
จ่อตรวจสอบย้อนหลังโกงคนไร้ที่พึ่ง ถึงปี 52
ป.ป.ท.มอบโล่เขิดชูเกียรติ 2 สาว เปิดโปงแก๊งโกงเงินคนไร้ที่พึ่งขอนแก่น พร้อมจัดชุดคุ้มครองพยานระหว่างดำเนินคดีอาญา. จ่อตรวจสอบยัอนหลังถึงปี 52
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) - 20 ก.พ.61-พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ท. รักษาการเลขาธิการป.ป.ท. ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณเชิดชูเกียรติให้กับ น.ส.ปณิดา ยศปัญญา นิสิตคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และน.ส.ณัฏกานต์ หมื่นพล อดีตลูกจ้างของศูนย์คุ้มครองฯ ขอนแก่น ซึ่งเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลการทุจริต ปลอมแปลงเอกสารข้อมูลสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาส ของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จ.ขอนแก่น เป็นผลให้ป.ป.ท.ตรวจพบหลักฐานส่อถึงการทุจริต และขยายผลตรวจสอบไปยังศูนย์คุ้มครองฯ ทั่วประเทศ
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า เชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศชื่นชมน.ส.ปณิดา และน.ส.ณัฏกานต์ที่ลุกขึ้นมาปกป้องผลประโยชน์ของคนยากไร้ให้ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือจากรัฐ และถือเป็นบุคคลต้นแบบของการต่อต้านทุจริต กล้าเปิดเผยตนเองและลงทุนจ่ายเงินค่าเดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์นับเรื่องร้องเรียนกองทัพบกจนนำไปสู่การปราบปรามทุจริต เป็นจ่าเฉยยังดีกว่าทนนิ่งเฉยต่อการทุจริต เพราะทำให้คนทุจริตยิ่งทำผิดต่อไป
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวว่า หลังจากตรวจสอบศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น ป.ป.ท.ได้ขยายผลตรวจสอบทั่วประเทศโดยจัดชุดตรวจสอบ 15 ชุดลงตรวจสอบ 76 ศูนย์คุ้มครองฯ เบื้องต้นพบศูนย์คุ้มครองฯ จ.เชียงใหม่มีพฤติการณ์ส่อไปทางทุจริตคล้ายกับที่เกิดขึ้นในจ.ขอนแก่น โดยนำรายชื่อและเอกสารของชาวบ้านจากการอบรมในโครงการต่างๆ มาขอรับเงินสงเคราะห์ ซึ่งผู้มีสิทธิ์จะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐตั้งแต่ 1-3 พันบาท โดยส่วนใหญ่พบมีการทำรายชื่อและหลักฐานไปขอเบิกรับเงิน แต่ไม่มีการจ่ายเงินสงเคราะห์ให้ชาวบ้านจริง ขณะที่ทั้งโครงการได้รับงบประมาณในปี 2560 จำนวน 493 ล้านบาทเศษ ในจังหวัดเชียงใหม่ได้งบประมาณจัดสรรมากที่สุด ดังนั้น เป้าหมายการตรวจสอบจึงมุ่งหาหลักฐานการทำผิดในปีงบประมาณ 2560 หากพบมีความผิดต่อเนื่องก็ต้องตรวจสอบย้อนหลังไปตั้งแต่การจัดตั้งศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งปี 2552 คาดว่าหลังครบกำหนด 90 วันจะสามารถสรุปการกระทำความผิดได้ พร้อมทั้งจะทำรายงานเสนอต่อรัฐบาลว่าโครงการจ่ายเงินสงเคราะห์ช่วยเหลือผู้ยากไร้ควรมีมาตรการป้องกันอย่างไร ทั้งระบบการจ่ายเงินและการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ ทั้งนี้ ยืนยันว่า การเข้าไปตรวจสอบของป.ป.ท.ทำเพื่ออุดช่องว่างให้กับการดำเนินโครงการของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
"การลงพื้นที่ตรวจสอบพบความผิดปกติส่อไปในทางทุจริต 5 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เชียงใหม่ บึงกาฬ หนองคาย และสุราษฎร์ธานี โดยพบมีพฤติการณ์แปลกๆ ในหลายพื้นที่ เช่น ที่จ.หนองคาย กลุ่มส่งเสริมอาชีพผู้มีรายได้น้อย 17 ราย ต้องได้รับเงินสงเคราะห์ 34,000 บาท แต่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดหนองคายได้มอบเงินให้เพียง 1 หมื่นบาท โดยหลังการลงพื้นที่ตรวจสอบของป.ป.ท.เพียง 2 วัน เจ้าหน้าที่ของศูนย์คุ้มครองฯ นำเงิน 24,000 บาทไปส่งมอบให้กับประธานกลุ่มแม่บ้านฯ เมื่อได้รับเงินแล้วประธานกลุ่มแม่บ้านฯ ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากความผิดสำเร็จแล้ว เพราะเบิกรับเงินเมื่อเดือนมิ.ย.60 แต่กลับนำเงินมาส่งมอบหลังเซ็นรับเงินนานกว่า 8 เดือน ส่วนที่จ.สุราษฎร์ธานีมีผู้ใหญ่บ้านมาแสดงตัวว่าเป็นผู้มีรายได้และมีที่ดินทำกิน จึงไม่มีคุณสมบัติต้องรับเงินสงเคราะห์ แต่กลับมีชื่อได้รับเงินช่วยเหลือ จึงขอให้ป.ป.ท.ตรวจสอบจุดบกพร่องดังกล่าวด้วย" พ.ท.กรทิพย์ กล่าว
พ.ท.กรทิพย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้กอ.รมน.ให้ทหารเข้าไปดูแลน.ส.ปณิดา ส่วนน.ส.ณัฏกานต์ อดีตลูกจ้างชั่วคราวมีตำรวจจากสภ.บ้านเป็ดเข้าไปดูแล โดยในวันนี้ป.ป.ท.เตรียมดำเนินการเสนอให้มีการคุ้มครองพยานในคดีอาญาระหว่างการดำเนินคดีทุจริตของศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง.



