
“นร.สหรัฐ”นัดรวมพลังทั่วประเทศจี้คุมปืน
เหตุกราดยิงนร.-บุคลากร 17ศพที่รร.มาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส กำลังจุดกระแสเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐสภาสหรัฐลงมือแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนครั้งใหม่
เหตุกราดยิงนักเรียนและบุคลากร 17 ศพ ที่โรงเรียนมาร์จอรี สโตนแมน ดักลาส เมืองพาร์คแลนด์ รัฐฟลอริดา กำลังจุดกระแสเคลื่อนไหวกดดันให้รัฐสภาสหรัฐลงมือแก้ไขกฎหมายควบคุมอาวุธปืนครั้งใหม่ ภายใต้การนำของนักเรียนมัธยมปลายที่ประสบเหตุการณ์เลวร้ายด้วยตัวเองและสูญเสียเพื่อนร่วมโรงเรียน จากเหตุสังหารหมู่ครั้งล่าสุดในสถานศึกษาเมื่อ 14 กุมภาพันธ์
โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นักเรียน 5 คนที่รอดชีวิต ได้แก่ เจซิล คอริน, เดวิด ฮ็อก, คาเมรอน คาสกี, อเล็กซ์ วินด์ และเอมมา กอนซาเลส เดินสายร่วมรายการทางโทรทัศน์ ประกาศนัดระดมพลังนักเรียนนักศึกษาเดินขบวนใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 24 มีนาคม โดยหลักจะเป็นการชุมนุมในกรุงวอชิงตัน ดีซี ภายใต้ชื่อ “เดินขบวนเพื่อชีวิตของเรา (March For Our Lives) เพื่อกดดันให้สมาชิกรัฐสภาป้องกันความรุนแรงนองเลือดจากอาวุธปืนด้วยการออกกฎหมายคุมเข้ม และกฎหมายเยียวยาสุขภาพจิต
วินด์ บอกในรายการ มีท เดอะ เพรสส์ ทางเอ็นบีซีว่า พวกเขาออกมาเคลื่อนไหวไม่ใช่แค่เพื่อโรงเรียน แต่ยังเพื่อโรงภาพยนตร์ คอนเสิร์ต ไนต์คลับ เคลื่อนไหวเพื่อ 17 ชีวิตที่ต้องสูญเสียไป ชีวิตของเด็ก และลูกหลานของเด็กในวันนี้ ในวันข้างหน้า
ด้าน ฮ็อก เพื่อนในกลุ่ม กล่าวว่า เขาจะรู้สึกไม่ปลอดภัยจนกว่าสภาจะมีกฎหมายดูแลสุขภาพจิตและควบคุมปืนอย่างเหมาะสม
คาสกี กล่าวในรายการ ดีส วีค ช่องเอบีซี ว่า นี่เป็นปัญหาของผู้ใหญ่ที่ทำให้พวกเรารู้สึกถูกทอดทิ้ง และทุกคนจะต้องเลือกว่าจะอยู่ข้างเราหรือตรงข้ามกับเรา
ขณะที่ กอนซาเลซ นักเรียนหญิงที่ขึ้นเวทีปราศรัยดุเดือดเป็นข่าวดังในวันก่อนหน้า วิงวอนรัฐสภาอย่ายอมให้พวกเธอถูกยิงตายในโรงเรียน และขอให้นักเรียนทุกคนออกมาร่วมแสดงพลังในวันที่ 24 มีนาคม
แกนนำนักเรียนเหล่านี้ยังเตือนบรรดานักการเมืองที่รับเงินสนับสนุนจากสมาคมไรเฟิลแห่งชาติ (เอ็นอาร์เอ) ว่า จะไม่ได้รับเลือกให้อยู่ในตำแหน่งต่อเมื่อการเลือกตั้งกลางสมัยมาถึง ส่วนกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตั้งคำถามพรรคเดโมแครตว่าเหตุใดไม่ผ่านกฎหมายคุมปืนในสมัยที่คุมเสียงส่วนใหญ่ทั้งสองสภา ฮ็อกตั้งคำถามกลับว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ก็อยู่ในสถานะเดียวกันในเวลานี้ แต่กลับย้อนอดีตเพื่อไปโทษเดโมแครต “คุณเป็นประธานาธิบดี ควรรวมใจประเทศเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่สร้างความแตกแยก"
ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับ นิโคลัส ครูซ มือปืนวัย 19 ปีที่ถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไต่ตรองไว้ก่อน 17 กระทง มีกระแสข่าวว่า เขาอาจยอมรับสารภาพเพื่อหลีกเลี่ยงโทษประหารชีวิต และแหล่งข่าวในชุดสอบสวน เปิดเผยว่า ครูซยิงกระสุนเกือบ 150 นัดจากปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ เออาร์-15 ที่เขาซื้ออย่างถูกกฎหมาย และเขาซื้อปืนรวมอย่างน้อย 5 กระบอกในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันทำเนียบขาว เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะจัดเวทีรับฟังปัญหาจากนักเรียนมัธยมปลายและครู แต่ไม่ได้ระบุรายละเอียด



