
ธ.ก.ส.เล็งโละหนี้เกษตรกร4หมื่นราย
เปิดวิสัยทัศน์ผู้จัดการธ.ก.ส.คนใหม่ เน้นแก้หนี้เสียใน 4 ปีจาก 10% เหลือ 4% ชู 3 กลยุทธ์เน้นปลดหนี้เกษตรกร 4 หมื่นคนจากโครงการพักหนี้ -ยืดเวลาชำระหนี้-เปิดทางรุ่นลูกรับช่วงแทน พร้อมทุ่ม 4 หมื่นล้านพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลผลิตหวังช่วยลูกค้าในระยะยาว
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในการทำงานระยะ 4 ปีนี้ว่า จะเน้นแผนบริหารจัดการหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลให้ปรับลดลงมาเหลือ 4% จากปัจจุบันที่อยู่ในระดับ 10% เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดปัญหาได้ในอนาคต โดยมี 3 วิธีการคือปลด ปรับ เปลี่ยน ซึ่งในส่วนของการปลดหนี้นั้นจะเน้นดูแลเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ในโครงการพักชำระหนี้ก่อนหน้านี้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ซึ่งพบว่าจากจำนวน 3 แสนกว่ารายนั้นมีประมาณ 4 หมื่นรายที่มีปัญหาไม่สามารถชำระหนี้ได้ จึงมอบหมายให้สาขาทั่วประเทศเข้าไปดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ หากเห็นว่าไม่มีความสามารถจ่ายหนี้คืนได้ก็ให้จำหน่ายหนี้ออกจากระบบ โดยหนี้ส่วนนี้ได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญไว้ 100% แล้วจึงไม่มีผลกระทบต่อธนาคาร
สำหรับการปรับโครงสร้างหนี้นั้น จะให้การช่วยเหลือลูกหนี้ที่ยังมีศักยภาพแต่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจทำให้มีค่าใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มขึ้น จนทำให้รายได้ไม่เพียงพอชำระหนี้ ธ.ก.ส.ก็จะพิจารณายืดเวลาการชำระหนี้ออกไปจนกว่าถึงเวลาเหมาะสมและมีรายได้กลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ ส่วนแนวทางการเปลี่ยนนั้น หากลูกค้า ธ.ก.ส.มีอายุมากเกินไปประมาณ 70-80 ปี จนทำงานไม่ไหวจะให้โอกาสในการเปลี่ยนการเป็นลูกหนี้ไปยังลูกหลานแทนได้
นอกจากนั้นในช่วงปลายเดือนตุลาคมนี้ จะเสนอให้บอร์ดพิจารณาโครงการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้แก่เกษตรกรปีนี้ วงเงิน 4 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิตการเกษตรและด้านการตลาด ส่วนการพัฒนาองค์กรในช่วง 4 ปีข้างหน้าตั้งเป้าหมายจะสร้างเครือข่ายในการให้บริการลูกค้า 3,000 แห่ง จากปัจจุบันมีสาขาอยู่ 964 แห่ง ผ่าน 3 ช่องทางคือการเพิ่มสาขาจำนวน 1,200 แห่ง การเพิ่มจุดให้บริการผ่านตู้เอทีเอ็มจาก 600 จุด เป็น 1,200 จุด และการเพิ่มสถาบันการเงินชุมชนอีก 1,000 แห่ง นอกจากนี้ ยังเดินหน้าพัฒนาระบบคอลแบงกิ้งซึ่งเป็นระบบข้อมูลทางการเงินด้านไอทีโดยใช้เงินลงทุนกว่า 3,000 ล้านบาท คาดเห็นเป็นรูปธรรมภายใน 6 เดือนและแล้วเสร็จภายใน 2 ปี



