 ที่ศาลปกครองกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลอ่านคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ 2001/2557 ที่ น.ส.กัลยา เพริศพริ้ง ยื่นฟ้อง อธิบดีกรมสรรพสามิต , กรมสรรพสามิต , อธิบดีกรมบัญชีกลางและกรมบัญชีกลาง เป็นผู้ถูกฟ้อง ที่ 1-4
โดยผู้ฟ้อง ระบุว่า ผู้ฟ้องได้ใช้สิทธิขอรับเงินคืนตามโครงการรถยนต์ใหม่คันแรก ตามนโยบายของรัฐบาล แต่เจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิต ผู้ถูกฟ้องที่ 2 กลับแจ้งว่าผู้ฟ้องไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับคืนเงิน จึงไม่คืนเงินดังกล่าว ดังนั้นผู้ฟ้อง จึงขอให้ศาลพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้อง คืนเงินจำนวน 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้ฟ้องด้วย
ซึ่งศาลปกครองกลาง พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ประกอบกับคำแนะนำสำหรับประชาชนในกรณีขอคืนเงินสำหรับโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งกำหนดให้ผู้ยื่นคำขอใช้สิทธิรับเงินคืนที่ไม่สามารถจดทะเบียนรถยนต์ต่อกรมการขนส่งทางบกได้ทันภายในระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ ต้องยื่นเอกสารหลักฐานในส่วนของใบจองรถยนต์ เพื่อประกอบการพิจารณาการคืนเงินตามโครงการดังกล่าวด้วย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการจองซื้อรถยนต์ภายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาตามโครงการไปแล้ว อันเป็นการขยายระยะเวลาของโครงการดังกล่าวออกไป รวมทั้งเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการซื้อและขายใบจองรถยนต์ โดยกำหนดให้ชื่อผู้ซื้อที่ระบุในใบจองรถยนต์จะต้องเป็นชื่อบุคคลเดียวกันกับผู้ซื้อรถยนต์ที่ยื่นขอใช้สิทธิดังกล่าว
ดังนั้นการที่ผู้ฟ้องได้รับมอบรถยนต์ และได้เข้าทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์คันดังกล่าวกับธนาคารภายในระยะเวลาสิ้นสุดโครงการ เพียงแต่ได้ยื่นเอกสารหลักฐานใบจองที่ระบุแบบของรถยนต์ไม่ตรงกับแบบรถยนต์คันที่ผู้ฟ้องได้รับมอบไปเท่านั้น กรณีจึงไม่ได้ทำให้ข้อเท็จจริงที่ผู้ฟ้องเป็นผู้ซื้อรถยนต์ใหม่คันแรกภายในระยะเวลาสิ้นสุดโครงการเปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งไม่ได้มีผลอันแสดงให้เห็นได้ว่าผู้ฟ้องได้ทำการซื้อหรือจองรถยนต์ หรือได้ทำการซื้อใบจองรถยนต์คันดังกล่าวภายหลังจากสิ้นสุดระยะเวลาตามโครงการแต่อย่างใด
เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากที่ผู้ฟ้องได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปจดทะเบียนต่อกรมการขนส่งทางบกแล้ว ผู้ฟ้องได้นำหลักฐานมายื่นเพิ่มเติมต่อเจ้าหน้าที่ของกรมสรรพสามิต ผู้ถูกฟ้องที่ 2 และได้มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีเอกสารหลักฐานใบจองรถยนต์ระบุแบบรถยนต์ของผู้ฟ้องผิดพลาด พร้อมทั้งได้แนบใบจองรถยนต์ที่ถูกต้องมาพร้อมกับหนังสือฉบับดังกล่าวยื่นต่อเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องที่ 2 กรณีจึงเป็นเพียงการแก้ไขข้อมูลในเอกสารหลักฐานใบจองรถยนต์ให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงเท่านั้น ไม่ได้มีลักษณะเป็นการขอเปลี่ยนแปลงใบจองรถยนต์เป็นรถยนต์ใหม่คันอื่น
จึงเห็นได้ว่า ผู้ฟ้องได้ใช้สิทธิขอรับเงินคืนสำหรับรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล และได้ครอบครองรถยนต์คันดังกล่าวครบ 1 ปี ผู้ฟ้องจึงเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินคืนสำหรับโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล
"ศาลปกครองกลาง" จึงพิพากษาให้ "กรมสรรพสามิต" ผู้ถูกฟ้องที่ 2 และกรมบัญชีกลาง ผู้ถูกฟ้องที่ 4 ดำเนินการเพื่อคืนเงินตามโครงการรถยนต์ใหม่คันแรกตามนโยบายรัฐบาล จำนวน 100,000บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ฟ้อง ภายใน 60 วันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำพิพากษานี้ ก็ยังเป็นเพียงคำพิพากษาศาลชั้นต้น ซึ่งคู่ความ ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลปกครองสูงสุดได้อีกตามขั้นตอนของกฎหมาย ซึ่งหากยื่นอุทธรณ์ต้องดำเนินการภายในเวลา 30 วันนับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษาในวันนี้



