
"มาร์ค"ชี้ตร.เข้าแถวรับอั่งเปาเป็นผลประโยชน์ขัดกัน
"มาร์ค"ชี้ตำรวจเข้าแถวรับอั่งเปาถือเป็นผลประโยชน์ขัดกัน เผยสนช.เลี่ยงข้อบังคับในบทเฉพาะกาล
19 ก.พ. 61 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการต้องถาม กรณีรายได้ตำรวจของพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)ล้านกว่าบาทต่อปี แต่มีรายได้จากแหล่งอื่นอีก ว่า จะเกิดคำถามว่ารายได้ดังกล่าวสัมพันกับการดำรงตำแหน่งหรือไม่ โดยจะต้องมีการตรวจสอบต่อไป และทางอดีตผบ.ตร.ต้องชี้แจงให้ได้ ส่วนกรณีตำรวจเข้าคิวรับอั่งเปานั้น ต้องดูว่ารับกับใคร กระทบกระเทือนกับการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เพราะคนที่ให้คือผู้มีอิทธิพล ทั้งนี้ ร.ต.ต.นายดังกล่าวยังคงรับราชการอยู่ โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)เคยเรียกไปในฐานะผู้มีอิทธิพลมารายงานตัว ซึ่งจะเป็นปัญหาเรื่องผลประโยชน์ขัดกัน
นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน หัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.2561 ที่ต้องใช้บังคับกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ว่า สมาชิกสนช.จะหนักตรงข้อห้ามไม่ให้ทำธุรกิจของตัวระหว่างการปฏิบัติราชการ โดยเฉพาะสมาชิกสนช.ที่มีอาชีพอยู่ก่อนหน้านี้และได้รับการแต่งตั้งเป็นสนช. ถ้ากำหนดให้เขาทุ่มเทกับสนช.และให้สละอาชีพก่อนหน้านี้ ก็ไม่ทราบจะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ แต่เข้าใจว่าข้อห้ามดังกล่าวไม่ได้จัดอยู่ในหมวดร้ายแรง อย่างไรก็ตาม ระหว่างการพิจารณาเรื่องมาตรฐานจริยธรรมฯ สนช.บางคนพยายามจะไม่ให้บังคับใช้ข้อห้ามดังกล่าว โดยให้เขียนยกเว้นไว้ในบทเฉพาะกาล คิดว่ารัฐธรรมนูญไม่อนุญาต
"ส่วนการลาเพื่อไม่ให้ขัดกับมาตรฐานจริยธรรมต้องพิจารณาว่าสมเหตุสมผลหรือไม่ มีสาเหตุอะไร จำนวนครั้งที่ลา สมมุติผมเป็นข้าราชการอยู่แต่ไม่มาทำหน้าที่สนช.เลย โดยบอกว่าต้องไปปฏิบัติราชการซึ่งเป็นงานหนัก ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมไม่ลาออก เพราะควรจะมีคนอื่นที่มาทำหน้าที่ตรงนั้น" นายอภิสิทธิ์กล่าว



