
รวบเฒ่าผู้ดีชิงทรัพย์เพื่อนร่วมชาติ
‘บิ๊กโจ๊ก’ แถลงจับชาวอังกฤษชิงทรัพย์เพื่อนร่วมชาติ ตระเวนก่อเหตุตามโรงแรม ทำมาไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง เช็กประวัติพบโอเวอร์สเตย์
19 ก.พ. 61 ที่ สน.ลุมพินี พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พ.ต.อ.อัศวยุทธ นุชพุ่ม รอง ผบก.น.5 พ.ต.อ.ธวัชเกียรติ จินดาควรสนอง ผกก.สน.ลุมพินี แถลงการจับกุม นายจอห์น เลน (Mr. john lane) อายุ 67 ปี ผู้ต้องหาชาวอังกฤษ หลังก่อเหตุชิงทรัพย์ นายไมเคิล จอร์น ทราเวิส (Mr. Travers Michael) อายุ 69 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ เพื่อนร่วมชาติ
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 12 ก.พ. เวลาประมาณ 01.00 น. มีคนร้ายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติ ก่อเหตุชิงทรัพย์นายไมเคิลที่โรงแรมดังแห่งหนึ่งย่านสุขุมวิท นายไมเคิลจึงเข้าแจ้งความไว้และพนักงานสอบสวน สน.ลุมพินี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลอนุมัติหมายจับ กระทั่งเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า พบชาวต่างชาติซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตามภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ เจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบ ปรากฏว่า พบชายชาวต่างชาติมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงาน และจับกุมพร้อมด้วยของกลาง ธนบัตรเงินสกุลแอฟริกาใต้ ฉบับละ 200 รัน จำนวน 4 ฉบับ รวมจำนวนเงิน 800 รัน เชือกไนลอน จำนวน 2 เส้น ควบคุมตัวมาสอบปากคำ
รอง ผบช.ทท. กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนร้ายก่อเหตุไม่ต่ำกว่า 2 ครั้ง โดยมีพฤติกรรมออกตระเวนหาเหยื่อตามล็อบบี้โรงแรมต่างๆ ย่านธุรกิจ โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติ โดยเฉพาะรายนี้ คนร้ายเลือกเหยื่อมีอายุมาก นั่งดื่มข้างล็อบบี้ มีอาการมึนเมา มีการสังเกตการณ์ และเดินตามเหยื่อขึ้นไปยังห้องพัก และอาศัยจังหวะที่เหยื่อเปิดประตูห้องได้รีบตามเข้าไปในห้องผลักเหยื่อและใช้เชือกมัดมือ มัดเท้า ใช้ผ้าปิดตา และให้ดื่มน้ำ ทำให้เหยื่อหมดสติ แล้วขโมยเอาทรัพย์สินเป็นนาฬิกายี่ห้อ Panerai จำนวน 1 เรือน เงินสดและทรัพยสินภายในห้อง แล้วหลบหนีไป รวมมูลค่าประมาณ 440,000 บาท
โดยชุดสืบสวนใช้เวลาติดตามไม่นานก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ส่วนมาตรการป้องกันไม่ให้มีการเกิดเหตุซ้ำ ตำรวจท่องเที่ยวได้มีการประสานไปยังโรงแรมต่างๆ เพื่อให้แจ้งเบาะแส ถ้าหากพบสิ่งผิดปกติหรือพบชาวต่างชาติที่มีลักษณะพิรุธ ไม่น่าไว้ใจ ที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะกรณีนี้ พนักงานโรงแรมได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุม
“จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหามีภรรยาอยู่เมืองไทย และเจ้าตัวก็เดินทางเข้าออกไทยหลายครั้ง เข้าเมืองไทยเป็นเวลานาน ฟังภาษาไทยเข้าใจ แต่พูดไม่ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า ผู้ต้องหาอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ โอเวอร์สเตย์ ซึ่งจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งข้อหาชิงทรัพย์ และโอเวอร์สเตย์”
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย และอยู่ในราชอาณาจักรเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือ โอเวอร์สเตย์ ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุม เพื่อผลักดันออกนอกประเทศ เนื่องจากพบว่าบุคคลเหล่านี้เมื่อมาอยู่เมืองไทยแล้วมีพฤติกรรมลักขโมย ก่อเหตุอาชญากรรมต่างๆ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลล่าสุดพบว่า มีโอเวอร์สเตย์ลดลงเหลือเพียงแค่หมื่นรายเท่านั้น และได้มีการขึ้นแบล็คลิสต์ไว้หมดแล้ว เพราะเรื่องนี้รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก



